แฉหลักสูตรนอกที่ตั้งตกประเมินอื้อ อาจารย์ไม่ครบ-ไร้ห้องสมุด-ไม่ผ่านสภาฯ ชงปรับเนื้อหา’เนติฯ&rs
แฉหลักสูตรนอกที่ตั้งตกประเมินอื้อ อาจารย์ไม่ครบ-ไร้ห้องสมุด-ไม่ผ่านสภาฯ ชงปรับเนื้อหา'เนติฯ'เหตุเปลี่ยนรธน.บ่อย
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดเผยว่า จากการสรุปผลการตรวจประเมินการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง ปีงบประมาณ 2555 พบว่าจำนวนศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัดในรอบเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา จาก 313 ศูนย์นอกที่ตั้ง ณ เดือนพฤศจิกายน 2554 เหลือ 224 ศูนย์นอกที่ตั้งในปัจจุบัน และจากผลการตรวจประเมินที่มีข้อสรุปในรอบปี จำนวน 111 ศูนย์นอกที่ตั้ง 280 หลักสูตร พบว่ามีศูนย์นอกที่ตั้งที่มีผลประเมินผ่านเพียง 35 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ 12.5 ซึ่งปัญหาหลักที่ทำให้ผลประเมินไม่ผ่านคือ ด้านอาจารย์ มีจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตรไม่ครบตามที่กำหนดไว้ 5 คน บางศูนย์นอกที่ตั้งมีอาจารย์เพียง 2 คน หรือบางแห่งมี 5 คน แต่อาจารย์บางส่วนเป็นอาจารย์ที่มาเพียงวันเสาร์-อาทิตย์ จึงไม่เข้าเกณฑ์ แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ผ่านการประเมิน ไม่มีห้องสมุดให้นักศึกษาไว้ค้นคว้า รวมทั้งหลักสูตรที่เปิดยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย หรือกรณีที่ผ่านสภามหาวิทยาลัยแล้วแต่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรที่กำหนด ทั้งนี้ สำหรับจังหวัดที่เปิดสอนในศูนย์นอกที่ตั้งมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง และนครราชสีมา แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ สกอ.กำลังตรวจประเมินศูนย์การจัดการศึกษานอกที่ตั้งที่เหลืออีกประมาณ 200 กว่าหลักสูตร จากทั้งหมด 500 กว่าหลักสูตร ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2556 ส่วนศูนย์นอกที่ตั้งที่หลักสูตรไม่ผ่านการประเมินนั้น จะต้องนำเสนอคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณา จากนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เห็นชอบ จึงจะแจ้งให้ศูนย์นอกที่ตั้งดังกล่าวได้รับทราบเพื่อชี้แจงมายัง สกอ.แต่ข้อมูลที่ชี้แจงมานั้นคงไม่มีผลอะไรมาก เพราะการตรวจประเมินของ สกอ.พบข้อมูลเช่นนั้นจริง อย่างไรก็ตาม หลักสูตรที่ไม่ผ่านการประเมินนั้น จะต้องงดรับนักศึกษา และต้องปิดหลักสูตรดังกล่าวในภาคฤดูร้อนปีการศึกษานี้ สำหรับนักศึกษาที่เรียนอยู่ แล้วหลักสูตรไม่ผ่านการประเมิน มหาวิทยาลัยจะต้องให้การดูแลต่อ เช่น การโอนนักศึกษามาเรียนในที่ตั้งแทน จัดอาจารย์ประจำหลักสูตรให้ครบ มีห้องสมุดให้ และมีระบบการบริหารจัดการที่ดี แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว วันเดียวกัน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวในการนำเสนอข้อสรุปที่ประชุมกลุ่มวิชาชีพนิติศาสตร์ ในงานการประชุมทางวิชาการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประจำปี 2555 เรื่อง บทบาทของสภาวิชาชีพที่มีต่อการรับรองหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา ว่า คณะนิติศาสตร์มีสภาวิชาชีพกำกับดูแล 2 องค์กร คือ สภาทนายความ และสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตแห่งรัฐสภา โดยที่ประชุมมีข้อเสนอให้ทั้ง 2 สภาวิชาชีพ รับรองหลักสูตรใหม่ให้เร็วขึ้น หลังมีปัญหานักศึกษาเรียนจบหลักสูตรแล้ว แต่หลักสูตรอยู่ระหว่างการรับรอง พร้อมเสนอให้ สกอ.เมื่อรับทราบหลักสูตรแล้ว ให้ส่งผลการรับรองไปยังสภาวิชาชีพโดยตรง เพราะที่ผ่านมาสถานศึกษาเกิดความสับสนในการแยกส่งหลักสูตรไปให้ สกอ.และสภาวิชาชีพรับรอง ซึ่งมักมีคำถามจาก สกอ.ว่าหลักสูตรที่ส่งให้ผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพหรือยัง นอกจากนี้ ได้เสนอให้ปรับเนื้อหาหลักสูตรเนติบัณฑิตที่มีข้อจำกัด จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง หรือคิดเป็น 4 ปีต่อฉบับ ทำให้การสอนนิติศาสตร์ในปัจจุบัน ต้องเน้นเรียนกฎหมายแพ่งและอาญา ขณะที่กฎหมายรัฐธรรมนูญเพิ่งเน้นเรียนจริงจังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉะนั้น การสอบเนติบัณฑิตเองต้องปรับปรุงเนื้อหาการสอบด้วย นายปริญญากล่าว นายปริพล ตั้งตรงจิตร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันหลักสูตรการเรียนการสอนสถาปัตยกรรมมีหลักสูตร 4 ปี และหลักสูตร 5 ปี ทั้งนี้ สถาบันการศึกษากับสภาสถาปนิกมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยสภาสถาปนิกค่อนข้างให้อิสระกับสถาบันการศึกษาในการจัดการเรียนการสอน โดยที่ประชุมเสนอให้ปรับระบบการรับรองปริญญาบัตรที่สภาวิชาชีพดำเนินการอยู่ ส่วนใหญ่เห็นว่าควรดำเนินการให้เสร็จที่จุดเดียว โดยให้ สกอ.เป็นศูนย์กลาง เพื่อลดกระบวนการ ซ้ำซ้อน
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
15 พ.ย. 55
อ่าน 1743 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |