เป็นไปได้..ไม่เกินเอื้อม’เรียนเมืองนอก’’ทุนมี’ถ้ารักราชการ!




      

คอลัมน์ : สกู๊ปหน้า1 : เป็นไปได้..ไม่เกินเอื้อม'เรียนเมืองนอก''ทุนมี'ถ้ารักราชการ!

          เด็กไทย เยาวชนไทย เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับการสนับสนุนและพัฒนาด้านการศึกษา...เป็นคอนเซปต์เก็บตกส่วนหนึ่งจากงานมหกรรมศึกษาต่อต่างประเทศ ครั้งที่ 7 ที่จัดโดยสำนักงาน
          ก.พ. เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในงานนี้ก็มีทั้งการตั้งคำถาม และชี้คำตอบ
          เป็นคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กไทย เป็นการศึกษาในรูปแบบการศึกษาต่อต่างประเทศการขับเคลื่อนขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาเด็กไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาประเทศ โอกาสด้านการศึกษาของเด็กไทยจริง ๆ แล้วอยู่ตรงไหน? ทุนรัฐบาลไกลเกินเอื้อมหรือไม่?...นี่เป็นคำถาม ขณะที่คำตอบนั้น บทบาทหนึ่งของทางสำนักงาน ก.พ. ก็ถือว่าใช่...สำหรับเด็กไทย
          เลขาธิการ ก.พ. นนทิกร กาญจนะจิตราระบุไว้ว่า... บทบาทภารกิจหนึ่งของทางสำนักงานที่สำคัญ ในฐานะเป็นองค์กรกลางการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ คือเรื่องทุนการศึกษา/ฝึกอบรมที่ทางสำนักงานมีการจัดสรรปีละ 300-500 ทุน ซึ่งในปีหน้า 2554 ได้จัดสรรทุนจำนวน 500 ทุน ทั้งทุนสำหรับบุคคลทั่วไปและทุนพัฒนาข้าราชการ/บุคลากรภาครัฐ อีกทั้งในปี 2553-2554 ยังมีการดำเนินการจัดสรรทุนรัฐบาลเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักอาชีพราชการ
          บทบาทหนึ่งที่ทางสำนักงานได้รับการมอบหมายคือ การจัดการดูแลการศึกษาในต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 8(8)ซึ่งระบุว่าให้สำนักงานก.พ. จัดสรรทุนรัฐบาลประเภทต่าง ๆ ให้กับนักเรียน เช่น ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนรัฐบาล ทุนไทยพัฒน์ ทุนยูดับบลิวซี (UWC) ฯลฯเพื่อให้นักเรียนไทยได้มีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศ และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้นำวิทยาการใหม่ ๆ ของโลกในต่างประเทศกลับมาพัฒนาประเทศไทยให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบันโดยปัจจุบันมีสำนักงานดูแลทุนครอบคลุมในหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น
          ทั้งนี้ งานด้านการศึกษาในต่างประเทศเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ เพราะการศึกษาในต่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากการแข่งขันในเวทีโลกมีสูงขึ้น การเรียนรู้ในสาขาวิชาที่หลากหลายจากประเทศต่าง ๆ จะช่วยให้คนไทยมีความรู้ความสามารถ และมีมุมมองที่หลายหลากมากขึ้น
          ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถเทียบเท่าสากล ทั้งนี้ยิ่งประชากรในประเทศได้เรียนรู้มากเท่าไร ประเทศไทยก็จะยิ่งมีประชากรที่มีความรู้ความสามารถมากขึ้นเท่านั้น...นี่เป็นหลักการและเหตุผลที่ต้องมีการจัดสรรทุนรัฐบาลเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศ เพื่อที่จะได้กลับมาเป็น กำลังสำคัญของประเทศ
          ยุคโลกไร้พรมแดนเช่นในปัจจุบัน เป็นโลกแห่งการศึกษาที่เปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจเรียนมากขึ้น ไม่เพียงแต่สาขาวิชาซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดอย่างบริหารธุรกิจและวิศวกรรมที่ได้รับความนิยม แต่สาขาวิชาอื่น ๆ เช่น ศิลปะ ดีไซน์ ดิจิตอลมีเดียก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีประเทศให้เลือกเรียนหลากหลายขึ้น
          ปัจจุบันโลกการศึกษากว้างมาก จะเห็นว่ามีวิชาที่แปลก ๆใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้าน การออกแบบเครื่องประดับแฟชั่น ตกแต่ง สถาปัตยกรรม ในขณะที่ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย ไอที การบริหารจัดการก็ยังได้รับความนิยมอยู่และที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาก็มีหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น อักษรศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กฎหมายและอื่น ๆ อีกมาก โดยนักเรียนทุนเหล่านี้ เมื่อสำเร็จกลับมาก็จะได้มาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติในส่วนราชการต่าง ๆ ...เลขาธิการ ก.พ.ระบุ
          ทั้งนี้ งานมหกรรมศึกษาต่อต่างประเทศถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เด็กและเยาวชนไทย รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง จะได้เรียนรู้แนวทางในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ และก็มิใช่ว่าเมื่องานจัดเสร็จไปแล้วก็แล้วกัน เพราะก็ยังมีทุนของหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ รออยู่ ซึ่งกับ ทุนรัฐบาลสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักอาชีพราชการในส่วนของสำนักงานก.พ.นั้น ปีนี้มีการจัดสรรไว้ราว 61 ทุน โดยผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องเป็นผู้ที่ศึกษาชั้นปีสุดท้ายในสถาบันการศึกษาในประเทศ ในสาขาวิชาและระดับคะแนนที่กำหนดของหลักสูตรปริญญาตรี
          การให้ทุนจะแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 เพื่อศึกษาในชั้นปีที่ 4 หรือชั้นปีสุดท้าย จนสำเร็จปริญญาตรีแล้วจะได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการในหน่วยราชการที่เข้าร่วมโครงการกับทุนนี้ และระยะที่ 2 คือ เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทในหรือต่างประเทศจบแล้วก็ปฏิบัติราชการในหน่วยราชการเดิมที่บรรจุ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจทุนดังกล่าวนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ www.ocsc.go.th
          นี่ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทาง เรียนต่อต่างประเทศแล้วนำความรู้กลับมา พัฒนาประเทศไทย.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 15 พ.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 15 พ.ย. 53   อ่าน 13598 ครั้ง      คำค้นหา :