’พงศ์เทพ’รับสานต่อสางทุจริตในศธ.
'พงศ์เทพ'รับสานต่อสางทุจริตในศธ.
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้เชิญตน นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศธ. และผู้บริหารของศธ.มาหารือเกี่ยวกับการผลักดันโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการแจกคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต)และการตั้งกองทุนตั้งตัวได้ เพื่อช่วยนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบได้ประกอบธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาด ต่อข้อถามถึงปัญหาการทุจริตในศธ. นายพงศ์เทพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับอยู่แล้วว่าการทำงานของทุกกระทรวงต้องยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตและหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ส่วนปัญหาการทุจริตในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สกอ.) ที่ นายศักดา คงเพชร อดีตรมช.ศธ.จัดการอยู่ และพบว่ามีคนในหน่วยงานเกี่ยวข้องด้วยนั้น ตนยืนยันจะตรวจสอบต่อไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่หน้าใคร ไม่กลั่นแกล้งใคร นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช กล่าวว่า การศึกษาเป็นงานที่ท้าทาย และทำให้มีความรู้หลากหลายมากขึ้น และตนถือว่าโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับนายพงศ์เทพที่เป็นคนน่ารัก และตนก็ให้ความเคารพนับถือมาตลอด ส่วนจะได้กำกับดูแลงานด้านใดก็ขึ้นอยู่กับนายพงศ์เทพ ไม่เป็นปัญหา ต่อข้อถามกรณีที่ศธ.ขึ้นชื่อเรื่องของการดักฟังและเก็บข้อมูลในเชิงความลับ นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคงจะทำความเข้าใจกับบรรดาข้าราชการว่ามีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับทุกคน แต่ก็อาจต้องก้มดูใต้โต๊ะบ้าง นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดศธ.กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงการจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนให้ครบทุกชั้นว่าอาจไม่ต้องใช้งบฯของรัฐบาลเพราะทางจีนพร้อมให้เงินกู้มาก่อน แล้วรัฐบาลค่อยโอนจ่ายเป็นรายปีกลับคืน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปจึงมอบให้มาศึกษาข้อดีข้อเสียและจำนวนงบฯที่ต้องใช้ว่าเป็นเท่าใด นอกจากนี้นายกฯยังมีแนวนโยบายเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 30-40 คนว่าควรย้ายเด็กไปเรียนโรงเรียนอื่นแทน โดยจัดหารถรับส่งให้ เพราะหากยังเปิดสอนก็จะมีค่าใช้จ่ายสูง ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องของเนื้อหาที่จะบรรจุในแท็บเล็ตนั้น นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนะว่า ควรสร้างแรงจูงใจให้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด โดยหากผู้ชนะมาจากภาคเอกชนก็ควรเปิดโอกาสให้สามารถบรรจุผลงานลงในแท็บเล็ตได้ แต่หากผู้ชนะเป็นครูก็ควรให้มีผลต่อการประเมินวิทยฐานะสูงขึ้นด้วย รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนตั้งตัวได้ พ.ศ.2555 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 26 ต.ค.หลังจากนี้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายกองทุนตั้งตัวได้ (กนต.) จะเรียกประชุมแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารกองทุนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยระยะแรกจะจัดฝึกอบรมให้นักศึกษา 2.5 หมื่นคน ซึ่งคาดว่าจะมีอย่างน้อย 5,000 คนที่สมัครใจขอรับเงินกองทุนเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไป ทั้งนี้การดำเนินงานจะมีการติดตามใกล้ชิดและอนุมัติเงินเป็นงวด ๆ หากพบว่าผลลัพธ์ของธุรกิจไม่เป็นไปตามแผน คณะกรรมการก็สามารถยุติการให้เงินได้ทันที.
--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 1 พ.ย. 2555 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
31 ต.ค. 55
อ่าน 1703 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |