|
รัฐมนตรีที่ดูแลการศึกษาหากคุณภาพเด็กดีโลกไม่มีวันลืม ก่อนเข้าสู่ปีใหม่ทุกปีก็มักจะมีโพลจากสำนักต่าง ๆ สำรวจผลการดำเนินงานของรัฐบาลตามความคิดเห็นของประชาชนว่าจะสอบผ่านหรือ สอบตก ส่วนรัฐมนตรีในรัฐบาลทั้งหลายก็จะพลอยถูกจัดอันดับว่ามีผลงานหรือเป็นที่รู้จักชื่นชอบของประชาชนมากน้อยเพียงใดรวมไปด้วย ซึ่งส่วนนี้แม้ผลของโพลที่เกิดขึ้น จะไม่สามารถใช้เป็นคำตอบโจทย์ข้อเท็จจริงได้ถูกต้องทั้งหมดได้ ด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ถูกสำรวจหากเทียบกับประชาชนทั้งประเทศแล้วถือว่าเป็นกลุ่มที่เล็กมาก ความถูกต้อง เที่ยงตรงที่จะให้เหมือนงานวิจัย นั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผลสำรวจของโพลออกมาแล้วเช่นนี้ รัฐมนตรีที่มีชื่ออยู่ในโพลทั้งในทางบวกและลบก็ย่อมได้รับผลกระทบอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ก็ด้วยข้อมูลของโพลที่เกิดขึ้นได้ถูกขยายผลผ่านสื่อแทบจะทุกแขนงกลายเป็นข่าวที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความสนใจไปแล้วนั่นเอง ซึ่งจะส่งผลต่อหน้าที่และอนาคตทางการเมืองไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นการทำโพล บางเรื่องอาจจะดูเป็นแค่เรื่องขำ ๆ ธรรมดาของประชาชนทั่วไป แต่สำหรับนักการเมืองหรือรัฐมนตรีแล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย ส่วนเหตุผลเป็นเพราะอะไรนั้นคิดว่าทุกท่านคงทราบแก่ใจกันดี การที่นำเรื่องโพลที่สำรวจเรื่องดังกล่าวมาพูดถึงในครั้งนี้ก็ด้วยมีความเห็นใจรัฐมนตรีที่ผลสำรวจออกมาว่าเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม เพราะอาจได้รับผลกระทบตามที่ได้กล่าวมา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วรัฐมนตรีที่ว่าประชาชนไม่ค่อยรู้จักทั้งหลายนั้นอาจมีความมุ่งมั่น ทุ่มเทให้กับการทำงานในกระทรวง หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่อย่างจริงใจและจริงจังก็เป็นไปได้ แต่อาจจะอ่อนประชาสัมพันธ์ตัวเอง ก็เลย ทำให้ไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนในภาพรวมอย่างทั่วถึงมากนัก ซึ่งในจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกสื่อออกข่าวว่าเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืมนั้น ก็เกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ ถึง 2 รายด้วยกัน คือ นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ และ นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในส่วนของ นายไชยยศ จิรเมธากร นั้นอาจจะพอทำเนาได้ว่า เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยได้ไม่นานนักและหน่วยงานที่รับผิดชอบก็เป็นระดับอุดมศึกษาซึ่งเป็นการจัดการศึกษาให้กับผู้ใหญ่ งานที่เกิดขึ้นอาจจะไม่หวือหวาหรือเป็นที่สนใจของประชาชนระดับรากแก้วมากนัก แต่สำหรับ นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ แล้วถือว่าน่าแปลกใจกับผลโพลที่ออกมาไม่น้อย ด้วยได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ปี ไปแล้วจึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าจะไม่มีประชาชนรู้จักจนกลายเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม เพราะนอกจากเรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานพอสมควรแล้ว ผลงานที่เกิดขึ้นกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ก็มีให้เห็นเป็นรูปธรรมในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันกฎกระทรวงการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายของสถานศึกษาอาชีวศึกษาของเอกชนกับสถาบันการอาชีวศึกษา การผนึกกำลังสานต่อนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ สำหรับนักเรียนระดับ ปวช. ในสถานศึกษาในสังกัด อาชีวศึกษา จำนวน 515 แห่ง การดำเนินการปฏิรูปอาชีวศึกษา ที่สอด คล้องกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน สู่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ที่มีสมรรถนะสูง ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน การดำเนินงานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5 จนเกิดปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการศึกษาเพื่อโลกอาชีพ ฯลฯ ซึ่งหากรวมถึงงานที่ต้องบริหารควบคู่ไปกับรัฐมนตรีว่าการในภาพ รวมของกระทรวงศึกษาธิการ กับทุกนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ด้วยแล้ว ก็ถือว่าได้สร้างผลงานไว้ไม่น้อยเช่นกัน ส่วนนี้จึงบอกว่าน่าแปลกใจที่ ผลโพล ออกมาว่า นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เป็นรัฐ มนตรีที่ประชาชนรู้จักน้อยในลำดับท้าย ๆ จากบรรดารัฐมนตรีทั้งหมด ส่วนนี้จะไปว่าโพลได้ข้อมูลมาผิดก็คงไม่ใช่อีกเช่นกัน สาเหตุนั้นน่าจะมาจากหลากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูล อาจเป็นผู้ที่ไม่ค่อยสนใจกับการจัดการศึกษาของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก็เป็นไปได้ ด้วยอาจเห็นว่าเป็นการศึกษาสายอาชีพ สำหรับกลุ่มที่มีอายุมากเกินวัยเด็กไปแล้ว จึงสามารถดูแลตนเองได้ ผู้ปกครองจึงไม่ต้องคอยมากำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเหมือนกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ผู้เรียนยังเป็นเด็กและเยาวชนอยู่ ส่วนนี้หากกลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอาชีวศึกษาแล้ว คิดว่าข้อมูลคงนำโด่งก็เป็นไปได้ ปัจจัยต่อมาก็อาจด้วยเป็นพระรอง กระบี่มือ 2 หรือ 3 ของ กระทรวงศึกษาธิการ งานที่เกิดขึ้นทั้งหลายไม่ว่าจะประสบผลสำเร็จ หรือเกิดปัญหา ประชาชนก็มักจะพุ่งเป้าไปที่ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหลัก ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นไปตามหลักการบริหารราชการแผ่นดินที่ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานจะต้องรับผิดชอบงานทั้งหมด แม้ในทางปฏิบัติจะมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานไปแล้วก็ตาม ทำให้บทบาทของพระรองจึงไม่โดดเด่นเช่นพระเอก ยิ่งต้องเข้ามาเป็นกระบี่มือรองในหน่วยงานจัดการศึกษาที่ต้องดำเนินการงานใหญ่ งานหนัก และเห็นผลสำเร็จช้าด้วยแล้ว โอกาสที่จะเกิดเป็นข่าวตามสื่อแขนงต่าง ๆ บ่อยครั้งเช่นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาปากท้อง ความเดือดร้อนของประชาชน คงเป็นไปไม่ได้ยาก ดังนั้น ผลของโพลที่เกิดขึ้นจึงไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ทั้งหมดว่ารัฐมนตรีคนใด เก่ง ดี มีความสามารถมากกว่ากันได้มากนัก เพราะหากทุกฝ่ายยอมรับกับผลของโพลที่เกิดขึ้นว่าสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดถึงความสามารถและผลงาน ของรัฐมนตรีแต่ละท่านได้แล้ว ก็คงต้องขอประท้วงแทน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเป็นแน่ เพราะผลการสำรวจที่ออกมาครั้งนี้ก็อยู่ในระดับกลาง ๆ นั้น ถือว่าเป็นผลที่ไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง ด้วยรัฐมนตรีท่านนี้ว่ากันไปแล้ว ถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่สามารถสร้างผลงานให้กับวงการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างโดดเด่นไม่น้อยเลย ซึ่งนอกจากนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่กลายเป็นผลงานอันดับต้น ๆ ของรัฐบาลที่ประชาชนพึงพอใจแล้ว ยังมีผลงานที่เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกหลายนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาทุกคน ได้รับประทาน 100 เปอร์เซ็นต์ การเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาอ่านไม่ได้ อ่านไม่คล่อง ให้อ่านได้ อ่านคล่อง การจัดให้การส่งเสริมนิสัยรักการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเป็นผู้มีนิสัยรักการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต การจัดให้มีโรงเรียนดีประจำตำบล การเตรียม บุคลากรสู่สากล ฯลฯ หากรวมถึงวิธีการกระตุ้นให้บุคลากรในสังกัด ได้ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยแล้ว ถือว่า นายชินวรณ์ สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ด้วยการปลดล็อกพันธนาการที่เกิดขึ้นกับครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เป็นอย่างเป็นรูปธรรมในหลายเรื่อง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเคยเป็นครูมาก่อนเลยรู้จุดปัญหาของครูจึงเกาได้ถูกที่คัน ด้วยวิธีการทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดขวัญและกำลังใจ เพื่อจะได้มุ่งมั่นทุ่มเทกับการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเดือนสูง-ต่ำ ทำให้ครูผู้ช่วยเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งครูรับเงินเดือน คศ.1 จะได้รับเงินเดือนขั้น 10,770 บาท ครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนตั้งแต่ คศ.3 เป็นต้นไป เมื่อเงินเดือนเต็มเพดานจะได้ขยายไปรับในแท่งที่สูงขึ้นต่อไปตามลำดับ พร้อมเร่งผลักดันบัญชีเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ให้เกิดขึ้นในไม่ช้านี้หากไม่มีเหตุใดมาขวางทางเสียก่อน ซึ่งก็ จะทำให้ขั้นเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษา เทียบเท่ากับบัญชีเงินเดือนของข้าราชการพลเรือน ที่เคยลักลั่นกันมาตั้งแต่ปี 2551 แล้วนั่นเอง นอกจากนั้นก็ยังได้เปิดช่องให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับความก้าวหน้า ด้วยการปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะให้สอดคล้องกับงานที่ปฏิบัติจริงโดยมีทางเลือกในหลายแนวทาง การจัดทำเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะเฉพาะสำหรับครูและบุคลากร ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ที่มีบริบทเช่นเดียวกัน การปรับเปลี่ยนวิธีประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ จะไม่มีการปรับตกแต่จะให้ปรับปรุงผลงานจนกว่าจะผ่าน รวมถึงวิธีการนับเวลาขอมีหรือขอเลื่อนวิทยฐานะที่จะเอื้อโอกาสให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษา ไม่เสียสิทธิ เช่นที่ผ่านมา รวมถึงงานอื่น ๆ ที่ไม่สามารถนำมากล่าวในที่นี้ได้ทั้งหมด เมื่อมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เช่นนี้แล้ว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รวมถึงรัฐมนตรีช่วยที่ร่วมบริหารงาน ก็น่าจะต้องมีผลงานระดับต้น ๆ ของบรรดารัฐมนตรีทั้งหมดด้วยซ้ำไป แต่เมื่อผลโพลออกมาในลักษณะเช่นนี้ก็ต้องคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะผลงานที่เกิดขึ้นก็เป็นคำตอบที่ดี ที่สุดให้ได้อยู่แล้ว ดีกว่าที่จะต้องไปมุ่งเร่งสร้างโปรเจคท์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นมากมายเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเองแต่เนื้องานไม่เกิดหรือเป็นงานที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อเด็กมากนัก หากเป็นเช่นนี้ก็จะกลายเป็นการผลาญเงินภาษีของประชาชนและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ไปเสียเปล่า ๆ เพราะว่ากันตามความจริงแล้วผลงานของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ขอให้รู้ใจ เข้าใจ สร้างขวัญกำลังใจ ให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างถูกจุดแล้ว ผลงานของรัฐมนตรีก็จะเกิดขึ้นมาเอง เพราะช่วงที่ผ่าน ๆ มาครูจำนวนไม่น้อยขาดขวัญ หมดกำลังใจ งานจึงไม่ค่อยเดิน เมื่อมีการสร้างขวัญ กำลังใจได้อย่างถูกจุดเช่นนี้แล้วเชื่อว่าครู ผู้บริหารโรงเรียนทั้งหลายก็คงมีไฟกลับมาทำงานอย่างมุ่งมั่นทุ่มเท ตามความรู้ ความสามารถที่มีอยู่อย่างแท้จริงอีกครั้ง ซึ่งก็เชื่อแน่ว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กก็คงจะดีขึ้น ตามลำดับ เมื่อเด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ก็เชื่อว่า ผู้ปกครองและประชาชนทั้งประเทศก็จะออกมาชื่นชมท่านเองโดยมิต้องไปรอผลโพลอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน. กลิ่น สระทองเนียม
ที่มา: http://www.dailynews.co.th |
| โพสเมื่อ : 28 ธ.ค. 53 อ่าน 6234 ครั้ง คำค้นหา : |