ร้องส่อล็อกสเปกครุภัณฑ์5กลุ่ม170ล.ให้เอกชนรายใหญ่-อ้างชื่อบิ๊กสพฐ.สั่งการ ’เสน่ห์’ร่อนจ.
ร้องส่อล็อกสเปกครุภัณฑ์5กลุ่ม170ล.ให้เอกชนรายใหญ่-อ้างชื่อบิ๊กสพฐ.สั่งการ 'เสน่ห์'ร่อนจ.ม.แจง'ผอ.สพม.'อย่าหลงเชื่อ
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ตัวแทนผู้ประกอบการขายชุดครุภัณฑ์การเรียนการสอน 5 กลุ่มสาระ เข้าร้องเรียน มติชน เพื่อให้ตรวจสอบโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดสรรงบประมาณค่าครุภัณฑ์ 5 กลุ่มสาระ ปีงบฯ 2554 ให้โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทั่วประเทศ 337 โรง วงเงิน 170 ล้านบาท เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPA) และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และการเรียนรู้ที่เน้นการทดลอง หรือสร้างประสบการณ์ตรง แบ่งเป็น งบฯ 1 ล้านบาท, 5 แสนบาท, 3 แสนบาท และ 1 แสนบาท ว่ามีแนวโน้มว่ามีการล็อกสเปกชุดครุภัณฑ์ในโครงการให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่จำหน่ายสินค้าทางการศึกษาโดยแอบอ้างชื่อผู้บริหารบางคนใน สพฐ.ว่าเป็นผู้สั่งการให้โรงเรียนที่ได้รับงบฯต้องสั่งซื้อชุดครุภัณฑ์กับบริษัทเอกชนแห่งนี้เพียงรายเดียวซึ่งที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปยังนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ทราบว่านายเฉลียวส่งเรื่องไปยัง สพฐ.แล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า ขณะนี้บริษัทเอกชนแห่งดังกล่าว ได้แจกจ่ายสเปกประมาณราคาครุภัณฑ์ 5 กลุ่มสาระให้กับโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบฯ 3 แสนบาท และ 1 แสนบาท ในการประชุมจัดหาครุภัณฑ์การเรียนการสอนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคม ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ โดยรับประกันว่าเอกสารประมาณราคาครุภัณฑ์ชุดนี้ จะผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณา และขณะนี้มีโทรศัพท์ไปเร่งรัดตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้เลือกรายการดังกล่าว ตัวแทนผู้ประกอบการฯกล่าว ตัวแทนผู้ประกอบการฯกล่าวว่า ทั้งนี้ จากการติดตามการใช้งบฯดังกล่าว ได้พบเห็นสิ่งผิดปกติที่อาจจะส่อไปในทางทุจริต ชี้นำ และสั่งการในทางลับ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง จึงเกรงว่าอาจจะเป็นการใช้เงินงบฯที่สูญเปล่าและไม่สามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้กับนักเรียนตามวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ได้ โครงการนี้มีข้อสังเกตว่า โรงเรียนมีเวลาเพียง 8 วันทำการ ไม่รวมเสาร์และอาทิตย์ ในการจัดทำโครงการ และแบบประเมินรายการครุภัณฑ์เพื่อเข้าร่วมประชุมวันที่ 11-12 กรกฎาคม นับจากวันที่ออกจดหมายที่ศธ.04229/164 ลว. ลงวันที่ 28 มิถุนายน เพื่อเชิญโรงเรียนประชุมจัดหาครุภัณฑ์การเรียน ซึ่งเร่งรัดโรงเรียนเกินไป นอกจากนี้ ที่ประชุมเมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคม เพื่อสร้างความเข้าใจในการเลือกครุภัณฑ์ กลับไม่มีการส่งโครงการและแบบประเมินราคาในวันดังกล่าว แต่กลับมีบริษัทเอกชนที่จำหน่ายสินค้าทางการศึกษาเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการฯให้โรงเรียน ตัวแทนผู้ประกอบการฯกล่าว ตัวแทนผู้ประกอบการฯกล่าวว่า ทั้งนี้ ขอให้นายชินภัทรตรวจสอบดูแลการใช้งบฯ ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนรุ่นที่2 ที่ได้รับการจัดสรรโรงเรียนละ 3 แสนบาทและ 1 แสนบาท เนื่องจากมีสิ่งผิดปกติหลายเรื่อง เช่น โครงการที่โรงเรียนจัดทำเพื่อขออนุมัติ มีเนื้อหาถ้อยคำที่เหมือนกันทุกประการแบบประเมินราคาครุภัณฑ์เป็นรายการเดียวกันทั้งหมด เป็นต้น ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าโครงการนี้ทุจริตหรือล็อกสเปกครุภัณฑ์หรือไม่ ถ้ามีก็ไม่ถูกต้องในส่วนโรงเรียนของตนได้รับงบฯ 1 ล้านบาทโดยได้เสนอรายการครุภัณฑ์ที่ต้องการใน 5 กลุ่มสาระหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ซึ่งโรงเรียนก็ได้รับครุภัณฑ์ตามที่เสนอไป ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี แต่หากจะให้ได้ผลดี ควรจัดสรรงบฯให้กับทุกโรงเรียน จึงจะยกผลสัมฤทธิ์ของเด็กได้อย่างดี นายชินภัทรกล่าวว่า กำลังขอข้อมูลเรื่องนี้จากสำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลายในฐานะเจ้าของเรื่องอยู่ รายงานข่าวจาก สพฐ.แจ้งว่า นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการ กพฐ.ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทุกเขต กรณีแอบอ้างชื่อนายเสน่ห์ไปหาผลประโยชน์จากสถานศึกษาที่ได้รับงบฯเกี่ยวกับสื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอนและการซ่อมแซมอาคาร ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างใดๆ ก็ตาม อาจมีการแอบอ้างชื่อผู้บริหารระดับสูงใน สพฐ.สร้างความเสียหายต่อบุคคล และ สพฐ.จึงขอให้อย่าหลงเชื่อ และไม่ควรจัดซื้อจัดจ้างจากบุคคลที่แอบอ้าง และให้สถานศึกษาแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว และรายงานให้ สพฐ.ทราบทันที
--มติชน ฉบับวันที่ 29 ก.ค. 2554 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
28 ก.ค. 54
อ่าน 79399 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |