อาชีวะพาตะลุยฝรั่งเศส (1) ก๊อบศูนย์ฝึก’แอคคอร์’ก้องโลกดันบุคลากรโรงแรมไทย..สู่สากล
อาชีวะพาตะลุยฝรั่งเศส (1) ก๊อบศูนย์ฝึก'แอคคอร์'ก้องโลกดันบุคลากรโรงแรมไทย..สู่สากล
ขติยา มหาสินธ์ [email protected]
ฝรั่งเศส...ไม่ได้ขึ้นชื่อเฉพาะในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเลื่องชื่อในเรื่องศิลปะ แฟชั่น การศึกษาอาหารและการเกษตร โดยเฉพาะมหานครปารีสซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศมีสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟร์พระราชวังแวร์ซายส์ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ออร์เซ ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ฝรั่งเศสจึงเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีนักท่องเที่ยวในแต่ละปีมากกว่าประชากรในประเทศ โดยฝรั่งเศสมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 75 ล้านคนต่อปีขณะที่มีประชากรในประเทศเพียงแค่64.5 ล้านคนเท่านั้น ข้อมูลจากวิกิพีเดียยังระบุด้วยว่า ฝรั่งเศสมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 32.8 พันล้านยูโร ซึ่งถือเป็นรายได้หลักอย่างหนึ่งของประเทศ ธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวในฝรั่งเศสจึงบูมอย่างมาก โดยปัจจุบันมีโรงแรมกว่า 18,000 แห่งทั่วประเทศและมีบ้านพักตากอากาศ บ้านพักเยาวชนและที่พักราคาย่อมเยา รวมกันแล้วกว่า64,000 แห่ง ทั้งหมดเกิดขึ้นเพื่อรองรับและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวซึ่งนับวันจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ไม่ต่างจากประเทศไทย นับแต่รัฐบาลรณรงค์โครงการ Amazing Thailand เมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็ส่งผลให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยว โดยมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ทำให้ขาดแคลนแรงงานด้านนี้เช่นกัน ไทยจึงต้องเร่งผลิตพัฒนากำลังคนด้านอาหารการโรงแรม และการบริการ หรือที่เรียกว่าฮอสปิตอลลิตี้ (Hospitality) เหตุนี้ กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาน.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)พร้อมด้วย น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) จึงได้นำคณะผู้บริหารและครูโครงการสุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลก 10 ท่านที่ชนะเลิศการแข่งขัน ไปเยือนประเทศฝรั่งเศส คณะผู้บริหารของ ศธ. นำโดย น.ส.นริศรา ได้หารือกับทีมผู้บริหารของกลุ่มแอคคอร์ (Accor Group) พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านฮอสปิตอลลิตี้ของแอคคอร์ ซึ่งแอคคอร์ เป็นธุรกิจด้านการโรงแรมที่มีห้องพักโรงแรมในเครือทั่วโลกมากกว่า 5 แสนห้อง โดยโรงแรมในเครือมีชื่อต่างๆ อาทิSofitel Novotel All Seasons Mercure และ IBIS น.ส.นริศราเล่าว่า จากการพูดคุยทำให้เห็นว่าผู้บริหารแอคคอร์ให้ความสนใจด้านการฝึกอบรมพนักงาน การให้บริการและการสร้างกำลังคนในสายอาชีพการโรงแรมเป็นอย่างมาก โดยในฝรั่งเศสมีวิทยาลัยที่เปิดสอนด้านฮอสปิตอลลิตี้มากถึง 600 แห่ง เราจึงต้องการมืออาชีพที่จะมาช่วยฝึกอบรมให้กับบุคลากรของเรา โดยการหารือในเบื้องต้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะหาสถานที่ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรโดยให้แอคคอร์เข้ามาช่วยบริหารจัดการซึ่งอาจจะจัดทำเป็น City Hotel ที่ศูนย์การฝึกอบรม สอศ. บริเวณถนนรามอินทราและ Resort Hotel โดยใช้โรงเรียนขนาดเล็กของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จ.ภูเก็ต มาดำเนินการ ขนาดไม่เกินสามดาว โดยแอคคอร์อาจคิดค่าบริหารจัดการและค่าการตลาดในราคาที่ต่ำมาก เน้นแขกที่จะมาพักจากทั่วโลก ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายลงทุนไม่มากเกินไปนัก ซึ่งจะช่วยให้ ศธ.มีศูนย์การฝึกอบรมและผลิตบุคลากร ตลอดจนได้โรงแรมที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อให้นักศึกษาอาชีวะและบุคลากรได้เรียนทฤษฎีและฝึกปฏิบัติด้านฮอสปิตอลลิตี้แบบครบวงจรอีกทั้งยังมีห้องประชุมที่มีมาตรฐาน พร้อม ที่พักเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับข้าราชการ ศธ.ด้วย เราได้ขอให้แอคคอร์เขียนโมเดลเงื่อนไขความร่วมมือกับไทย เพื่อส่งไปยังแอคคอร์กลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งดูแลไทยด้วย เพื่อทำให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้ทางแอคคอร์ได้ภาพพจน์ที่ดี และหากศูนย์การฝึกอบรมฯ แอคคอร์ในไทยเติบโตได้ด้วยดี จะทำให้คนไทยมีทักษะการให้บริการที่ดี พร้อมทั้งเติบโตไปพร้อมกันด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าว ฉบับหน้าจะรายงานบรรยากาศที่คณะผู้บริหาร ศธ.ซึ่งนำโดย น.ส.นริศราไปหารือร่วมกับทีมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการของฝรั่งเศส และพาเยี่ยมชมสถาบันเลอ กอร์ดอง เบลอ (Le Cordon Bleu) ซึ่งเป็นสถาบันสอนการทำอาหารคาวและหวานที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในโลก
--มติชน ฉบับวันที่ 11 ต.ค. 2553 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
11 ต.ค. 53
อ่าน 10533 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |