8 ปี ครูใต้...เปลวเทียนในควันปืน
8 ปี ครูใต้...เปลวเทียนในควันปืน
นับจากปี 2547 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 8 ปีที่ชีวิตของครู 3 จังหวัด จำนวน 157 ราย ต้องตกเป็นเหยื่อจากผลพวงความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้สภาพการศึกษาในพื้นที่อยู่ในภาวะดิ่งลงต่อเนื่องและยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 พบว่า ครูใน 3 จังหวัดเสียชีวิตไปแล้ว 4 ราย ซึ่งถือเป็นความรุนแรงที่มีอัตราถี่สุดในรอบ 8 ปี ความรุนแรงที่คร่าชีวิตครูไล่เรียงตั้งแต่ นางนันทนา แก้วจันทร์ ผอ.ร.ร.บ้านท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นางฉัตรสุดา นิลสุวรรณ ครูโรงเรียนบ้านตาโงะ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม จากนั้น นายธีระพล ชูส่งแสง ครูโรงเรียนบ้านบอเกาะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สังคมเริ่มรับรู้ถึงความอ่อนไหวของสถานการณ์ใต้ เมื่อ ครูต้องกลายมาเป็นตัวละครในสถานการณ์ความไม่สงบ เริ่มตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2547 เมื่อคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนจ่อยิง นายใจ อินกโผะ อาจารย์โรงเรียนศาสน์สามัคคีอ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต ซึ่งถือเป็นการสูญเสียครูรายแรก ส่วนฝันร้ายของการศึกษาที่กลายเป็นบันทึกไม่สามารถลบเลือนได้คือชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับ น.ส.จูหลิง ปงกันมูล ครูศิลปะโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะจ.นราธิวาส ...วันที่ 19 พฤษภาคม 2549 ขณะ น.ส.จูหลิงนั่งกินข้าวกับเพื่อนครู ได้มีกลุ่มคนจำนวนมากกรูเข้ามาควบคุมตัว น.ส.จูหลิงเป็นตัวประกัน เพื่อหวังต่อรองกับอิสรภาพของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีที่ถูกทางการจับกุมตัว ระหว่างที่ น.ส.จูหลิง ถูกควบคุมตัวได้มีคนอีกกลุ่มลอบเข้าไปทำร้าย และ ทุบตีครูจูหลิงถึงขั้นกะโหลกเปิด ร่างของครูจูหลิงถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา โดยตลอดการรักษา ครูสาวตกอยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทราร่วม 8 เดือน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบในวันที่ 8 มกราคม 2550 เหตุการณ์ถัดมาเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2549 คนร้าย 4 คน บุกเข้ามาในโรงเรียนบ้านบือแรง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนจ่ออยิงครูประสาน มากชูเสียชีวิตขณะที่มือยังกำชอล์กเขียนกระดานแน่น ครูไม่ขออะไรมากไปกว่าการออกจากบ้านในตอนเช้าแล้วมีชีวิตรอดกลับมาเห็นหน้าลูกเมีย วันนี้เพื่อนครูหลายคน ก่อนไปโรงเรียนต้องนั่งมองหน้าลูกเมีย เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกหรือไม่นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดใต้ สะท้อนความรู้สึก เช่นเดียวกับ นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ผอ.โรงเรียนบ้านยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า ตลอดชีวิตไม่คิดละทิ้งอุดมการณ์การทำงาน เราไม่มีปืนไม่มีเสื้อเกราะ มีแต่ชอล์กที่ถ่ายทอดบนกระดาษดำ สิ่งที่ร้องขอคือ ขอเพียงแค่รัฐช่วยให้เรามีลมหายใจทำหน้าที่ให้นานที่สุดนายประสิทธิ์ กล่าว นี่จึงเป็นบาดแผลส่วนหนึ่งของภัยจากความไม่สงบ ที่มีครูเข้ามาเป็นเหยื่อเพื่อเชื่อมโยงความรุนแรงให้คงอยู่จนถึงขณะนี้
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
|
โพสเมื่อ :
14 ธ.ค. 55
อ่าน 2085 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |