ประเมินทุก 6 เดือนทำงานไม่คุ้มเงินเดือน 1.5 แสน เลิกจ้าง!



 น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการการสกสค. ว่า ที่ประชุมมีวาระการพิจารณาเลือกเลขาธิการ สกสค. ซึ่งมีผู้สมัครจำนวน 8 คน ขาดคุณสมบัติ 1 คน เหลือจำนวน 7 คน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ไม่มารายงานตัวและแสดงวิสัยทัศน์ 1 คน ดังนั้นจึงเหลือผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมารายงานตัวเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ทั้งสิ้น 6 คน

     ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ตกลงกันว่าให้ประธาน สกสค. เป็นผู้ถามคำถามเดียวกันทั้งหมด 6 คน โดยให้ทุกคนแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที และให้กรรมการลงคะแนนลับ และได้มีเสียงเป็นเอกฉันท์เลือก นายสมศักด์ ตาไชย อดีตรองเลขาธิการ สกสค. เป็นเลขาธิการ สกสค. คนใหม่

     "สกสค.จะส่งสัญญาจ้างให้นายสมศักดิ์ ลงนามในวันที่ 28 ก.ย. และให้เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี แต่จะต้องมีการประเมินผลการทำงานปีละครั้ง ยกเว้นปีแรก ประเมิน 6 เดือนต่อครั้ง โดยจะประเมิน 3 ด้าน คือ ประเมินด้านการบริหาร ประเมินแผนนโยบาย และคุณลักษณะในการปฏิบัติงาน ซึ่งแต่ละด้านจะต้องได้คะแนน 75% ขึ้นไป ถ้าหากตกการประเมินด้านใดด้านหนึ่งให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด สกสค.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งบอร์ด สกสค.มีสิทธิที่จะยกเลิกการจ้างได้ ถ้าตกประเมิน"

     ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับตำแหน่งรองเลขาธิการ สกสค.ที่มีอยู่เดิม 4 ตำแหน่งนั้น เลขาธิการ สกสค.จะเป็นผู้คัดเลือกทีมรองเลขาฯ เอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.รับตำแหน่ง 150,000 บาทต่อเดือน จึงอยากลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ โดยในตำแหน่งนรองเลขาฯ อาจจะลดจำนวนลงตามความเหมาะสมกับภารกิจ

     อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมจึงมอบหมายให้นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปจัดทำรายละเอียดการปรับโครงสร้างสำนักงานสกสค. ในส่วนของตำแหน่งรองเลขาธิการสกสค. ที่ไม่จำเป็นต้องกำหนดตายตัวว่าต้องมีกี่คน แต่ให้กำหนดตามภารกิจและหน้าที่ ขณะเดียวกันให้ไปตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาชีวิตครูซึ่งจะมีภารกิจหลายอย่าง เช่น ดูแลเรื่องหนี้สินครู ฝึกอบรมครูต่างๆ ไม่ให้ซ้ำซ้อนกับการทำงานของหน่วยงานอื่น ๆ และให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. ไปดูว่าสิทธิประโยชน์ต่างๆ ต้องเป็นสิทธิประโยชน์ที่ตกกับครูจริงๆ ไม่ใช่เป็นสิทธิประโยชน์ที่ส่งเสริมให้ครูไปสร้างหนี้สิ


โพสเมื่อ : 28 ก.ย. 55   อ่าน 2483 ครั้ง      คำค้นหา :