’โอดอส’ ประชานิยมการศึกษาให้ทุนกินเปล่า - ไร้เกณฑ์วัดผล
'โอดอส' ประชานิยมการศึกษาให้ทุนกินเปล่า - ไร้เกณฑ์วัดผล
...ธเนศน์ นุ่นมัน... โครงการประชานิยมด้านการศึกษาหนึ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือ1 อำเภอ 1 ทุนหรือที่เรียกว่า โอดอส (ODOS) ย่อมาจาก One District One Scholarship โครงการนี้ได้รับการต่อยอดมาจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในเวลาต่อมารัฐบาลขิงแก่ได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็นทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ใช้งบประมาณจากส่วนกลาง นักเรียนที่ได้รับทุนสามารถศึกษาต่อได้ทั้งในและนอกประเทศ ไม่มีข้อผูกมัด และไม่ต้องกลับมาใช้ทุน นั่นหมายถึงการให้ทุน กินเปล่า อย่างไรก็ดี เมื่อเริ่มแจกทุนกลับพบปัญหาที่ตามมาจำนวนมาก อาทิ กรณีนักเรียนทุนซึ่งต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนยังประเทศจีน เคยสะท้อนว่าความแตกต่างในหลักสูตรคณะแพทย์และเภสัชศาสตร์ของประเทศจีนและประเทศไทยแตกต่างกัน เมื่อศึกษาจบก็ได้วุฒิการศึกษาที่ไม่เหมือนกับประเทศไทย ส่งผลต่อการเข้าสู่อาชีพในท้ายที่สุด วุฒิการศึกษาและจำนวนหน่วยกิตของเภสัชศาสตร์ต่างกัน ที่ประเทศไทยต้องเรียน 5 ปี ขณะที่ประเทศจีนเรียนเพียง 4 ปี และได้วุฒิวิทยาศาสตร์ดังนั้นนักศึกษาจึงต้องกลับมาเรียนเพิ่มที่ประเทศไทยอีก 1-2 ปี เพื่อสอบใบประกอบวิชาชีพหนึ่งในนักเรียนซึ่งได้รับทุนอธิบาย กระทั่งเข้าสู่ปัจจุบัน สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เดินหน้า โอดอสรุ่น 3มีการปรับหลักเกณฑ์การรับสมัครทุนเพิ่มเติม และยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6หรือจบการศึกษาไปแล้ว หรืออยู่ในระหว่างการเรียนปริญญาตรี หรือเรียนอาชีวศึกษา รวมทั้งเรียนในระบบของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดชั้นมัธยมไม่ต่ำกว่า 3.00 สมัครได้ สมพงษ์ จิตระดับอาจารย์คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ที่ผ่านมาโอดอสยังมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขปรับปรุงเช่น การปฐมนิเทศที่ยังให้ข้อมูลข่าวสารไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจศึกษาต่อ รวมถึงการให้คำแนะนำเรื่องการปรับตัวเนื่องจากนักเรียนอาจต้องไปศึกษาต่อในพื้นที่ที่ไม่รู้จัก หลักสูตรที่แตกต่าง เกิดปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อม ภาษา ส่งผลถึงสุขภาพจิตอาการเครียด นอกจากนี้ การให้ทุนของโครงการนี้เข้าข่ายลักษณะมากเกินความพอดี ให้สิทธิพิเศษเกินขอบเขต อาทิ ให้เปลี่ยนสาขาเรียนได้ไม่จำกัด ให้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับให้เงินทุนมากกว่าเด็กทุนอื่นๆ อาจารย์คณะครุศาสตร์ วิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลแทบจะไม่มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทุนกลุ่มนี้เท่าที่ควร ไม่มีรายงานความคืบหน้าของนักเรียนทุน 2 รุ่นแรกว่าจบการศึกษาเท่าใด มีงานทำหรือไม่ และจบตรงกับสาขาที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ นักการศึกษารายนี้ เห็นว่าการเดินหน้าให้ทุนรุ่นที่ 3 โดยไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของรุ่นก่อนเป็นอย่างไร ไม่ต่างอะไรกับการให้ทุนที่สูญเปล่า ที่สำคัญ การไม่มีข้อผูกมัดให้กลับมาใช้ทุนทำให้เกิดปัญหาตามมาอีก แม้ภาพของทุนจะดูดีมาก แต่ผลตอบแทนที่ประเทศได้รับกลับน้อยเกินไป แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการให้ทุนที่สูญเปล่า และเรื่องนี้ก็โทษเด็กไม่ได้เพราะภาครัฐเองไม่มีความชัดเจนเรื่องข้อกำหนดให้เด็กกลุ่มนี้ อาจารย์สมพงษ์ ระบุ
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ |
|
โพสเมื่อ :
18 เม.ย. 55
อ่าน 5495 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |