ค่ายเยาวชนสืบสานพระราชดำริในหลวง




      

ค่ายเยาวชนสืบสานพระราชดำริในหลวง

          ในผืนแผ่นดินไทยทั่วทุกภาคมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้การประกอบอาชีพด้านต่างๆ ช่วยพัฒนาความเป็นอยู่อย่างพอเพียงและมีความสุขแกประชาชนชาวไทยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ รุ่นที่ 1 (RDPB DAMP) กรอบแนวคิด การฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล จากยอดเขาสู่ท้องทะเล ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2553 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่างคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากสถาบันอุดมศึกษา 20 แห่งในเขตภาคกลางเข้าร่วมและมหาวิทยาลัยรังสิตได้ส่งผู้แทนนักศึกษาเข้าร่วม 4 คน โดยให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าค่าย ดังนี้
          นายปกรณ์ ราชสงฆ์ (แบงค์) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ เปิดใจว่า ทุกกิจกรรมมีสาระและสนุกสนาน ได้ลงมือทำจริงในกลุ่มเกษตรผสมผสานและการเลี้ยงหอยนางรม ทุกคนได้ทำอาหารกันเอง อีกทั้งได้เรียนรู้และแสดงออกผ่านการแสดงละครซึ่งได้รู้และทำในสิ่งที่ไม่เคยทำและได้ข้อคิดจากโครงการในพระราชดำริของในหลวงนำมาพัฒนาตัวเอง คือหลักของการปลูกต้นไม้ 4 ต้นในใจเรา ให้ทำเพื่อส่วนรวมมากขึ้น ซึ่งในหลวงทรงเป็นแบบอย่างของการทำเพื่อส่วนรวมและเพื่อประชาชนคนไทย ในส่วนของเพื่อนๆ ทุกคนในค่ายรักและสามัคคีแม้จะต่างสถาบันแต่ก็ทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ แบ่งปันรู้สึกประทับใจมาก
          นางสาวกีรติ ขันทิตย์(แป้ง) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า ตนเป็นนักศึกษาทุนราชประชานุเคราะห์ จึงสนใจเข้าค่ายนี้และเพื่อนๆ ทุกคนรักและเทิดทูนในหลวง ซึ่งท่านเป็นพระมหกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่ทำเพื่อประชาชน ค่ายนี้มีกิจกรรมหลายอย่างและสนุกมาก ได้ลงพื้นที่จริง เช่น บ้านเกษตรกรต้นแบบที่มีการปลูกข้าว เพาะเห็ด เลี้ยงหอย ผักสวนครัว จากการฟังบรรยายรองเลขาธิการ กปร. โดยในลวงทรงสอนว่า ถ้าจะปลูกต้นไม้ให้ประเทศไทย สิ่งแรกต้องปลูกต้นไม้ในใจคน โดยปลูกต้นไม้ 4 ต้น คือ จิตสำนึก จิตอาสา จิตสาธารณะ และจิตวิญญาณ และขอเชิญชวนท่องเที่ยวโครงการในพระราชดำริซึ่งมีอยู่ทุกภาคทั่วไทยนอกเหนือจากการเห็นธรรมชาติที่สวยงามแล้ว จะได้เห็นความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของเกษตรกรซึ่งจะได้ลงมือทำจริงกับเกษตรกรตัวอย่างและจะทำให้การเที่ยวของคุณมีความหมายมากขึ้น
          นายรณกฤต เจ้าพานิช(เอิร์ธ) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์กล่าวว่า ชอบกิจกรรมค่ายนี้มากทำให้เข้าใจโครงการในพระราชดำริมากยิ่งขึ้น ได้เห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรหลายประเภทและได้ลงมือทำจริงพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งนี้ ได้ข้อคิดดีๆ จากกระแสพระราชดำรัสอาทิ การเริ่มลงมือทำอะไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตควรเริ่มที่จุดเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยๆ ขยายให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งโครงการในพระราชดำริของในหลวงได้ทำอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลจริง ทำให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุขคำสอน ของในหลวงนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกคนทุกระดับ
          นายจักรกฤษ สารเนตร(เค) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะดิจิทัลอาร์ต กล่าวว่า เข้าค่ายครั้งนี้รู้สึกคุ้มค่ามากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เพื่อนใหม่ ประทับใจกับธรรมชาติในช่วงศึกษาป่าโกงกาง ซึ่งได้เดินข้ามสะพานไม้ระยะทาง 1.7 กิโลเมตร ธรรมชาติจุดนี้สมบูรณ์มากมีเสียงนกร้อง ต้นไม้เยอะและสวยงาม ทำให้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างแท้จริงจากการได้เรียนรู้โครงการในพระราชดำริ ได้ข้อคิดซึ่งในหลวงสอนว่าจะทำสิ่งใดในแผ่นดินให้สำเร็จต้องปลูกต้นไม้ในใจคน 4 ต้นก่อน ทั้งนี้ทำให้ตนเองได้พัฒนาความคิดว่า จะทำอะไรให้สำเร็จต้องมีจุดเริ่มต้น โดยเริ่มจากจุดเล็กเมื่อคิดแล้วต้องลงมือทำเลย ไม่ใชคิดฝันลมๆ แล้งๆ โดยไม่ได้ลงมือทำ
          จากการเปิดใจของผู้แทนค่ายครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกต้นไม้ 4 ต้นในใจคน จึงคาดหวังว่ากลุ่มเยาวชนค่ายนี้จะเป็ฯพลังช่วยสานต่อแนวพระราชดำริเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์



โพสเมื่อ : 24 พ.ย. 53   อ่าน 8844 ครั้ง      คำค้นหา :