รายงานพิเศษ: ปลุกศธ.พัฒนา’บ้านเรียน’เพิ่มทางเลือกนอกระบบเพื่อเด็ก
รายงานพิเศษ: ปลุกศธ.พัฒนา'บ้านเรียน'เพิ่มทางเลือกนอกระบบเพื่อเด็ก
สมาคมบ้านเรียนไทยร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประชุมสัมมนาเรื่อง ก้าวแรกและก้าวใหม่ ก้าวอย่างไร สู่บ้านเรียนเมื่อเร็วๆ นี้ โดย นายชาตรี เนาวธีรนนท์นายกสมาคมบ้านเรียนไทย กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีการปฏิรูปการศึกษามากว่า 10 ปีแต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุณภาพทั้งด้านวิชาการ ด้านศักยภาพ ไอคิว อีคิว ของเด็กไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการศึกษาเด็กไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการศึกษาทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย เช่น การจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือที่เรียกว่า โฮมสคูลซึ่งปัจจุบันมีครอบครัวที่ขอจดทะเบียนจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎกระทรวงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. 2547 จำนวน101 ครอบครัว มีนักเรียนจำนวน 203 คนและยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่ได้ยื่นขอจดทะเบียน ขณะที่ในอนาคตจะมีครอบครัวใหม่ๆ ที่สนใจจะจัดการศึกษาเองอีกเป็นจำนวนมาก นายชาตรี กล่าวว่า การจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล ยังมีปัญหาและอุปสรรค ต้องจัดหลักสูตรการศึกษา การประเมินผล ตามมาตรฐานที่ศธ.กำหนด ถือเป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะการจัดศึกษาของทั้ง 2 ระบบมีความแตกต่างกัน จึงควรให้มีความยืดหยุ่นมากกว่านี้นอกจากนี้ ครอบครัวที่จัดการศึกษาทางเลือกยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก ศธ. ด้าน นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ยอมรับว่าการดำเนินการขอจดทะเบียนจัดการศึกษาโดยครอบครัว มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ผู้ขอจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อม ในการจัดทำแผนการศึกษา มีการวัดผล ประเมินผลตามมาตรฐานของ ศธ. ซึ่งสภาการศึกษาจะนำปัญหาต่างๆ ไปพัฒนาปรับปรุงนโยบายเพื่อลดความยุ่งยาก ทั้งนี้ ปัจจุบันมีหลายครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ เด็กสามารถเข้าเรียนต่อในระดับสูงเป็นจำนวนมาก เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องสนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาทางเลือก ไม่จำเป็นต้องมีแค่การศึกษาในระบบ การศึกษาโดยครอบครัว มีจุดเด่นที่ผู้สอนหรือผู้ปกครอง จะมีความใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด สามารถฝึกให้เด็ก เรียนรู้ ฝึกคิด วิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ง่ายกว่าการเรียนในห้องสี่เหลี่ยม และยังช่วยให้สามารถดึงศักยภาพของเด็กออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้ปกครองจะรู้ว่าเด็กมีความสามารถ จุดเด่นตรงไหน เพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่นางสุทธศรี กล่าว นางปทุมรัตน์ เหรียญไพศาลรองผอ.สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่าหลายครอบครัวที่ต้องการจัดการศึกษา และร้องเรียนให้ศธ. ปรับปรุงแก้ไขทั้งปัญหาหลักสูตรการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ปัญหาการจัดประเมินผลผู้เรียนที่ยังขาดความยืดหยุ่น ปัญหาการเทียบโอนผลการเรียน และปัญหาการให้บริการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ยังขาดความเข้าใจ ซึ่งศธ.จะได้นำปัญหาไปทำแผนพัฒนานโยบายปรับปรุง นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาระบบการรองรับเด็กนักเรียนที่มาจากระบบการศึกษาทางเลือก และมีความประสงค์จะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ระดับอาชีวะ เพื่อส่งให้เด็กไปถึงจุดสูงสุดได้ ผู้ปกครองที่จัดการศึกษาด้วยตัวเองให้กับเด็ก สามารถรับสิทธิประโยชน์จากศธ. อาทิเงินอุดหนุนรายหัว เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์นักเรียน หนังสือเรียน หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เหมือนกับเด็กนักเรียนในระบบทั่วไปโดยสามารถติดต่อขอรับสิทธิ์ได้ที่สำนักงานเขตการศึกษาในพื้นที่
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
31 พ.ค. 54
อ่าน 43049 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |