ตั้งศูนย์แก้นร.ตีกัน ครม.ให้ศธ.เจ้าภาพ




      

ตั้งศูนย์แก้นร.ตีกัน ครม.ให้ศธ.เจ้าภาพ ชินวรณ์ปัดส่งลงใต้

          รวบ 20 นร.เทคนิคย่านปทุมฯ เตรียมยกพวกตะลุมบอน ชินวรณ์ ปัดส่งหัวโจกลงใต้ ครม.อนุมัติแผน ศธ.เป็นศูนย์แก้ปัญหา ตร.บางบ่อนำเด็กช่างกลทัวร์คุกหวังเตือนสติ
          แม้หน่วยงานที่เก่ยวข้องพยายามจะทำมาตรการเพื่อป้องปรามปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันระหว่างสถาบัน แต่ไม่วายยังเกิดเหตุนักเรียนเทคนิคใช้อาวุธไล่ตีกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 กันยายน พ.ต.อ.นิสากร บุญตานนท์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุเด็กนักเรียนตีกันและขว้างระเบิดปิงปองใส่รถเมล์ เหตุเกิดบนถนนปทุมธานี-กรุงเทพฯ หน้าหมู่บ้านเมืองประชา ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงสั่งการให้ตั้งจุดสกัด 8 จุด
          ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.บุญญาภิวัฒน์ บุญนิ่มนำกำลังไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่ารถเมล์สาย 33 วิ่งระหว่างปทุมธานี-สนามหลวง ออกรถไปแล้ว เมื่อตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี อยู่ที่ป้ายรถเมล์ 4-5 คน และพบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน ถง 3721 กรุงเทพมหานคร มีผ้าใบคลุมเต็มรถทั้งคัน นายน้ำ(นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ชั้น ปวช.ปี 2 เป็นคนขับ ภายในรถมีเด็กนักเรียนอีกสิบกว่าคน
          จากการตรวจค้นพบมีด 3 เล่ม ซุกซ่อนในรถ จึงนำกลุ่มนักเรียนทั้งหมด 20 คน มาทำประวัติ และเรียกผู้ปกครองให้มารับตัว ส่วนผู้ที่พกพาอาวุธมีดจะถูกปรับเป็นเงิน 500 บาท และผู้ไม่พกบัตรประจำตัวประชาชนจะปรับรายละ 100 บาท รวมถึงดำเนินคดีเจ้าของรถกระบะที่นำมาใช้ขนเด็กนักเรียนตีกันแล้วพาหลบหนี ซึ่งที่ท้ายรถมีข้อความเขียนไว้ว่า ซุ่มยิง และรถใช้หนีในราชการเท่านั้น
          นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีรายหนึ่งให้การว่า พวกตนมารอขึ้นรถเมล์หน้าป้ายหมู่บ้านเมืองประชา เมื่อรถเมล์สาย 33 มาจอดพบว่ามีกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีแหลมทองนั่งอยู่หลายคน จึงไม่ขึ้นไปกลัวจะมีเรื่องแต่พอรถเมล์เคลื่อนตัวออกไปก็มีเสียงระเบิดปิงปองดังสนั่นขึ้นมาที่ท้องถนน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ คาดว่าเป็นนักเรียนอีกกลุ่มหวังจะให้พวกตนไล่ตามแต่มาถูกจับกุมเสียก่อน
          วันเดียวกัน นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ ประสานงานส่วนราชการต่างๆ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และกทม. ร่วมกันแก้ปัญหา
          ส่วนเรื่องให้ส่งนักเรียนกลุ่มเสี่ยงไปบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นนายชินวรณ์ปฏิเสธว่าไม่เคยเป็นข้อสรุปของกระทรวง เพียงแต่บอกว่ามีข้อเสนอจากสังคมในเรื่องนี้ การสนับสนุนนักเรียนไปบำเพ็ญประโยชน์จะต้องส่งไปในพื้นที่ที่เหมาะสมไม่ใช่มุ่งลงโทษเด็กแล้วสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น และตนก็ไม่เห็นว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นกระบวนการแก้ปัญหา และยังเสนอส่งนักเรียนที่มีปัญหาไปเข้าโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ยินดีที่จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องนี้ด้วย
          อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ได้สอบถามนายชินวรณ์กรณีจะส่งนักเรียนที่มีปัญหาลงไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่นายชินวรณ์ปฏิเสธว่า ไม่มีแนวคิดนี้ ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ขอให้กระทรวงศึกษาธิการรีบไปจัดการ เพราะข่าวนี้ออกไปแล้วไม่ใช่ข่าวเชิงบวก จากนั้นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวเสริมว่า นายชินวรณ์ควรเร่งแก้ข่าวนี้ด้วย
          วันเดียวกัน พ.ต.ท.อนันต์ วงศ์ศรีสุนทร รอง ผกก.ปป.สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และนายสุรศักดิ์ อินนะระ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปเรือนจำกลางสมุทรปราการ นำเด็กนักเรียนแผนกช่างอุตสาหกรรมชั้นปวช. จากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก จ.สมุทรปราการ จำนวน 50 คน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบัน เข้าไปดูสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางสมุทรปราการ ทั้ง 7 แดนคุมขัง
          พ.ต.ท.อนันต์กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาเด็กนักเรียนช่างกลก่อเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้งในระยะนี้ และส่งผลให้ประชาชนคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับลูกหลง จึงร่วมกับทางเรือนจำกลางสมุทรปราการ นำเด็กนักเรียนช่างกลกลุ่มเสี่ยงเข้าไปดูสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำ ว่าเมื่อก่อเหตุไปด้วยความคึกคะนองแล้วจะมีผลตามมาอย่างไร ให้เด็กช่างเหล่านี้พบกับรุ่นพี่ที่เคยก่อเหตุยกพวกตีกัน แล้วต้องโทษอยู่ในเรือนจำว่ามีสภาพเป็นอย่างไร เด็กเหล่านี้จะก่อเหตุและนำประสบการณ์ที่ได้เข้ามาทัวร์ในเรือนจำครั้งนี้ไปบอกต่อกับรุ่นน้องต่อไป

          ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



โพสเมื่อ : 09 ก.ย. 53   อ่าน 15695 ครั้ง      คำค้นหา :