|
ขยายอีก15วันบัณฑิตมอส.รายงานตัว คุรุสภาขยายเวลารอบ 3 ให้บัณฑิต มอส.ที่เหลือมารายงานตัวอีก 15วัน องค์กร ระบุเช็กข้อมูลที่มารายงานตัว 90% เรียนจริง แต่เรียนที่ศูนย์นอกที่ตั้ง ส่วน ผอ.ศูนย์ฯ มอส.มารายงานตัวไม่ครบ ปัดไม่รู้ไม่เห็นซื้อขาย ป.บัณฑิต ชี้เตรียมเสนอ กมว.ให้ยกเลิกแทนเพิกถอนใบอนุญาตฯ เพราะหากเพิกถอนบัณฑิตกลุ่มนี้ไม่สามารถกลับมาขอใบอนุญาตครูได้ภายใน 5 ปี เผยเตรียมส่งผลสอบสอบให้ ชินวรณ์-สกอ.-ดีเอสไอ หวังช่วยดำเนินการสอบสวนได้เร็วขึ้น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า วันที่ 5 พ.ค. เป็นวันสุดท้ายที่ให้โอกาสบัณฑิตหลักสูตร ป.บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) จำนวน 531 ราย (รุ่น 3) ที่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาไปแล้ว มารายงานตัวและแจ้งข้อมูลกับคุรุสภา หลังจากขยายเวลาเป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 4, 5 พ.ค. โดยวันนี้มีบัณฑิตมารายงานตัวเพิ่มอีก 107 ราย และรวมยอดบัณฑิตที่มารายงานตัวตลอดทั้ง 5 วัน ทั้งสิ้น 535 ราย แต่ยอดบัณฑิตที่เกินมาเป็นเพราะมีบัณฑิตหลักสูตร ป.บัณฑิต ในส่วนที่จบไปแล้ว (รุ่น 1, 2) จำนวน 132 คน ได้มารายงานตัวกับคุรุสภาก่อนหน้านี้แล้ว จึงต้องรวมข้อมูลไปด้วย นายองค์กรกล่าวอีกว่า สำหรับบัณฑิตในจำนวน 531 ราย ที่ยังไม่มารายงานตัวกับคุรุสภา ตนก็จะขยายเวลาเป็นรอบที่สาม โดยจะให้เวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.นี้ และต้องมารายงานตัวที่คุรุสภาเท่านั้น หากมีบัณฑิตที่เหลือยังไม่มารายงานตัวกับคุรุสภาภายในรอบนี้ ก็จะถือว่ามีความผิดร่วมกับมหาวิทยาลัยใช้เอกสารเป็นเท็จ และจะดำเนินการเอาผิดร่วมกัน ทั้งนี้ จากการสอบปากคำบัณฑิตที่มารายงานตัวอย่างละเอียด ตนก็คาดว่ามีบัณฑิตที่เรียนจริงอยู่ 90% ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำบัณฑิตที่มารายงานตัวส่วนใหญ่ระบุว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งของ มอส. ว่าถูกกระบวนการหรือไม่ เพราะถูกมหาวิทยาลัยปิดบังข้อมูล นอกจากนั้น วันนี้ยังเป็นวันที่คุรุสภานัดให้ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง (ผอ.ศูนย์ฯ) มอส.ทั้ง 15 ศูนย์ มารายงานตัวและนำข้อเท็จจริงมาชี้แจง อาทิ รายชื่อนักศึกษาที่เรียนจริงศูนย์นอกที่ตั้ง เป็นต้น ซึ่งมี ผอ.ศูนย์ฯ มารายงานตัวเพียง 8 คน หรือ 11 ศูนย์ เพราะบางคนดูแลมากกว่าหนึ่งศูนย์ ทำให้เหลือ ผอ.ศูนย์ฯ อีกส่วนหนึ่งไม่มารายงานตัว ซึ่งตนก็คิดว่าอาจเป็นเพราะ ผอ.ศูนย์ฯ ยังกลัวและไม่มั่นใจในข้อมูล และจากที่ตนหารือกับ ผอ.ศูนย์ฯ เบื้องต้น พบว่า ผอ.ศูนย์ฯ ทั้งหมดยังไม่ทราบว่าการเปิดศูนย์นอกที่ตั้งยังไม่ถูกกระบวนการ เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่ทราบว่ามีการซื้อขายใบ ป.บัณฑิต และไม่ทราบว่ามีการแอบอ้างรายชื่อนักศึกษาใส่ศูนย์ที่ดูแลอยู่ ทั้งนี้ คุรุสภาก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ ผอ.ศูนย์ฯ นำมาชี้แจง และข้อมูลจากการสอบปากคำบัณฑิตอีกครั้ง เลขาธิการคุรุสภาเปิดเผยว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ในวันที่ 9 พ.ค. ก็จะมีการพิจารณาว่าจะยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ ของกลุ่มบัณฑิตดังกล่าวอย่างไร เพราะว่าการเพิกถอนใบอนุญาตฯ จะมีผลให้กลุ่มบัณฑิตดังกล่าวไม่สามารถมาขอใบอนุญาตฯ กับคุรุสภาได้ในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งตนก็จะเสนอที่ประชุมให้ยกเลิกแทนการเพิกถอนในอนุญาตฯ เพื่อไม่อยากให้กลุ่มบัณฑิตดังกล่าวเสียโอกาส อย่างไรก็ตาม การพิจารณายกเลิกหรือเพิกถอนก็ต้องมีการดำเนินการอันใดอันหนึ่งแน่นอน เพราะ มอส.ได้ส่งหนังสือยกเลิกการรับรองสิทธินักศึกษามาแล้ว เลขาธิการคุรุสภาเผยอีกว่า ในเร็วๆ นี้คุรุสภาเตรียมเชิญคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัย มอส. หรือผู้บริหาร มอส.ชุดใหม่ เพื่อมาหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการหรือเยียวยาอย่างไรกับกลุ่มบัณฑิตที่เรียนจริง กับกลุ่มบัณฑิตที่ได้รับในอนุญาตฯ ไปแล้ว พร้อมทั้งจะส่งข้อมูลการสอบสวนของคุรุสภาไปให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ สกอ. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อจะให้แต่ละฝ่ายดำเนินการตรวจสอบได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ คุรุสภาก็จะส่งหนังสือไปให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้ช่วยตรวจสอบรายชื่อว่า มีนักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต รายใดว่าไปฝึกสอนบ้าง คุรุสภาคงจะทำไม่ทันแล้วในการตรวจสอบทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าการส่งหนังสือไปให้หน่วยงานเหล่านี้ช่วยกันตรวจสอบ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลที่เร็วและละเอียดกว่า เพราะถ้าให้คุรุสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงของบัณฑิตที่จบหลักสูตร ป.บัณฑิตอย่างเดียวคงจะทำไม่ทัน นายองค์กรกล่าว ที่มา: http://www.thaipost.net |
| โพสเมื่อ : 06 พ.ค. 54 อ่าน 101031 ครั้ง คำค้นหา : |