ครูผู้ช่วยโกงชัด! ชงยกเลิกผลสอบ
ครูผู้ช่วยโกงชัด! ชงยกเลิกผลสอบ
'ธาริต-เสริมศักดิ์' แถลงผลดีเอสไอสอบสวนคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการ 'ครูผู้ช่วย' เมื่อช่วงต้นปี พบข้อสอบรั่วชัดเจน แฉร่วมมือกันโกงเป็นขบวนการ ทั้งเจ้าหน้าที่ระดับส่วนกลาง ภูมิภาค และบุคคลทั่วไป เสนอ 'ศธ.' ยกเลิกการสอบเฉพาะพื้นที่พบทุจริตชัด 4 เขตในจังหวัดอุดรธานี ยโสธร โคราช และขอนแก่น ดีเอสไอเดินหน้าลุยต่อขอทำเป็นคดีพิเศษเพื่อเอาผิดทางอาญาอย่างเต็มพิกัด เผยกลุ่มที่ทำข้อสอบได้คะแนนสูงผิดปกติ 486 ราย โดนไล่เช็กข้อเท็จจริงหนักแน่ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ร่วมกันแถลงการตรวจสอบคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วย นายธาริตกล่าวว่า วันนี้ได้มอบรายงานผลการสืบสวนกรณีทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งผลการสืบสวนพบประเด็นส่อพิรุธ ดังนี้ 1.สำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต 3 มีบุคคลเข้าสอบแทน, 2.สพป.ขอนแก่น เขต 3 มีผู้เข้าสอบได้เฉลยข้อสอบมาทั้ง 4 วิชา โดยส่งข้อความเฉลยข้อสอบมาทางเอสเอ็มเอส แต่ผู้เข้าสอบไม่ได้นำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในห้องสอบ แต่ใช้วิธีท่องจำเข้าไป, 3.สพป.อุดรธานี เขต 3 นำเครื่องมือสื่อสารไปใช้ส่งสัญญาณเฉลยข้อสอบ และมีการนำเฉลยข้อสอบเข้าห้องสอบ, 4.สพป.ยโสธร เขต 1 ผู้เข้าสอบนำเฉลยข้อสอบเข้าไปในห้องสอบ นายธาริต ระบุต่อไปว่า ข้อ 5.สพป.นคร ราชสีมา เขต 2 ผู้เข้าสอบได้เฉลยข้อสอบมาทั้ง 4 วิชา แต่ไม่ได้นำเข้าไปในห้องสอบ ใช้วิธีการท่องจำเข้าไป, 6.จากการตรวจสอบคะแนนผู้ที่สอบได้ในเขตพื้นที่ต่างๆ ปรากฏว่าผลการสอบมีผู้ที่ทำคะแนนสอบได้สูงผิดปกติ จำนวน 486 ราย จากผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น 9,242 ราย แต่สามารถบรรจุได้ จำนวน 2,161 ราย ดังนั้น ขณะนี้จึงมีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าการสอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 13 ม.ค. มีการทุจริตจริง และขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการยกเลิกการสอบเฉพาะพื้นที่พบทุจริตชัด 4 เขต คือ สพป.อุดรธานี เขต 3, สพป.ยโสธร เขต 1, สพป.นครราชสีมา เขต 2 และสพป.ขอนแก่น เขต 3 พร้อมกันนี้ยังขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาผู้สอบที่มีคะแนนสูงผิดปกติด้วย เพื่อยกเลิกการสอบต่อไป อธิบดีดีเอสไอเผยอีกว่า การสืบสวนยังพบว่าการทุจริตนั้นทำเป็นขบวนการ ทั้งในระดับเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและผู้เข้าสอบ โดยเตรียมการมาตั้งแต่ต้น ซึ่งพยานหลักฐานที่พบประกอบด้วย 1.มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง เข้ารับราชการ โดยกำหนดให้ส่วนราชการ สำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบ ซึ่งเดิมสำนักงานเขตพื้นที่จะเป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบและจัดสอบเอง 2.จัดทำข้อสอบ โดยจ้างบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด เป็นผู้จัดพิมพ์ 3.จัดส่งข้อสอบ โดยจ้างบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเดิมสำนักงานเขตพื้นที่จะมารับข้อสอบเอง 4.สั่งให้บุคคลไปสมัครสอบต่างพื้นที่และยังให้ไปสมัครในพื้นที่อื่นอีกก่อนที่จะมีสอบ (วันที่ 6-12 ธ.ค. 55 ไม่เว้นวันหยุดราชการ) 5.จัดผังที่นั่งสอบใหม่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่เข้าสอบ 6.มีการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือ (โทรศัพท์) ก่อนสอบ 2 วัน (วันที่ 10 ม.ค. 56) 7.ส่งเฉลยข้อสอบมาให้ก่อนวันสอบ 1 วัน (คืน 12 ม.ค. 56) 8.ให้จดเฉลยข้อสอบเพื่อท่องเข้าไปในห้องสอบโดยได้เฉลยก่อนวันสอบ 1 วัน และ 9.จดเฉลยข้อสอบเข้าไปในห้องสอบ (13 ม.ค. 56) เพื่อให้มีอำนาจในการสอบสวนเชิงลึก ดีเอสไอจะเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อมีมติให้กรณีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ของสพฐ. เป็นคดีพิเศษ ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ นายธาริต กล่าว อธิบดีดีเอสไอระบุด้วยว่า เมื่อรับเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีอาญาได้อย่างเต็มที่แล้ว ดีเอสไอจะแจ้งให้กระทรวงศึกษาฯ เข้าร้องทุกข์อย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินคดีอาญาไม่จำเป็นต้องรอผลตรวจสอบทางวินัย เพราะการดำเนินคดีอาญาจำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจน ดังนั้นแม้กระทรวงศึกษาธิการจะมีมาตรการทางการปกครองโยกย้ายบุคคลใดจะไม่มีผลผูกมัดในคดีอาญาหรือหมายความว่าจะเป็นผู้กระทำความผิด แต่การโยกย้ายอาจทำเพื่อเปิดทางให้เกิดความสะดวกในการตรวจสอบหรือเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอ ได้วางเป้าหมายบุคคลที่ต้องถูกสอบสวนไว้อยู่แล้ว ด้านนายเสริมศักดิ์ รมช.ศึกษาธิการแถลงว่า ตนมาขอรับผลสืบสวนตามที่เคยร้องขอให้ตรวจสอบ เนื่องจากในวันที่ 22 มี.ค. นี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งจะนำผลสอบของดีเอสไอไปประกอบการพิจารณากับข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดูว่าใน 4 เขต มีการทุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นข้อมูลทั้ง 4 เขต ของดีเอสไอและกระทรวงศึกษาธิการตรงกัน แต่การพิจารณาว่าจะยกเลิกทั้งเขตหรือไม่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น บางเขตสอบได้ 5 คน แต่มีคนทุจริตแค่ 2 คน ดังนั้นจะยกเลิกการสอบทั้งหมดหรือไม่ ต้องให้ก.ค.ศ. พิจารณาร่วมกันอีกครั้ง นายเสริมศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับความผิดของข้าราชการนั้นนอกจากการลงโทษทางวินัยแล้ว ยังต้องรับโทษคดีอาญาด้วย หากเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แต่ยืนยันว่าจะไม่กลั่นแกล้งบุคคลใด แค่ต้องการให้คนผิดถูกลงโทษ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าทำเป็นขบวนการแน่นอน ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และบุคคลทั่วไปร่วมมือกัน สิ่งที่ทำให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวทุจริตกันเป็นขบวนการ เช่น การที่คนเหล่านี้รู้ว่าตำแหน่งว่างเท่าใด อยู่พื้นที่ไหนบ้าง ทำให้จัดคนไปลงสมัครสอบในพื้นที่ต่างๆ ไม่ให้ซ้ำกัน ดังที่เห็นว่าคนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปสอบในภาคอื่น เพราะมีข้อมูลเชิงลึกจากขบวนการแล้วว่าต้องเลือกพื้นที่ใด ไม่ได้เลือกตามใจ ซึ่งการสอบครั้งนี้หากเป็นวิชาความรู้ความสามารถกรณีสอบในเขตที่ทำงานจะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน แต่หากนอกเขตจะได้แค่ 8 คะแนน แต่หากออกนอกจังหวัดจะเลือก 6 คะแนนเท่านั้น ดังนั้นหากเป็นไปได้ทุกคนคงไม่อยากสอบนอกเขต แต่เมื่อรู้ข้อมูลว่าเต็มแล้วจึงต้องกระจายไปสอบภาคอื่นแทน นายเสริมศักดิ์กล่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นข้อสอบรั่ว รมช.ศึกษาธิการตอบว่า เบื้องต้นยังไม่มีสรุปแน่นอน แต่ข้อสอบรั่วมีแน่ เพราะครั้งนี้เป็นตำแหน่งวิชาเอก 30 วิชา วิชาร่วมมี 3 วิชา ดังนั้นการที่ข้อสอบจะคงรั่วหลายเขต วันเดียวกัน นายเสริมศักดิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมที่กระทรวงศึกษาฯว่า ผู้ที่ทำคะแนนสอบสูงผิดปกติ 486 ราย จะต้องสอบสวนกันต่อไป อาจยังไม่เสนอให้ที่ประชุมก.ค.ศ. พิจารณายกเลิก เพราะเห็นใจว่ากระบวนการตรงนี้สลับซับซ้อน และมีการจัดการที่ค่อนข้างละเอียด ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ก็ยังจะให้ทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่กว้างมาก นอกจากนี้ จะให้ผู้ชำนาญการด้านคะแนนมาดูคะแนนที่สูงผิดปกติว่าคนกลุ่มนี้จะถือว่าทุจริตหรือไม่ โดย กรณีของ 486 ราย จะต้องให้ดีเอสไอได้สอบสวนกันต่อไป และเมื่อตรวจสอบเสร็จจะทยอยให้ ศธ.นำเสนอที่ประชุมก.ค.ศ. พิจารณายกเลิกผลการสอบ วันที่ 22 มี.ค.จะมีประชุมก.ค.ศ. โดยจะนำเสนอผลการสอบสวนของดีเอสไอที่เสนอให้ยกเลิกการสอบเฉพาะพื้นที่ ซึ่งเป็นบุคคลใน สพป.ขอนแก่น เขต 3 สพป.อุดรธานี เขต 3 สพป.ยโสธร เขต 1 และ สพป.นครราชสีมา เขต 2 รวมมีผู้ทุจริตจำนวน 6 คน นอกจากนี้ อาจนำเสนอให้ยกเลิกการสอบที่ สพป.นครปฐม เขต 1 อีก 1 รายด้วย เรื่องนี้ทางดีเอสไอยังไม่ได้ระบุชัดว่าเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง เพียงแค่บอกว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง เข้าใจว่า ยังสอบสวนไม่หมดจึงยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ ฉะนั้นเมื่อผลออกมาแบบนี้คงยังไม่พิจารณาการโยกย้ายใคร ต้องดูให้ชัดเจนก่อนเพื่อความเป็นธรรม นายเสริมศักดิ์ เผย
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
21 มี.ค. 56
อ่าน 1855 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |