ตอบโจทย์ทุกข์ครูประถม "เด็กอ่านไม่ออก...เขียนไม่ได้" ด้วยรถบรรทุกความรู้คู่ปัญญา-ภูมิปัญญา




      

ตอบโจทย์ทุกข์ครูประถม เด็กอ่านไม่ออก...เขียนไม่ได้ ด้วยรถบรรทุกความรู้คู่ปัญญา-ภูมิปัญญาถิ่น และภาษาอังกฤษฟุดฟิดฟอไฟ!

 

โดย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพ (สสค.)
          เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร จัดการประชุมจัดการความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับพื้นที่ ในโครงการติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ระดับประถมศึกษา ครั้งที่ 1/2554 อ่าน ดี อ่านคล่อง มีความสุข และมี
          คุณลักษณะที่ดี ณ โรงแรมแก่นอินน์ จ.ขอนแก่น โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมรวม 140 คน จาก 65 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานตอนบน 10 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย มุกดาหาร หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ขอนแก่นและกาฬสินธุ์
          พระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานยกย่องครูว่า เป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ ควรแก่การเคารพ ด้วยเหตุผลที่ว่า ทรัพยากรมนุษย์จะได้ดีก็เพราะครู สมณะชีพราหมณ์จะดีได้ก็เพราะครู แม้แต่พระมหากษัตริย์ นายกรัฐมนตรีก็ต้องมีครูที่ดี มีคุณธรรม และเชื่อว่าไม่นาน ครูทุกท่านต้องได้เห็นลูกศิษย์เราเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ฉะนั้นการจะทำให้มนุษย์มีคุณภาพได้นั้น ต้องมีพื้นฐานที่มั่นคง ถ้าท่านทั้งหลายสามารถทำให้เด็กรักการศึกษาได้ เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะรักเรียน ใฝ่ดี จึงจำเป็นที่ครูเองจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
          สำหรับโจทย์หลักของครูประถมศึกษาอีสานบนค่อนข้างหลากหลาย โดยนวัตกรรมที่ครูช่วยกันคิดค้น ทั้งโครงการเดี่ยวและโครงการกลุ่มส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปยังปัญหาการอ่านหนังสือ และเขียนหนังสือไม่แตก ภูมิปัญญาชาวบ้าน และการพัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษ
          ครูประถมทุกข์มากนะคะ เด็กอ่านหนังสือไม่ได้!
          ครูประถมทุกข์มากนะคะเด็กอ่านหนังสือไม่ได้!ครูกนกกาญจน์เฟื้องฟูสถิตย์โรงเรียนบ้านเพี้ยฟานโนนตุ่น จ.ขอนแก่น ที่คิดโจทย์การเรียนรู้จากปัญหาการอ่านหนังสือไม่แตกของนักเรียน ด้วยวิธีการที่พยายามทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็กมากขึ้น จนเป็นที่มาของโครงการ รถบรรทุกความรู้คู่ปัญญา
          เกิดจากที่เด็กอ่านไม่คล่อง แต่ธรรมชาติเด็กๆ ต้องการเล่น แต่เมื่อมองดูตำราเรียน บางครั้งอาจใส่ข้อมูลที่เป็นวิชาการมากเกินไป ประกอบกับห้องสมุดมีแต่หนังสือเก่า ห้องเก่าๆ ก็เลยคิดว่า น่าจะหาช่องทางในการเข้าถึงเด็กให้ได้ ก็เลยคิดถึงห้องสมุดเคลื่อนที่ เลยเป็นที่มาของการเกิด รถบรรทุกความรู้คู่ปัญญา ให้เด็กได้อ่านและเล่นเกมส์ ทำให้เขารู้สึกสนุกและเฝ้ารอ ทำให้เด็กอ่านหนังสือได้คล่องมากขึ้น และเชื่อมโยงเรื่องคำสุภาษิตไทย ครูกนกกาญจน์เล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกที่เข็นรถบรรทุกความรู้คู่ปัญญาเข้าไปให้เด็กๆ ได้อ่านว่า
          เด็กๆ เห็นครั้งแรกก็ร้อง ฮูหู ดีเนอะ มีหนังสือการ์ตูน มีเกมส์ให้เล่นเยอะ แถมยังไม่ต้องเดินไปหาหนังสือ แต่หนังสือเดินมาหาเรา ทำให้เด็กๆ รออ่านหนังสือ เมื่อไหร่จะได้อ่านหนังสือ เมื่อเขาสนใจก็จะอยากค้นคว้าอ่านหนังสือ ทำให้มีการพัฒนาการเรียนการอ่านให้ดีขึ้น ช่วยลดภาระให้ครู ได้เยอะ โดยเฉพาะรุ่นพี่จะช่วยอ่านหนังสือให้รุ่นน้องฟังตลอดช่วงพักเที่ยง จากแต่ก่อนเด็กๆ ให้อ่านหนังสือไม่อยากอ่าน แต่พอให้อ่านการ์ตูนอ่าน ฉะนั้นก็ต้องหาหนังสือและเกมส์ที่สอดแทรกความรู้เข้าไปให้เขาเข้าใจได้ง่าย
          ด้านโรงเรียนบ้านหนองโจดสวนมอน จ.มหาสารคาม สพป.มหาสารคาม เขต 1 ที่ทำ โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นของครูภัชศิณีบุญประคมครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษก็อาศัย 9 ภูมิปัญญา ท้องถิ่นมาประยุกต์กับการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนท้องถิ่น เช่น การเป่าแคน ทอเสื่อกก การทำลาบเป็ด เรียนรู้วรรณกรรมพื้นบ้าน นวดแผนโบราณ การทำแคร่ไม้ไผ่ เป็นต้น มาพัฒนาการเรียนรู้เด็กประถมให้มีการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืน และเชื่อมโยงคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน
          คิว-วิษณุภู อาจคั้น นักศึกษาปี 4 คณะวารสารศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่เจอกระแสน้ำท่วม จึงได้มีโอกาสกลับบ้านมาช่วยเป็นวิทยากรในโรงเรียนของคุณแม่ภัชศิณี สอนเด็กๆ ทำหนังสั้น บอกเล่าการเรียนรู้ในท้องถิ่นตน
          คิวเล่าให้ฟังว่า เพื่อจะควานหาว่า มีภูมิปัญญาท้องถิ่นอะไรบ้าง ก็มีการทำโฟกัสกรุ๊ปกับผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านจนกลายเป็นที่มาของ 9 กิจกรรมดังกล่าว ซึ่งขั้นต่อไปก็จะชวนเด็กๆ ตัดต่อหนังสั้น โดยจะใช้รูปแบบสตอรี่บอร์ด เข้ามาทำให้เด็กๆ มีกระบวนการความคิดที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น แล้วค่อยให้พวกเขาได้ไปถ่ายทำจริง
          ผมคิดว่าการคิดแบบนี้ไม่โบราณ ผมคลุกคลีกับสังคมแบบนี้ เป็นความรู้สึกที่ต้องหวงแหนไว้ เป็นทัศนคติความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงยาก ขณะเดียวกันคนแก่จะรู้สึกดีใจที่ได้มาถ่ายทอดความรู้  ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองมีค่า ได้ทำอะไรให้ลูกหลาน พอเด็กออกนอกห้องเรียนก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศการเรียน เขาก็ชอบกัน แล้วมันก็จะนำกลับไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันในชุมชน สังคม และในห้องเรียน คิวกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
          ด้านครูชุตินธรหัตถพนม รักษาการรองผู้อำนวยการโรงเรียนโนนชัย สังกัดเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น ผู้รับผิดชอบโครงการ ริเริ่มการศึกษาแนวใหม่ของขอนแก่น หรือ KhonKean Education Initiative (KKEL) ทำโครงการร่วม 2 โรงเรียนได้แก่ โรงเรียนเทศบาลหนองแหวง และโรงเรียนเทศบาลโนนทัน ซึ่งได้มีการทำงานร่วมกับครูต่างชาติ ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย โดยมีครูไทยเป็นครูหลัก และ ครูต่างชาติเป็นครูเสริม
          ปัญหาที่พบคือ ครูภาษาอังกฤษที่ไม่ได้จบเอกอังกฤษ แล้วต้องมาสอนวิชาภาษาอังกฤษ แม้จะมีงบประมาณมาจ้างครูต่างชาติก็จริง แต่หากหมดงบประมาณก็จะไม่เกิดความยั่งยืน เลยนำไปสู่การทำงานร่วมกับครูต่างชาติคัดเลือกครูต่างชาติที่สอนแนวทางเลือก 2 คน เด็กและครูก็จะได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบทเรียนต่างประเทศด้วย ทำให้ครูเองก็ได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ โดยทั้ง 3 โรงที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายจะมีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น เน้นการเรียนภาคสามัญ เน้นการเรียนบูรณาการเชื่อมโยงกับท้องถิ่นและสถานการณ์ปัจจุบัน และเน้นกระบวนการจิตตปัญญา เพื่อให้ครูเห็นความแตกต่างของเด็กในแต่ละประเภท
          เราจะมีห้องเรียนบูรณาการทุกวัน และ 1 วันให้ครูได้ร่วมเรียนรู้ด้วยกัน เน้นจิตปัญญา และทักษะชีวิตด้วย มีการหาประเด็นปัญหาน้ำท่วม มีการทำบทเรียน วิกฤตน้ำท่วม พาไปดูสถานที่จริงที่น้ำท่วมแล้วจะมีเดย์ แคมป์ที่บูรณาการจุดเด่นทั้ง 3 ห้องเรียนมาทำงานร่วมกัน โดยเน้นการใช้ภาษาอังกฤษ เน้นสนุก มีความสุข ไม่กลัวฝรั่ง ด้วยการสร้างทัศนคติที่ดีกับภาษาอังกฤษทุกเดือน ตามความสนใจของครู นักเรียน ตามบริบทของโรงเรียน แล้วมาทำงานร่วมกัน ก็มีจะมีอัตลักษณะของแต่ละโรงเรียนที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน

 

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 11 ม.ค. 55   อ่าน 85545 ครั้ง      คำค้นหา :