สพฐ.ผุดแท่ง’หลักสูตรมีงานทำ’ นำร่อง’มัธยม’ทั่วปท.’วิชาเลือก-เสริม&rsqu
สพฐ.ผุดแท่ง'หลักสูตรมีงานทำ' นำร่อง'มัธยม'ทั่วปท.'วิชาเลือก-เสริม'เปิดช่องพ่อ-แม่เลือก'รายการ'ฟรี15ปี
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดเผยว่า จากนโยบายของนายวรวัจน์เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้เน้นการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับอาชีพนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เตรียมดำเนินการการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและสัดส่วนของเวลาเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนภาคปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการให้นักเรียนมีเจตคติเกี่ยวกับวิชาชีพ ซึ่งจะเริ่มส่งเสริมตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งนี้ ความเข้มข้นของการส่งเสริมในเรื่องนี้นั้น จะมีความเข้มข้นมากที่สุดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ส่วนการส่งเสริมการประกอบอาชีพแก่นักเรียนนั้น จะส่งเสริมทุกแห่งทั่วประเทศ แต่จะเน้นส่งเสริมในโรงเรียนนำร่อง 3 กลุ่ม คือโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สพฐ.จะเสนอให้เปิดหลักสูตรแท่งใหม่ ที่เป็นการเตรียมตัวเพื่อการมีงานทำ (Career Prep) โดยจะเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นและจะต้องมีการวางแผนในระดับมหภาคซึ่งต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ใน ศธ.ด้วย เช่น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ต้องมีหน้าที่ในการวิจัยศักยภาพของพื้นที่จังหวัดและลงมาช่วยการจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย โดยสิ่งเหล่านี้จะต้องมีความยึดโยงเชื่อมต่อกันทั้งหมดอย่างไรก็ตาม หลักสูตร Career Prep ที่จะใช้นั้น นายวรวัจน์เห็นว่าควรจะต้องส่งเสริมให้เด็กได้ค้นหาตัวเองในเรื่องอาชีพในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ดังนั้น สพฐ.จะใช้หลักสูตรนี้ ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้นไป ซึ่งจะปรับเนื้อหา กิจกรรมเข้าไปในโครงสร้างหลักสูตรในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นวิชาเสริมหรือวิชาเลือก โดยจะต้องนำร่องในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ นายชินภัทรกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพที่นายวรวัจน์ให้ สพฐ.มาดำเนินการพิจารณานั้นจะมีการปรับแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนที่จะตรงกับความต้องการของผู้เรียนมากขึ้นโดยจะไม่เป็นรายการที่จัดให้เหมือนกันหมดทุกคน แต่จะให้นักเรียนและผู้ปกครองเลือกรายการที่ต้องการภายใต้เงินอุดหนุนที่จะจัดสรรให้นักเรียนแต่ละคนในอัตราเดียวกันซึ่ง สพฐ.จะสำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองก่อน จากนั้นจะนำผลการสำรวจมาพิจารณาร่วมกับข้อมูลในปีที่ผ่านมาว่ารายการใดที่จัดสรรให้นักเรียนแล้วมีประโยชน์และส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ก็จะดำเนินการต่อ แต่หากมีผลน้อยก็จะต้องทบทวน
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
02 ก.ย. 54
อ่าน 90629 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |