บอร์ดสทศ.เลิกโอเน็ตฉบับสั้น วัดผลสัมฤทธิ์ไม่ได้-รื้อข้อสอบใหม่ ใช้ปรนัยแบบ’คำตอบเดียว-เติมคำ&r




      

บอร์ดสทศ.เลิกโอเน็ตฉบับสั้น วัดผลสัมฤทธิ์ไม่ได้-รื้อข้อสอบใหม่ ใช้ปรนัยแบบ'คำตอบเดียว-เติมคำ'

          นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริหารสทศ.มีมติให้ สทศ.จัดทำคลังข้อสอบ โดยจะเริ่มในปีการศึกษา 2554 ดังนั้น จะไม่นำข้อสอบหรือเฉลยขึ้นเว็บไซต์เผยแพร่ จนกว่าการทำคลังข้อสอบจะเรียบร้อย ทั้งนี้การทำคลังข้อสอบก็เพื่อประกันคุณภาพของข้อสอบให้ดียิ่งขึ้น และการที่จะรู้ว่าข้อสอบมีคุณภาพดีขึ้นหรือไม่ จำเป็นต้องมีค่าสถิติรองรับ ซึ่งจากนี้อีก 4 ปี สทศ.เชื่อว่าจะมีข้อสอบที่มีคุณภาพ และสามารถทำนายข้อสอบในระดับนานาชาติได้
          นายสัมพันธ์กล่าวว่า ที่ประชุมยังให้ยกเลิกแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือโอเน็ตฉบับสั้น ที่ใช้สอบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา เพราะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เห็นว่าข้อสอบฉบับสั้นวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนไม่ได้จริง โดยคณะกรรมการบริหาร สทศ.มีมติให้แต่ละวิชามีข้อสอบไปเกิน 2 รูปแบบ คือปรนัย เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียง 1 คำตอบและปรนัยแบบเติมคำตอบ ไม่เกิน 20%เท่ากับไม่มีข้อสอบแบบเชื่อมโยง
          ที่ประชุมเห็นว่าข้อสอบแบบเชื่อมโยงใช้ทักษะในการวัดที่สูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนในห้อง และก้าวกระโดดไปมาก อีกทั้ง สทศ.ไม่ต้องการให้เด็กเสียเวลากับการทำข้อสอบที่ไม่คุ้นเคย แต่ยังเน้นการวัดผลในเชิงคิดวิเคราะห์อยู่ โดยจะใช้เทคนิคเพิ่มคุณภาพในการออกข้อสอบแทน จากนี้ข้อสอบโอเน็ตจะต้องมาจากหลายฝ่ายเพื่อสร้างมาตรฐาน โดยให้ครูขั้นพื้นฐานร่วมผลิตข้อสอบด้วย นายสัมพันธ์กล่าว
          นายสัมพันธ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรฐานของการทดสอบ (Standard Testing) เพื่อกำหนดเชิงนโยบาย และกำหนดกรอบรูปแบบแนวทางการทดสอบโอเน็ตทุกระดับช่วงชั้น และยกร่างExamination Bord มีนายศิริชัย กาญจนวาสีคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายในเรื่องการผลิตข้อสอบ จัดสอบตรวจข้อสอบ และประกาศผล เพื่อพัฒนารูปแบบ และระบบการสอบโอเน็ตให้ได้มาตรฐาน โดยตั้งเป้าไว้ว่าการสอบโอเน็ตต้องทำนายการประเมินผลระดับนานาชาติ หรือ PISA ได้ รวมทั้งจะหารือในที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อใช้คะแนนโอเน็ตในการวัดผลก่อนจบการศึกษา หรือexit-exam ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
          นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)กล่าวว่า ที่คณะกรรมการบริหาร สทศ.มีมติให้จัดทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง(เอเน็ต) นั้น ต้องดูเหตุผลของ สทศ.ว่าใช้เพื่ออะไร ถ้านำมาใช้ในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์กลาง หรือแม้แต่การรับตรง ทปอ.ต้องดูก่อนว่าเนื้อหาข้อสอบเป็นอย่างไร ซ้ำซ้อนกับแบบทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และแบบทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) หรือไม่ ที่สำคัญจะยิ่งทำให้เด็กสับสน  และต้องสอบมากขึ้นหรือไม่
          นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ต้องพิจารณาความเหมาะสม แต่เชื่อว่า ทปอ.คงไม่ถอยหลังนำกลับมาใช้อีก อีกทั้ง GAT และPAT เพิ่งใช้ไม่นาน ควรศึกษาผลดีผลเสียก่อนจะเปลี่ยนแปลงใดๆ อีก
          นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การนำเอเน็ตกลับมาใช้อีกเป็นเรื่องที่ดีเพราะกำลังจะนำการศึกษาก้าวสู่ระดับสากลจึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความรู้ความสามารถได้สอบวัดความรู้ขั้นสูง คือเอเน็ตเพื่อใช้ประกอบการแนะแนว และการศึกษาต่อ ซึ่งไม่สร้างภาระหรือสร้างความกดดันให้กับเด็ก

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 03 มิ.ย. 54   อ่าน 93321 ครั้ง      คำค้นหา :