ร่อน ’จ.ม.เปิดผนึก’ ถึงมหา’ลัยได้เวลา...ปฏิรูป ’รับน้อง-เชียร์’??
ร่อน 'จ.ม.เปิดผนึก' ถึงมหา'ลัยได้เวลา...ปฏิรูป 'รับน้อง-เชียร์'??
ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลัง คลิปกิจกรรมการรับน้องใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งถูกเผยแพร่ว่อนในเว็บไซต์ยูทูบ โดยภาพเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นกิจกรรม รับน้องใหม่ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา จัดโดยองค์การนิสิต มมส. ซึ่งรูปแบบของกิจกรรมรับน้องใหม่ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว เป็นการนำระบบโซตัส มาใช้ ทำให้นิสิตรุ่นน้องบางคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ถึงกับเป็นลม จนต้องเรียกรถพยาบาลมารับตัว ซึ่งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามถ่ายวิดีโอเอาไว้ แต่ถูกรุ่นพี่นิสิตพยายามเข้าขัดขวาง อย่างไรก็ตาม ภายหลังรถพยาบาลได้พารุ่นน้องไปโรงพยาบาลแล้ว มีนิสิตรุ่นน้องกลุ่มหนึ่งได้นำป้ายข้อความ STAFF หยุดเผด็จการขึ้นไปประท้วงรุ่นพี่บนเวที จนรุ่นพี่ต้องสั่งเจ้าหน้าที่สวัสดิการขึ้นไปนำตัวรุ่นน้องที่อยู่บนเวทีลงมา พร้อมกับรุ่นน้องที่ประท้วงอยู่ด้านล่างโดยรุ่นพี่ได้จับมือรุ่นน้องไพล่หลังไว้ ขณะเดียวกัน รุ่นพี่บนเวทีได้ประกาศออกไมค์เสียงดังฟังชัดว่ารุ่นน้องเหล่านี้ได้ทำลายเจตนารมณ์ที่สืบทอดกันมาเป็นรุ่นๆและตะโกนไล่ให้ไปเรียนที่อื่น แม้รุ่นน้องอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าวพยายามเข้ามาอธิบายให้รุ่นพี่เข้าใจว่าควรจะต้องรับฟังเสียงของคนส่วนน้อยด้วย จากภาพเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ถึงความไม่เหมาะสมของกิจกรรมและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของ รุ่นพี่ ที่กระทำต่อ น้องใหม่ แล้ว ยังทำให้เกิดการ ตื่นตัว ในวงกว้างกว่าครั้งไหนๆ จากคลิปภาพเหตุการณ์รับน้องใหม่ของมมส. ครั้งนี้ ทำให้มีกลุ่มอาจารย์ นักวิชาการนิสิต นักศึกษา นักกิจกรรมเพื่อสังคม และประชาชนทั่วไป ร่วมกันทำ จดหมายเปิดผนึกถึงมหาวิทยาลัย เรียกร้องให้ปฏิรูประบบการรับน้อง และห้องเชียร์ โดยจดหมายดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยดังกล่าวพวกเราวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศด้วยและต้องการให้กำลังใจนักศึกษาที่แสดงจุดยืนเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพตามวิถีทางที่เป็นประชาธิปไตย และสันติวิธี พวกเราทุกคนเชื่ออย่างมั่นคง และจริงใจว่ามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถานศึกษาขั้นสูง ต้องเป็นพื้นที่ซึ่งสมาชิกทุกคนได้รับการประกันสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นขั้นพื้นฐาน ควรเป็นสถานที่บ่มเพาะ และขัดเกลาให้เชื่อมั่น ยึดถือในคุณค่าประชาธิปไตย และคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่สถานที่บ่มเพาะให้ยอมจำนนต่อการใช้อำนาจที่ไร้ความชอบธรรม หรือให้ฝักใฝ่ในระบบเผด็จการ ซึ่งสวนทางกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง พวกเราเชื่อมั่นว่าวัฒนธรรมการรับน้องแบบนี้จะยังเกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่งหากไม่เปลี่ยนแปลงวิธีคิด และค่านิยมของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตัวนิสิตนักศึกษาเองแม้พวกเราจะเชื่อว่ากิจกรรมรับน้องในระบบโซตัสไม่สร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ใช้ความรุนแรงอย่างเสรี ปลอดจากความรับผิดชอบและไม่ควรจะได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้นต่อไปแต่พวกเราก็ไม่เชื่อมั่นเช่นกันว่า การออกคำสั่งจากผู้บริหารสถานศึกษา หรือการกำหนดบทลงโทษนักศึกษาผู้จัดกิจกรรม จะเป็นวิถีทางที่ถูกต้อง และเหมาะสม พวกเราเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องเกิดจากความต้องการที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อของนักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการนักศึกษาทั้งระบบพวกเราขอให้กำลังใจกับนักศึกษาผู้ประท้วงหรือผู้ใดก็ตามที่เชื่อมั่นในแนวทางเดียวกันและกำลังสร้างสรรค์กิจกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาของไทยหลุดพ้นจากค่านิยมและทัศนคติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตยเช่นนี้ ซึ่งจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้ามาลงชื่อเกือบ 1 พันคน ทั้งจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยบูรพา รวมถึงมหาวิทยาลัยมหาสารคามเจ้าของคลิป นายศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดี มมส.ยอมรับว่าภาพกิจกรรมในคลิป เป็นกิจกรรมประชุมเชียร์ของ มมส. จริง แต่จะมีรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตคอยดูแลตลอดเวลา โดยเหตุการณ์ในคลิปเป็นกิจกรรมวันสุดท้ายของการประชุมเชียร์ และเนื่องจากมีนิสิตเข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้นิสิตบางคนเป็นลม แต่มหาวิทยาลัยได้เตรียมรองรับความปลอดภัย และก็เห็นว่ากิจกรรมไม่ได้รุนแรงส่วนรุ่นพี่บนเวทีที่พูดจาไม่เหมาะสมนั้น ได้เรียกมาตำหนิแล้ว ส่วนเรื่องที่นิสิตน้องใหม่ประท้วงนั้น เป็นเสรีภาพทางความคิด และเป็นสิทธิที่แสดงออกได้ เป็นความ กล้า ของผู้ประท้วง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น มหาวิทยาลัยจะต้องไปทบทวนกระบวนการทั้งหมด ต่อไปจะให้การจัดกิจกรรมของนิสิตเปิดเผย และตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ในส่วนของ ศธ. และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. นายไชยยศ จิรเมธากร ระบุว่า กิจกรรมรับน้องจัดเพื่อให้มีระบบรุ่นพี่ดูแลรุ่นน้อง โซตัสคือระบบที่ทำให้รุ่นน้องเคารพในความอาวุโสไม่ใช่ให้รุ่นพี่ใช้อำนาจรังแกรุ่นน้องให้กลัว ทั้งนี้ถ้าผู้บริหารปล่อยปละละเลยจนทำให้นิสิตนักศึกษาได้รับอันตราย จะต้องรับผิดชอบ ส่วนรุ่นพี่มีโทษตั้งแต่พักการเรียนไปจนถึงไล่ออก ล่าสุด ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน มีมติกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ที่เน้นความสร้างสรรค์ 7 มาตรการ ดังนี้ 1.ไม่ให้จัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่2.ให้เปิดคอลเซ็นเตอร์ของมหาวิทยาลัยเพื่อให้ผู้ปกครองติดต่อสอบถาม หรือรับเรื่องต่างๆ 3.ไม่ให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการจัดกิจกรรมรับน้อง 4.ไม่ให้จัดกิจกรรมที่เป็นการทารุณรุ่นน้องเช่น โยนบก ล้างสนาม หยดน้ำตาเทียนตามร่างกาย ฯลฯ 5.ไม่ให้แสดงอากัปกิริยาที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร 6.ให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งที่มีศูนย์รักษาพยาบาล หรือโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมในการดูแลนิสิตนักศึกษา และพร้อมรับมือกับเหตุการณ์โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นในแต่ละฤดูกาล และ 7.ให้กลุ่มเครือข่ายนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการแจ้งข่าวสาร อย่างไรก็ตาม หลายๆ สถาบันได้ออกมาตรการคุมเข้มการรับน้องใหม่ เช่นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สั่งห้ามมีพี่วินัย หรือพี่ว้าก ห้ามรับน้องนอกสถานที่ และเมื่อเปิดภาคเรียนแล้วก็ห้ามรับน้องเด็ดขาด ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสั่งห้ามจัดกิจกรรมที่มีความรุนแรง หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลน้องใหม่ ห้ามของมึนเมาทุกชนิด และให้จัดกิจกรรมภายในสถาบันเท่านั้น โดยกำหนดบทลงโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออกหากมีผู้ฝ่าฝืน ปิดท้ายที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ต้องเป็นความสมัครใจของน้องใหม่ในการร่วมกิจกรรม ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง และห้ามรับน้องนอกสถานที่ ก็ต้องรอดูกันว่า 7 มาตรการของ ทปอ.นั้น จะเป็น กฎเหล็ก หรือเป็นได้แค่เสือกระดาษ??
ที่มา: มติชนสุดสัปดาห์ |
|
โพสเมื่อ :
17 มิ.ย. 54
อ่าน 101888 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |