|
ศูนย์ความรู้กินได้ ห้องสมุดแนวใหม่ คัคนานต์ ดลประสิทธิ์ ลาทีกับบรรยากาศห้องสมุดเก่าๆ หนังสือเก่าๆ มาดูห้องสมุดในรูปแบบศูนย์ความรู้กินได้ที่จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์ความรู้กินได้ เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (สบร.) (OKMD) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่ได้ปรับปรุงและพัฒนาห้องสมุดประชาชนของ กศน.เดิมที่ห้องสมุดประชา ชนจังหวัดอุบลราชธานี ให้มีรูปแบบที่ตอบสนองต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยได้รับความร่วมมือจาก กศน.ในการจัดทำโครงการต้นแบบ ใช้ชื่อศูนย์ความรู้กินได้ที่มุ่งสร้างโอกาสในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต และคุณภาพรายได้ให้แก่ชุมชน ผ่านการเข้าถึงองค์ความรู้หลากหลายรูปแบบ อาทิ ห้องสมุด ห้องนิทรรศการ ห้องแสดงวัสดุท้องถิ่น ห้องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้และการสร้างรายได้อย่างมีศักยภาพ นอกจากนี้ ศูนย์ความรู้กินได้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและกลุ่มคนต่างๆ มาสนับสนุนความรู้และช่วยจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ศูนย์ความรู้กินได้เป็นสถานที่ของชุมชนอย่างแท้จริง โดยเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่ผ่านมา รวมระยะเวลากว่า 8 เดือน ที่ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งความรู้ เพื่อการทำมาหากินของประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี นายนพดล วีรกิตติ หัวหน้าโครงการศูนย์ความรู้กินได้ เปิดเผยว่า ศูนย์ความรู้กินได้ เป็นโครงการต้นแบบของห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้ปรับปรุงห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีเดิม โดยการจัดสรรพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร ให้สามารถรองรับบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพิ่มที่นั่งอ่านหนังสือให้มากถึง 150 ที่นั่ง และรองรับผู้ใช้บริการได้ประมาณ 800-1,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นพื้นที่บริการภายใน ประมาณ 700 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องหนังสือ นิตยสาร ห้องจัดนิทรรศการ ห้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องประชุม มุมหมอนขิด และบอร์ดประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนพื้นที่ให้บริการภายนอก ประมาณ 500 ตารางเมตร ประกอบด้วย ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ห้องสมุดเด็กไทยคิด ร้านกาแฟ พื้นที่ สันทนาการ ห้องน้ำ และที่จอดรถจักรยานยนต์ ศูนย์ความรู้กินได้ ไม่ใช่เพียงห้องสมุดที่มีความทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้น แต่เป็นกระบวนการสร้างคนเพี่อสร้างรายได้อย่างมีคุณภาพ โดยอาศัยปัจจัยจากความแข็งแกร่งและจุดเด่นของท้องถิ่น ผนวกกับองค์ความรู้สากล ภายในศูนย์ความรู้กินได้ ได้นำเสนอรูปแบบการบริการแก่ประชาชน ผ่านหมวดหมู่ของหนังสือ ภาพยนตร์ สารคดี นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และอื่นๆ ที่มีเนื้อหาดังนี้ ความรู้ทั่วไป การพัฒนาสินค้าและบริการของท้องถิ่น องค์ความรู้ดั้งเดิมของท้องถิ่น เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญา องค์ความรู้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดโลก ภายในศูนย์ความรู้กินได้ จะมีบริการในรูปแบบต่างๆ ที่ผ่านการกลั่นกรองและสรรหาองค์ความรู้ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาทักษะ และรายได้ของชุมชน ดังนี้ 1.สื่อความรู้ หลากหลายและทันสมัย หนังสือ ภาพยนตร์ สารคดี นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง 2.กล่องความรู้กินได้ เป็นกล่องที่รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการคัดสรรจากสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น หนังสือ ดีวีดี คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่างวัตถุดิบ ฯลฯ ตามหัวเรื่องอาชีพ/ธุรกิจที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ จัดไว้ในกล่องตามหัวเรื่องนั้นๆ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สนใจได้เริ่มต้นการเข้าถึงองค์ความรู้อย่างสะดวกและเป็นระบบ 3.ห้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ห้องอเนกประสงค์ที่มีอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการประชุมกลุ่มย่อย ให้บริการแก่กลุ่มสมาชิกที่มาพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความรู้กันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ เกิดการพัฒนาต่อยอดความรู้อยู่ตลอดเวลา เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตและความหลากหลายทางความรู้ให้กับชุมชนในระยะยาว 4.ห้องวัสดุ นำเสนอและจัดแสดงตัวอย่างวัสดุที่น่าสนใจของประเทศไทย โดยเฉพาะตัวอย่างวัสดุจากพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจได้ศึกษาและใช้วัสดุเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความแตกต่างของคุณภาพสินค้าและบริการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากห้องสมุดวัสดุจากศูนย์สร้าง สรรค์งานออกแบบ 5.นิทรรศการ นำเสนอความรู้ในลักษณะของการแสดงตัวอย่างความคิด วิธีทำ อุปสรรค และการแก้ปัญหาของผลิตภัณฑ์/บริการ ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นการเล่าเรื่องราวความรู้ ที่หลากหลาย การใช้สินทรัพย์ และวัสดุในพื้นที่ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีกระตุ้นให้เกิดการผสมผสานต่อยอดและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการทำมาหากิน 6.กิจกรรมเสริมองค์ความรู้และพัฒนาทักษะความสามารถ มุ่งเน้นการเพิ่มความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของผลิต ภัณฑ์และบริการ เพิ่มโอกาสและช่องทางใหม่ๆ ในการทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้เนื้อหาหลักสูตรที่ครอบคลุมหลายสาขาอาชีพ 7.ห้องสมุดเด็กไทยคิด โครงการทำงานร่วมกับ อุทยานการเรียนรู้ หรือ TK Park ในการขยายพื้นที่บริการเด็กเล็กออกมาเป็นบริเวณเฉพาะ ซึ่งแยกออกจากพื้นที่ให้บริการทั่วไป เพื่อเพิ่มความอิสระในการแสดงออกของเด็กๆ 8.คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย (wifi) ในบริเวณพื้นที่ห้องสมุด 9.มุมหมอนขิด เพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยในอิริยาบถต่างๆ จึงได้จัดสรรมุมสบายๆ ด้วยส่วนพื้นไม้พร้อมหมอนขิด บริการสำหรับเอน กายอ่านหนังสือ 10.พื้นที่ประชาสัมพันธ์ บอร์ดประชาสัมพันธ์สำหรับติดประกาศข่าวสารที่เปิดกว้างให้สมาชิก หน่วยงานและองค์กรต่างๆ สามารถนำข่าวสารความเคลื่อนไหวมาประชา สัมพันธ์ได้ 11.ร้านชากาแฟ ตั้งอยู่บริเวณภายนอกของห้องสมุด จำหน่ายชา/ กาแฟ และเครื่องดื่มให้แก่ผู้ใช้บริการห้องสมุด 12.www.kindaiproject.net เปิดกว้างสำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่ห้องสมุดและคนไทยทั่วโลก ให้สามารถค้นหาความรู้และเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้กันได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่บริการ ภายในศูนย์ความรู้กินได้นี้มีหนังสือรวมทั้งสิ้น 11,166 เล่ม แบ่งเป็น หนังสือทั่วไป 4,977 เล่ม หนังสือทำมาหากิน 3,146 เล่ม หนังสืออ้างอิง 552 เล่ม นวนิยาย เรื่องสั้น 1,356 เล่ม หนังสือเด็กและเยาวชน 293 เล่ม และหนังสือเด็กไทยคิด 842 เล่ม สำหรับบริการนั้นประชาชนทั่วไปสามารถสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับสิทธิ์ในการใช้บริการได้ ทั้งนี้ การสมัครสมาชิกไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร นอกจากนี้ ศูนย์ความรู้กินได้ ยังมีบริการใหม่ล่าสุดคือ การต่ออายุการยืมหนังสือผ่าน www.facebook.com/kindaiproject ซึ่ง ในเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีการแนะนำหนังสือ น่าอ่าน แนะนำหนังสือตามข่าวสารปัจจุบันและเรื่องที่กำลังเป็นที่นิยม รวมทั้งมีการชมภาพการอบรมและดาวน์โหลดเอกสารการอบรมที่ห้องสมุดได้ ขณะเดียวกันยังมีการถ่ายทอดสดการอบรมบรรณา รักษ์ผ่านทางทวิตเตอร์อีกด้วย โดยศูนย์ความรู้กินได้เปิดให้บริการทุกวัน (ไม่มีวันหยุด) ตั้งแต่เวลา 07.30-20.00 น. นายประกอบ กุลบุตร ผอ.กศน. จ.อุบล ราชธานี กล่าวว่า การพัฒนาห้องสมุดประ ชาชนให้เป็นศูนย์ความรู้กินได้ จะต้องเน้นย้ำบทบาททั้ง 3 ด้านของห้องสมุดคือ ด้านการศึกษา วัฒนธรรม และด้านสังคมให้ชัดเจน ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ในรูปแบบศูนย์ความรู้กินได้ ได้รับการคัดเลือกจาก กศน.ให้เป็นห้องสมุดประชาชนจังหวัดยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2553 และรางวัลห้องสมุดประชาชนจังหวัดดีเด่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายประกอบ กล่าวว่า ในปี 2554 กศน. อุบลราชธานี จะขยายห้องสมุดประจำตำบลอีก 26 ตำบล โดยจะใช้ศูนย์ความรู้กินได้เป็นต้นแบบ และดูจากความพร้อมว่าในพื้นที่นั้นมีขีดความสามารถอะไรบ้าง เพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากนั้นในปี 2555 กศน. อุบลราชธานี จะขยายห้องสมุดประจำตำบลอีก 219 ตำบล เพื่อให้ครอบ คลุมทั้งจังหวัด เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประ สบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod |
| โพสเมื่อ : 21 เม.ย. 54 อ่าน 47044 ครั้ง คำค้นหา : |