ศธ.ตั้งสารวัตรนักเรียนพันนายสอดส่องพฤติกรรมตีกัน
|
ศธ.ตั้งสารวัตรนักเรียนพันนายสอดส่องพฤติกรรมตีกัน
ศธ.ตั้งสารวัตรนักเรียน 1,000 นาย กระจายสอดส่องพฤติกรรมนักเรียนพื้นที่ กทม. และเตรียมตั้งศูนย์เสมารักษ์ 5 จุดกระจาย พ.ท. ดอนเมือง สมุทรปราการ บางบอน จรัญสนิทวงศ์ และมีนบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2553 นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็ได้กำหนดมาตรการเชิงรุก และมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ให้ความเห็นชอบด้วย นอกจากนี้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ยังได้มีนโยบายที่จะตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา หรือ ชื่อเดิมคือ สารวัตรนักเรียนตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2546 ให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ คนหนึ่งและมีหน้าที่ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ฯตามกฎหมาย จึงได้รับแนวนโยบายของ รมว.ศธ. มาดำเนินการ โดยได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จำนวน 1,000 นาย ซึ่งเป็นครูอาจารย์ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา(สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อทำหน้าที่ติดตามดูแลสอดส่องพฤติกรรมนักเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนของต่างจังหวัดนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง แต่ในส่วนของโรงเรียนเองก็จะมีการให้การช่วยเหลือสอดส่องกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ กำลังขยายเครือข่ายศูนย์เสมารักษ์กระจายไปในพื้นที่สำคัญ จำนวน 5 ศูนย์ เพื่อเฝ้าระวังเหตุ โดยได้แบ่งพื้นที่ ได้แก่ เขตพื้นที่ดอนเมือง เขตพื้นที่สมุทรปราการ เขตพื้นที่บางบอน เขตพื้นที่จริญสนิทวงศ์และเขตพื้นที่มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฯจะทำหน้าที่คอยสอดส่องดูแลความประพฤติ โดยแต่ละคนจะมีบัตรและสัญลักษณ์ที่ระบุชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างทุกต้องและจะกระจายออกไปตรวจตราในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและประสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ผมเห็นว่านอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ฯที่ดูแลภายนอกแล้วแต่ภายในโรงเรียนก็ควรจะมีครูดูแลด้วยเพราะฉะนั้น จะนำครูแนะแนวของโรงเรียนนั้นมาอบรมเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่ครูแนะแนวเองจะได้รู้แนวทางหรือรู้วิธีสังเกตถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในเด็กและเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเป็นในแนวทางเดียวกันในเดือน ต.ค.นี้ จะนัดเจ้าหน้าที่ฯ และครูแนะแนวมาร่วมประชุมทำความเข้าใจเน้นย้ำนโยบายของ ศธ. และของ รมว.ศธ.อีกครั้งหนึ่งด้วยนายเฉลียว กล่าว
ที่มา: http://www.komchadluek.net |
|
โพสเมื่อ :
21 ก.ย. 53
อ่าน 13030 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |