หลังจากฝ่าด่านการสอบแอดมิชชันกันไปแล้ว และเป็นที่แน่นอนว่าต้องมีคนสมหวังและพลาดหวัง สำหรับคนที่สมหวังต้องขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง ส่วนคนที่พลาดหวังอย่าได้เสียใจมากนัก คุณยังมีช่องทางเลือกอีกมาก เพราะอย่าลืมนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การแข่งขันยังมีอีกหลายสนามและหลายวาระ ดังนั้น โอกาสชนะหรือความสมหวังสำหรับคุณยังมีอีกมากเช่นกัน ทั้งนี้ ไลฟ์ ออน แคมปัส ขอมุ่งประเด็นไปยังการสอบที่ผ่านมา ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของเด็กไทยในปีนี้ จะเป็นอย่างไร และมีความเคลื่อนไหวของแต่ละมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้างติดตามได้ที่นี่
สอท.เผย 20 คณะคนเลือกมากที่สุด ปี'55
ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ นายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวถึงผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือแอดมิชชัน ปี 2555 ว่า ปีนี้มีผู้สมัครแอดมิชชันกว่า 122,169 คน ผ่านการคัดเลือก 82,102 คน และมีอีกกว่า 40,067 คน ที่พลาดหวัง ทั้งนี้มีจำนวนเปิดรับนักศึกษาทั้งสิ้นกว่า 140,828 ที่นั่ง แยกเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล จำนวน 76,778 ที่นั่ง แต่มีผู้ผ่านการคัดเลือกเพียง 64,248 ที่นั่ง ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏ-ราชมงคล รับนักศึกษาทั้งสิ้นกว่า 25,321 ที่นั่ง มีผู้ผ่านการคัดเลือกกว่า 13,913 คน และสถาบันการศึกษาเอกชน รับได้ 38,573 ที่นั่ง แต่มีผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์เพียง 3,785 คน
ส่วนอันดับและสาขาที่มีคนคัดเลือกมากที่สุด 20 อันดับแรก มีดังนี้ อันดับ 1. วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ รับ 56 คน ผู้สมัคร 2,850 คน อันดับ 2. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) หาดใหญ่ รับ160 คน ผู้สมัคร 1,906 คน, อันดับ 3. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ 150 คน สมัคร 1,813 คน, อันดับ 4. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมหาวิทยาลัยศิลปากร รับ 350 คน ผู้สมัคร 1,810 คน, อันดับ 5. คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รับ 60 คน ผู้สมัคร 1,784 คน, อันดับ 6. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) รับ 200 คน ผู้สมัคร 1,772 คน, อันดับ 7. สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) รับ 840 คน ผู้สมัคร 1,748 คน, อันดับ 8. คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาวิชาบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) รับ 175 คน ผู้สมัคร 1,652 คน, อันดับ 9. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รับ 300 คน ผู้สมัคร 1,611 คน, อันดับ 10. คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รับ 50 คน ผู้สมัคร 1,310 คน
อันดับ 11. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รับ 24 คน ผู้สมัคร 1,293 คน, อันดับ 12. คณะเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับ 30 คน ผู้สมัคร 1,272 คน, อันดับ 13. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับ 100 คน ผู้สมัคร 1,228 คน, อันดับ, 14. คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับ 230 คน ผู้สมัคร 1,203 คน, อันดับ 15. คณะเศรษฐศาสตร์ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับ 180 คน ผู้สมัคร 1,164 คน, อันดับ 16. คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับ 60 คน ผู้สมัคร 1,155 คน, อันดับ 17. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ 45 คน ผู้สมัคร 1,154 คน, อันดับ 18. คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการ รับ 100 คน ผู้สมัคร 1,115 คน, อันดับ 19. พยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาล สภากาชาดไทย รับ 60 คน และอันดับ 20. คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับ 100 คน ผู้สมัคร 1,100 คนดร.สมคิด กล่าวต่อว่า ปัจจัยการเรียนเรียนส่วนใหญ่ หากเลือกคณะที่มีคะแนนสูงมากก็คงไม่กล้า ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมในการเลือกคณะของเด็กนักเรียนตามปกติ อีกทั้งยังวัดจากคณะและสาขาวิชาที่มีเรียนจบแล้วมีงานที่ดีรองรับ
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ จะได้รับความนิยมมาก เพราะเด็กกรุงเทพฯ ไม่อยากเลือกมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ขณะที่เด็กต่างจังหวัดมักจะเลือกเข้าเรียนในกรุงเทพฯ
เปิดใจคนเก่งแอดมิชชัน อันดับ 1 ของประเทศ
น.ส.เกวลิน รัตนโสภิณสวัสดิ์ หรือ น้องเกว เจ้าของคะแนนอันดับหนึ่งของประเทศในการสอบแอดมิสชันในครั้งนี้ ซึ่งสามารถทำคะแนนได้ถึง 90.55% ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จาก ร.ร.สาธิตเกษตรฯ เปิดเผยว่า สำหรับเคล็ดลับในการสอบครั้งนี้มาจากการตั้งใจเรียนตั้งแต่ตอนประถมฯ ใช้หลักทำความเข้าใจในห้องเรียน หากไม่เข้าใจเรื่องอะไรก็จะถามคุณครูทันทีอีกทั้งยังเลือกเรียนพิเศษและฝึกทำข้อสอบเก่าก็ช่วยให้คุ้นเคยกับข้อสอบได้ดีมากเลยทีเดียว
จริงๆ แล้วเกวก็เป็นเด็กซิ่วที่กลับมาสอบใหม่อีกรอบ หลังจากที่สอบติดคณะสถาปัตย์ จุฬา เมื่อปีที่แล้วแต่เมื่อเข้าไปเรียนแล้ว ด้วยลักษณะการใช้ชีวิตในการเรียนในคณะสถาปัตย์ดูจะไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราเท่าไหร่ เพราะเราเป็นคนชอบทำกิจกรรม ชอบพูด ชอบคุย และที่สำคัญเกวชอบภาษาอังกฤษ ทำให้ตัดสินใจกลับมาสอบแอดฯ อีกครั้ง ส่วนที่เลือกสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์นั้น อาจเป็นเพราะความชอบส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องการใช้ภาษาการติดต่อกับผู้คนมาใช้กับการเรียนรัฐศาสตร์ได้ดีกว่า
เคล็ดลับเรียนอย่างไรให้มีสุข ในรั้วมหา'ลัย
อาจารย์ศศิธร อหิงสโก ผู้จัดการสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) แนะนำว่า เด็กนักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบแอดมิชชันอย่าเพิ่งหมดหวังเสียทีเดียว เพราะยังมีมหาวิทยาลัยของรัฐบาลและเอกชนอีกหลายแห่งที่พร้อมจะเปิดรับตามเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ จะมีรายละเอียดระบุว่ารับสมัครเมื่อใดสอบวันไหน ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะใช้เกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกันออกไป
ถ้าเรารักเรียนและประสงค์จะเรียนเชื่อว่าทุกคนจะมีที่เรียน ไม่จำเป็นต้องเรียนในมหาวิทยาลัยในฝันที่มีชื่อเสียงเพียงแค่เลือกเรียนในคณะที่เราถนัดและชื่นชอบอย่าเลือกเรียนตามเพื่อนพยายามค้นหาตัวเองให้เจอเพื่อมีความหวังอีกครั้งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่รองรับนักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบแอดมิชชัน
สำหรับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น อาจารย์ศศิธร แนะนำเพิ่มเติมว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่าง จากชีวิตเด็กนักเรียนมากมาย เช่น เครื่องแบบนักศึกษาใหม่เพื่อนใหม่ตารางการเรียนการสอนแบบใหม่ การใช้ชีวิตแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม จากที่มีครูคอยจัดตารางสอนให้ มีกฎระเบียบมากมาย ต่อไปต้องเลือกวิชาเรียนของเราเองและจัดแบ่งเวลาเอง
สิ่งสำคัญที่สุดของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของนักศึกษาคือ การปฐมนิเทศ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนใหม่ในคณะที่เรียนและต่างคณะ นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับอาจารย์และรุ่นพี่อย่างใกล้ชิดเพื่อแนะนำแนวทางการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข อนึ่ง นักศึกษาต้องเข้าชมรมหรือร่วมกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อคลายเครียดจากการเรียน เชื่อว่าชมรมแต่ละชมรมที่ทางมหาวิทยาลัยคัดเลือกมาให้นั้นเป็นชมรมที่ดีมีประโยชน์ นักศึกษาสามารถเลือกเข้าชมรมที่ตัวเองสนใจและชื่นชอบได้ซึ่งจะทำให้เราได้รู้จักการแสดงออกและคบเพื่อนต่างคณะมากขึ้น
ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน