เผยอัตราเรียนปฐมวัยแค่60% ยูนิเซฟชี้เป็นช่องว่างที่ไทยต้องพัฒนา



"อภิสิทธิ์"ห่วงเด็กเล็กถูกยัดเยียดแข่งขัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดสัมมนาเรื่อง "เด็กปฐมวัย สมรรถนะดี คิดดี ทำดี" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ โดยมีอาจารย์ ผู้ปกครองเข้าร่วมประมาณ 400 คน ว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของประชาชนตลอดชีวิต โดยเฉพาะ 6 ปีแรก ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่จะปูพื้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญและผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและพัฒนาได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ปัญหาในอดีตที่ผ่านมาในเรื่องของเด็กปฐมวัยนั้น เกิดจากการมีช่องว่างจากการดูแลของภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการศึกษาในระบบ เริ่มตั้งแต่อายุ 5-6 ปีไปแล้ว ดังนั้น ต่อไปจะต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงแรงงาน ต้องบูรณาการการทำงานเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ และจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติขึ้นมาดูแลอย่างมีเอกภาพ

"ปัญหา สำคัญของระบบการศึกษาไทยอีกประการหนึ่งคือ มีการแข่งขันกันสูง โดยเมื่อพื้นที่ใดมีแนวโน้มการพัฒนาก็จะเร่งยัดเยียดเด็กระดับปฐมวัยใน เรื่องของความรู้ เพื่อการแข่งขันที่จะสอบเข้าเรียนต่อตั้งแต่ระดับประถมศึกษาขึ้นไป ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่สำคัญมากกว่าในการพัฒนาสมรรถนะของเด็ก คือ ให้รู้จักคิดดี ทำดี มีทักษะพัฒนาการอยู่ร่วมในสังคมได้ จุดนี้ถือเป็นสิ่งท้าทายในการพัฒนาคุณภาพของเด็กปฐมวัยต่อไป ซึ่งวัยนี้มีความสนใจใคร่รู้ และมีความสุขและสนุกในการเรียนรู้อยู่แล้ว แต่หากถูกปล่อยปละละเลย หรือถูกขู่เข็ญยัดเยียด ฝืนธรรมชาติ หรือถูกเฆี่ยนตี ทำร้าย ก็จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ฉะนั้น การพัฒนาเด็กกลุ่มนี้จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ความต้องการ และมีความยืดหยุ่นและหลากหลายตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน" นายกรัฐมนตรีกล่าว

นาย อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันในสังคมไทยยังมีอีกหลายปัญหาที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องแม่วัยใสที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งการแก้ปัญหาค่อนข้างยากลำบาก แต่รัฐบาลก็พยายามแก้ไข โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มีคุณภาพ รวมทั้งในส่วนของสถานประกอบการก็ได้ประสานให้มีการตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ดูแลเรื่องของสถานที่ บุคลากร รวมทั้งเรื่องของโภชนาการและการสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กเล็กให้มีคุณภาพอย่างเหมาะสม

ด้านนายโตโมโอะ โฮซูมิ ผู้แทนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า อัตราการเข้าเรียนในระดับปฐมวัยในประเทศไทยมีจำนวนประมาณ 60% เท่านั้น ดังนั้น จึงมีช่องว่างที่จะต้องมาพัฒนาตรงจุดนี้ก่อน ซึ่งเด็กปฐมวัยจะต้องได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับช่วงอายุ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องบังคับให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาในส่วนของสมอง เพราะโดยธรรมชาติแล้วเด็กๆ วัยเรียนจะเรียนผ่านการเล่น การร้อง และผ่านการมีปฏิบัติสัมพันธ์กัน ดังนั้น การพัฒนาการศึกษาปฐมวัยไม่ใช่การพัฒนาการศึกษาให้เป็นเลิศ แต่ต้องส่งเสริมให้เด็กทุกคนในประเทศไทยได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานไปเรียนเสริมเพื่อเตรียมตัวเรียนในระดับ ที่สูงขึ้นนั้น หากเป็นการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่โรงเรียนระดับประถมศึกษาที่จะต้องมีการปรับ ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ใช่การบังคับให้เด็กต้องจำ ต้องเรียนรู้ แต่จะต้องให้เด็กได้เรียนตามธรรมชาติ

โพสเมื่อ : 13 พ.ย. 53   อ่าน 14515 ครั้ง      คำค้นหา :