ชงชะลอ’ป.โท’2.7พันคนจบ’ม.อีสาน’ไร้มาตรฐาน
ชงชะลอ'ป.โท'2.7พันคนจบ'ม.อีสาน'ไร้มาตรฐาน
ชง กก.ควบคุม ม.อีสาน ชะลออนุมัติผู้สำเร็จ ป.โทสาขาวิชาการบริหารการศึกษา2,713 คน หลังสภาวิชาการตรวจพบไม่ได้มาตรฐาน มีอาจารย์อยู่แค่ 3 คน ทั้งที่ตามเกณฑ์ต้องมีผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ 1 คนต่อ น.ศ. 5 คน จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภายังไม่รับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) และมหาวิทยาลัยเอกชน รวม 7 แห่ง ส่งผลให้ไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้กับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการจัดการเรียนการสอนในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งโดยไม่แจ้งคุรุสภาทราบ รวมทั้งฝึกปฏิบัติการสอนไม่ครบ 1 ปี และชั่วโมงเรียนไม่ครบตามมาตรฐานของคุรุสภานั้น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายดิเรก พรสีมาประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า จะเชิญมหาวิทยาลัยทั้ง 7 แห่ง มารับทราบเหตุผลเรื่องดังกล่าว และให้โอกาสชี้แจง ซึ่งที่ผ่านๆ มามหาวิทยาลัยจะเสนอหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูให้สภามหาวิทยาลัยอนุมัติก่อน จากนั้นแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ทราบ และเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาอนุมัติเป็นลำดับสุดท้าย ทั้งที่จริงๆ แล้ว การเปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวกับวิชาชีพครูควรต้องเสนอให้คุรุสภาซึ่งดูแลอยู่ อนุมัติเห็นชอบก่อน เพราะหากเปิดสอนไปก่อนแล้วคุรุสภาไม่อนุมัติหลักสูตร จะกระทบกับนักศึกษาที่เรียน เพราะต้องมาจัดอบรมความรู้เพิ่มเติมให้ตรงตามมาตรฐานอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมหาวิทยาลัยทั้ง7 แห่ง ที่คณะกรรมการคุรุสภายังไม่รับรองหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูดังกล่าว ได้แก่มหาวิทยาลัยปทุมธานี มรภ.จันทรเกษมมรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.สุรินทร์มรภ.พระนคร และ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา นายเปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมรภ.พระนคร กล่าวว่า ที่คณะกรรมการคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของมรภ.พระนคร และยังไม่อนุมัติให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่บัณฑิตนั้น ยืนยันว่ามรภ.พระนครเปิดหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู โดยเน้นคุณภาพ และได้ส่งข้อมูลต่างๆ ให้กับสกอ.รับทราบเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่คุรุสภายังไม่อนุมัติให้ใบอนุญาต เพราะนักศึกษาบางคนไปขอใบอนุญาตก่อน ขณะที่มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่างๆ ของนักศึกษาทำให้นักศึกษามีเอกสารไม่ครบ ซึ่งการตรวจสอบของคุรุสภาจะตรวจสอบเป็นรายบุคคล จึงต้องใช้เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน อย่างไรก็ตามนักศึกษา ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มรภ.พระนครรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นสุดท้าย มีอยู่กว่า 100 คน โดยปิดรับนักศึกษามาตั้งแต่คุรุสภาประกาศไม่รับรองหลักสูตรแล้ว นายทองเอม สุ่นสวัสดิ์ รองอธิการบดีมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า หลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาได้รับการรับรองจากคุรุสภาแล้ว ไม่เช่นนั้นคงเปิดสอนไม่ได้ แต่การเปิดสถานีบริการสารสนเทศวิชาการ อาจเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เข้าใจไม่ตรงกัน และทราบว่าทางคุรุสภาจะให้มหาวิทยาลัยไปชี้แจงในประเด็นนี้แล้ว นางสุมาลี ไชยศุภลากุล รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (มจษ.) กล่าวว่าหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูของ มจษ.ผ่านการรับรองมาตรฐานของคุรุสภาทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะที่เปิดสอนที่ มษจ.ในกรุงเทพฯ ได้รับอนุมัติจากคุรุสภาให้เปิดสอนต่ออีก 1 ภาคเรียน ส่วนที่เปิดสอนที่ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งใน จ.ชัยนาทนั้น ล่าสุดคุรุสภาได้ลงไปตรวจรับรอง และผ่านตามมาตรฐานที่กำหนดไว้แล้ว นายวิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุมไม่เคยเปิดสอนหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู จึงไม่เข้าใจว่ามีข่าวออกมาได้อย่างไร ทางด้านนายอานนท์ เที่ยงตรง ประธานสภาวิชาการ มหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภาวิชาการของ มอส.ว่าจากการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรของมอส.ทั้งระดับปริญญาตรี และโท พบว่าทุกหลักสูตรที่เปิดสอนมีปัญหาเรื่องมาตรฐาน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติของอาจารย์ประจำหลักสูตร ที่เกือบทั้งหมดไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะปริญญาโทสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ที่มีปัญหาจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตร และอาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ไม่ครบตามเกณฑ์ ซึ่งตามเกณฑ์ต้องมีอาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ 1 คน ต่อนักศึกษา 5 คน แต่หลักสูตรดังกล่าวมีอาจารย์ทั้งหมดเพียง 2-3 คนเท่านั้น แต่มีนักศึกษาที่เรียนทั้งภายใน มอส. และศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง รวมจำนวนมากถึง 2,713 คน โดยทั้งหมดได้ยื่นขอสำเร็จการศึกษาแล้ว ดังนั้น จึงต้องรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของ มอส.ในวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อชะลอการอนุมัติการสำเร็จการศึกษาไว้ก่อน หลักสูตรดังกล่าวถือเป็นหลักสูตรที่เป็นปัญหาใหญ่ และอาจจะเป็นปัญหามากกว่าหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู โดยที่น่าห่วงคือคุณภาพการศึกษา ซึ่งไม่ใช่แค่หลักสูตรนี้เท่านั้นแต่พบว่าทุกหลักสูตรไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดเช่นกัน โดยสภาวิชาการกำลังทยอยตรวจสอบทุกหลักสูตรอยู่ทั้งที่สอนภายใน มอส. และศูนย์นอกที่ตั้ง นายอานนท์กล่าว และว่า ส่วนการตรวจสอบหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูนั้นกำลังรอหลักฐานต่างๆ อยู่ จึงยังพูดอะไรไม่ได้มาก นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สำนักนิติการสำนักงานปลัด ศธ. กำลังพิจารณากรณีมีผู้บริหารและกรรมการคุรุสภา และเจ้าหน้าที่คุรุสภาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของ มอส. เนื่องจากมีแง่มุมกฎหมายบางเรื่องที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น กฎหมายของคุรุสภาว่าด้วยจรรยามรรยาท จะต้องดูว่ามีความผิดพลาดทางวินัยหรือไม่ โดยจะสรุปเรื่องนี้เสนอมายังตนในวันที่ 6 กรกฎาคม ส่วนความคืบหน้ากรณีกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมแก๊งขายวุฒิการศึกษาปลอมผ่านเฟซบุ๊ก มีตั้งแต่ชั้น ม.3 ถึงปริญญาโท เสียค่าใช้จ่ายในราคา 7,000-20,000 บาท โดยวุฒิของมหาวิทยาลัยดังย่านหัวหมากได้รับความนิยมมากสุดนั้น พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก 1 บก.ป. กล่าวว่า พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. เร่งสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งขณะนี้ทราบแล้วว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร 1 คนจากจำนวน 3 คนที่ร่วมขบวนการ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ เพื่อเสนอขอหมายจับต่อไป นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) กล่าวว่ายืนยันว่าไม่มีกรณีปลอมวุฒิการศึกษาภายใน มร.ส่วนว่าจะมีการทำมาหากินวิธีนี้บริเวณหน้ามร.หรือไม่ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบ เพราะอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของทางมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามร.ตรวจพบการแอบอ้างใช้วุฒิการศึกษา มร.ปลอมอยู่เสมอ โดยหน่วยงานต่างๆ ที่รับคนเข้าทำงานจะส่งมาให้ มร.ตรวจสอบ เมื่อตรวจพบเป็นวุฒิการศึกษาปลอม มร.ก็จะแจ้งความดำเนินคดี ผมมั่นใจในระบบของ มร.ว่า ไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยกระทำความผิด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทำวุฒิการศึกษาปลอมได้ จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ เพราะมั่นใจในระบบ และเชื่อว่าการปลอมวุฒิทำได้ยากอยู่แล้ว ไม่สามารถทำให้เหมือน ทั้งในเรื่องของเนื้อกระดาษ และตราสัญลักษณ์ต่างๆ ถ้าเห็นก็จะรู้ทันทีว่าเป็นของปลอม แต่ถ้าทางตำรวจมีข้อมูลเชิงลึกในส่วนใดแล้วส่งมาให้ มร. ก็ยินดีตรวจสอบให้ และหากตรวจพบว่ามีบุคคลภายในมร.ร่วมทำความผิด จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด เพราะถือว่าเรื่องแบบนี้เป็นอาชญากรรมปล่อยไว้ไม่ได้ นายวุฒิศักดิ์กล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
01 ก.ค. 54
อ่าน 56997 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |