คอลัมน์: เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์: พันธุ์เก่ากับพันธุ์ใหม่
|
แวดวงการศึกษาไทยห้วงปีที่ผ่านมากล่าวขวัญถึงการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่สอง
และพูดถึง "ครูพันธุ์ใหม่"มากกว่าเรื่องอื่น
ซึ่งรวมหมายถึงระดับการศึกษาและคุณสมบัติ ตลอดจนค่าตอบแทน ก่อนจะไปถึงครูพันธุ์ใหม่ วันนี้ลองมองย้อนกลับไปที่ "ครูพันธุ์เก่า"สักประเดี๋ยวเป็นไร วันก่อนมีเรื่องครูตีนักเรียนเรื่องแต่งกายผิดระเบียบ ถึงขนาดฟกช้ำดำเขียวที่บริเวณแก้มก้น
หากว่ากันตามระเบียบกฎเกณฑ์ มีระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
ประกาศใช้เมื่อปี 2548
ห้ามครูลงโทษนักเรียนด้วยการตีด้วยไม้หรือตีด้วยวัสดุอุปกรณ์อื่นใด
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ที่ศาลแขวงจังหวัดนครราชสีมา
คณะผู้พิพากษาศาลแขวงพิพากษาจำคุกอดีตครูสอนศิลปศึกษา1
อดีตครูประจำวิชาภาษาไทย 1 และครูผู้ดูแลหอพัก 1 เป็นเวลา 1 ปี
ปรับคนละ8,000 บาท
ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยการร่วมกระทำผิดลงโทษเด็กนักเรียนชายกว่า40 คน
โดยการใช้ไม้เรียวทำด้วยหวายพันสายไฟฟ้าเฆี่ยนตีจนเด็กนักเรียนได้รับบาด
เจ็บ ความคิดเห็นเรื่องครูตีนักเรียนมีออกมาหลายทาง
ทั้งผู้ปกครอง ทั้งนักเรียน และทั้งครูผู้รับผิดชอบ บ้างเห็นด้วย
บ้างไม่เห็นด้วยโดยเหตุผลว่า
หากมีการลงโทษตีด้วยไม้เรียวกระทำบนฐานของความรักความเมตตานักเรียน
การตีนั้นก็น่ามีความเป็นไปได้ขณะที่บางโรงเรียนมีระเบียบว่าจะให้ลงโทษด้วย
วิธีใด หากลงโทษด้วยการตี จะให้ครูตีหรือผู้ปกครองตี
หรือจะลงโทษด้วยการหักคะแนน
การเฆี่ยนตีนักเรียนน่าจะมีต่อเนื่องมาแต่ในอดีต
พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักลงโทษลูกหลานในปกครองด้วยการเฆี่ยนตีแทบทั้งสิ้น
กำลังของการเฆี่ยนตีแรงค่อยแล้วแต่ทั้งความผิดและอารมณ์ ณ
ขณะนั้นส่วนการเฆี่ยนตีของครู
อาจถือกันมานานแล้วว่าครูคือพ่อแม่คนที่สองของนักเรียน "หลวงเมือง"เขียนไว้ใน"มติชน"คอลัมน์ "บทความธรรมดา" วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคมนี้ ตอนหนึ่งว่า
"คนไทยนับถือวันพฤหัสบดีเป็นวันครูเมื่อข้าพเจ้าเข้าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ
พ่อพาไปมอบตัวต่ออาจารย์ใหญ่ คือ ขุนปราศรัยจรรยา
โดยให้ถือดอกไม้ธูปเทียนไปด้วยและไปวันพฤหัสบดี
ท่านอาจารย์พูดกับพ่อของข้าพเจ้าว่า
สมัยนี้เขาไม่นับถือกันแล้วมอบตัวกันเป็นพิธีก็พอ
แต่พ่อของข้าพเจ้าเรียนท่านโดยนอบน้อมว่า
ผมถือโบราณดอกไม้ธูปเทียนที่ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์นำมาคารวะนี้บูชาพระก็
ได้ ท่านก็รับไว้ พ่อกล่าวมอบตัวเป็นครั้งที่ 2 ว่า
ลูกผมคนนี้ยกให้เป็นศิษย์ของท่านขุน ดุว่าเฆี่ยนตีได้ตามความผิด
อาจารย์ใหญ่หันมาถามข้าพเจ้าว่าเธอได้ยินแล้วใช่หรือไม่
ข้าพเจ้าตอบเสียงแห้งๆ ว่า ครับ เป็นอันเสร็จพิธีมอบตัว"
เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
พร้อมด้วยเพื่อนศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเข้าคารวะ
อาจารย์เนื่องในโอกาสวันครู
โดยนายอภิสิทธิ์นำพวงมาลัยคารวะคุณครูลินจงอินทรัมพรรย์ อดีตครูประจำชั้น
ป.5 ป.6 ของนายกรัฐมนตรี คุณครูลินจง ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ตอนหนึ่ง ความว่า
เนื่องในวันครูที่จะมาถึงในวันที่ 16 มกราคมนี้
อยากฝากถึงเพื่อนครูทั่วประเทศว่า ขอให้ภูมิใจในอาชีพของตนเอง
เพราะครูเป็นอาชีพที่ได้ทำบุญจากการสั่งสอนให้ความรู้แก่ลูกศิษย์...ขอให้
ครูภูมิใจ ไม่ต้องน้อยใจว่าไม่รวย
และต้องทำงานเหนื่อยยากแต่อาชีพที่ทำอยู่มีคุณค่ามหาศาลมาก
และเป็นอาชีพที่คนอื่นไม่มีโอกาสทำ เมื่อมีโอกาสแล้วก็ต้องทำงานนี้ด้วยใจ
"ครูไม่ได้แค่ภูมิใจที่เป็นครูนายกฯ
แต่ภูมิใจกับลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นคนดี
ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรที่สุจริตก็ภูมิใจ
ทุกวันนี้มีลูกศิษย์ประกอบอาชีพที่หลากหลาย เช่น นักแสดง ชาวนา
บางคนก็บวชเป็นพระสงฆ์ดิฉันในฐานะเป็นครูก็จะติดตามลูกศิษย์แต่ละคนว่าเป็น
อย่างไร" "ราชภัฏข่าวสด"
วันนี้เป็นแต่เพียงหยิบยกความเป็นพ่อแม่ ความเป็นครู
เมื่อก่อนกับวันนี้มาให้อ่าน
เผื่อว่าคุณครูและคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองทั้งหลายได้ทบทวนกันว่า
จะลงโทษด้วยไม้เรียวต่อไปหรือไม่
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
20 ม.ค. 54
อ่าน 11450 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |