ชูยุทธศาสตร์“1ช่วย9”ห่วงโซ่คุณภาพการศึกษา
ชูยุทธศาสตร์1ช่วย9ห่วงโซ่คุณภาพการศึกษา
ชินวรณ์ เชื่อยุทธศาสตร์ โครงการประเมินสถานศึกษาแบบโดดเด่น 1ช่วย9 ห่วงโซ่คุณภาพการศึกษา เชื่อมผู้ถูกประเมิน-ผู้ประเมินทำหน้าที่ร่วมกันแบบกัลยาณมิตร หวังพัฒนาผู้เรียน ครู สถานศึกษา มาตรฐานสูงขึ้น ด้าน ผอ.สมศ. เผยรายชื่อสถานศึกษาแกนนำ 9 แห่ง รับรองดีมาก ช่วยสถานศึกษาคุณภาพต่ำ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่โรงแรมสยามซิตี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) องค์กรมหาชนจัดพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสมศ.กับสถานศึกษาเครือข่าย โครงการประเมินสถานศึกษาแบบโดดเด่น 1ช่วย9 ห่วงโซ่คุณภาพการศึกษา โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ห่วงโซ่คุณภาพการศึกษา ตอนหนึ่งว่า โครงการดังกล่าว เป็นการสร้างความรู้สึกของผู้ประเมินกับผู้ถูกประเมินได้มีความร่วมมือกันทำหน้าที่ช่วยเหลือเกื้อกูลประเมินแบบกัลยาณมิตร ซึ่งตนในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมจัดตั้งสมศ. ที่ไม่ใช่มีหน้าที่ในการเป็นหน่วยงานทดสอบทางการศึกษา แต่ต้องเป็นห่วงโซ่คุณภาพปฎิรูปการศึกษาให้สำเร็จ ซึ่งมั่นใจว่า ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. เป็นคนที่รู้จักคิด เป็นคนที่มีความคิดริเริ่ม น่าจะขับเคลื่อนสมศ.ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในสังคม โครงการประเมินสถานศึกษาแบบโดดเด่น 1ช่วย 9 จะเป็นกลยุทธ์ ให้การประเมินผลส่งผลให้เกิดการพัฒนาตนเอง ครูจะได้ทบทวนบทเรียนที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้น พัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยห่วงโซ่คุณภาพ ที่ผ่านมามีการพูดถึงกันหลายครั้ง แต่ไม่ได้กระทำอย่างจริงจัง ตนหวังว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นการประกาศจุดเน้นคุณภาพผู้เรียน ส่งผลให้เกิดผลประโยชน์ต่อตัวเด็ก เป็นความหวังของสังคมที่ต่อการศึกษา สร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพให้นักเรียน บัณฑิตมีคุณภาพ สามารถแข่งขันระดับประเทศโลก เป็นพลเมืองที่อยู่ในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข เป็นศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้ชุมชน เป็นเครือข่ายพัฒนา ที่ใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิ์ภาพ นายชินวรณ์ กล่าว อย่างไรก็ตาม นโยบายการประเมินแบบโดดเด่น 1 ช่วย 9 ห่วงโซ่คุณภาพ จะส่งผลให้นักเรียนได้รับมาตรฐานที่สูงขึ้น เรียนใกล้บ้าน สอดรับกับวิถีชีวิตชุมชน สนองตอบนโยบายการสร้างคนดี สร้างอาชีพ และพัฒนามูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้าน ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สมศ. กล่าวว่าการประเมินในรูปแบบดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้สถานศึกษาพัฒนาและเพิ่มพูนศักยภาพของตนเองสู่ความเป็นเลิศ เพื่อสร้างความร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความเข้มแข็งในการจัดการศึกษาทุกระดับ ซึ่งสถานศึกษาแกนนำที่ขอรับการประเมินต้องเข้าไปร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาอื่น อีกอย่างน้อย 9 แห่งให้ก้าวสู่สถานศึกษาที่มีคุณภาพสูงขึ้น หรือได้รับรองมาตรฐานจากสกอ. ทั้งนี้ สถานศึกษาแกนนำที่ขอรับการประเมินต้องมีผลการประเมินคุณภายนอกอยู่ในระดับดีมากเท่านั้น ส่วนสถานศึกษาที่อยู่ในเครือข่ายการพัฒนาอีกอย่างน้อย 9 แห่ง ต้องมีผลการประเมินภายนอกต่ำกว่าระดับดีมาก โดยสถานศึกษาที่จะเข้าร่วมการประเมินแบบโดดเด่นจะต้องเป็นผู้ขอรับการประเมินด้วยตนเอง และตามความสมัครใจ ทั้งนี้ สถานศึกษาแกนนำที่ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในยุทธศาสตร์ดังกล่าว มีทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 4 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.สงขลานครินทร์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ ร.ร.พายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 แห่ง ได้แก่ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ร.ร.สามเสนวิทยาลัย และร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ซึ่งสถานศึกษาแกนนำ ต้องเป็นผู้คัดเลือกสถานศึกษาในเครือข่ายอย่างน้อยอีก 9 แห่ง ซึ่งหากพัฒนาสถานศึกษาในเครือข่ายให้มีผลการประเมินภายนอกรอบสามมีค่าเฉลี่ยระดับสถานศึกษาสูงขึ้นครบทุกแห่ง จะได้รับประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการยกย่อง ส่งเสริม สถานศึกษาแกนนำ
ที่มา: http://www.komchadluek.net |
|
โพสเมื่อ :
25 ม.ค. 54
อ่าน 9315 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |