|
|
นายบัณฑิต ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการต่างๆ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตนกำชับให้สถานศึกษา และสพท.แนะนำนักเรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเด็กไทยจะเรียนรู้แต่ในตำราเรียนเท่านั้น มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้จักคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น ส่วนตัวคิดว่ามีแนวโน้มน้อยมากที่เด็กจะเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะครูยังยึดแบบเรียนเป็นตัวตั้ง ขณะที่ความรู้ในโลกปัจจุบันกว้างมาก หัวหน้าผู้ตรวจ ศธ. กล่าวว่า ถ้าจะให้เด็กคิดเป็นต้องโยนปัญหาให้เด็กแก้ไข และครูต้องเป็นโค้ชชิ่งหรือช่วยให้เด็กเรียนรู้ โดยการดึงศักยภาพเด็กออกมาใช้เพื่อพัฒนา ตัวเองมากกว่าเป็นผู้ให้ความรู้ ในอดีตครูเปรียบเหมือนพหูสูตที่รอบรู้ทุกด้าน แต่ปัจจุบันนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะบางเรื่องยังต้องเรียนรู้กับเด็ก บางเรื่องก็ต้องสอบถามผู้มีประสบการณ์และศึกษาค้นคว้าเอง หัวหน้าผู้ตรวจ ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศธ.ควรจะเชื่อมโยงหน่วยงานที่ผลิตสื่อการเรียนรู้ต่างๆ เช่น สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือโอเคเอ็มดี ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี ซึ่งมีสื่อการเรียนรู้การสอนอยู่มากมาย หน่วยงานในศธ. ที่เกี่ยวข้องควรจะนำมาแพร่ขยายให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใครมีสื่ออะไรดีต้องช่วยกัน หากเอกชนทำในนามองค์กรนั้นๆ จะได้แค่ 1-2 โรงเรียน ไม่สามารถขยายไปได้มาก ทั้งนี้ ผู้ตรวจฯ ได้เสนอเรื่องนี้ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) แต่การนำมาใช้จะช้ากว่าความรู้ที่เกิดขึ้น เพราะกว่าจะผลิตขึ้นมา ความรู้อาจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว หัวหน้าผู้ตรวจ ศธ. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามยังต้องเปิดโอกาสให้สื่อการเรียนรู้เข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยตัวเด็ก ผู้ปกครอง และครู จะเป็นผู้พิจารณาว่าสื่อใดจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุด |
| โพสเมื่อ : 10 ต.ค. 55 อ่าน 1869 ครั้ง คำค้นหา : |