บัญชีกลางรื้อใหญ่เบิกจ่าย ค่ารักษา-ดึงงบอปท.เข้าคลังหลวง




      

บัญชีกลางรื้อใหญ่เบิกจ่าย ค่ารักษา-ดึงงบอปท.เข้าคลังหลวง

          นายรังสรรค์ ศรีสวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 20-21 พ.ย.ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้เสนอแนวทางการควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลของราชการ ซึ่งจะเร่งหาข้อสรุปและเสนอให้   นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาต่อไป

          สำหรับแนวทางควบคุมการเบิกจ่ายรักษาพยาบาล ได้เสนอไว้หลายแนวทาง เช่น การให้บริษัทประกันชีวิตเข้ามาดูแลรายจ่ายส่วนนี้แทนรัฐบาล โดยขณะนี้ได้ให้สมาคมประกันชีวิตไปศึกษารูปแบบ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า รัฐจะไม่จ่ายงบประมาณเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบัน 5-6 หมื่นล้านบาท และสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการต้องไม่น้อยกว่าเดิม

          นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางการรักษาพยาบาลด้วยวิธีเมดิเซฟ หรือให้ข้าราชการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยส่วนหนึ่งในกรณีที่เข้ารักษาตัว เพื่อที่จะให้ข้าราชการดูแลรักษาตัวเอง ไม่ใช้ชีวิตประมาทที่จะทำให้ป่วยเป็นโรค เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ซึ่งจะลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยเข้ารักษาตัว ทำให้รัฐและข้าราชการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ขณะนี้ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะเสร็จในต้นปี54 แต่ทั้ง 2 แนวทางจะต้องไม่ไปลิดรอนสิทธิ์การรักษาของข้าราชการในโรงพยาบาลของรัฐ

          หลักการเมดิเซฟจะคล้ายกับบริษัทเอกชน ซึ่งเปิดให้ลูกจ้างสามารถเลือกรักษาได้ แต่จะมีอัตราที่บริษัทจะจ่ายให้ได้เช่น บริษัทจ่าย 60% ลูกจ้างจ่ายเอง 40% ส่วนวิธีคิดของรัฐ คงต้องรอผลการศึกษาออกมาก่อน คาดว่าแนวคิดนี้ข้าราชการคงไม่เห็นด้วย นายรังสรรค์ กล่าว

          นายรังสรรค์ กล่าวอีกว่า นอกจากคุมการใช้จ่ายการรักษาพยาบาล ยังมีการเสนอคุมค่าใช้จ่ายกองทุนนอกงบประมาณ ซึ่งที่ผ่านพบว่ามีปัญหา จากกองทุนนอกงบประมาณทั้งหมด มีสินทรัพย์สูงถึง 2.4 ล้านล้านบาท กลับมีเม็ดเงินนำฝากเข้าคลังเพียง 1.6 แสนล้านบาท แต่ที่นำไปฝากธนาคารพาณิชย์ไม่ได้รายงาน ซึ่งต่อไปจะให้มีการรายงานทั้งหมด เพื่อมาวางแผนการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล

          นอกจากนี้ กรมยังเสนอจะเข้าไปดูการโอนเงินงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ผ่านมามีการโอนเงินให 25% หรือ 2-3 แสนล้านบาท เพียงครั้งเดียว ทำให้เงินไปกองไม่ได้ใช้เป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้กรมจะเชื่อมกับ อปท. จะทำให้เห็นเงินที่ต้องใช้จ่ายจริง ก็จะโอนไปเท่าที่จำเป็น ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เป็นเงินคงคลังนำไปบริหารให้เกิดประโยชน์ เช่น ลดการกู้หรือนำไปชำระหนี้ก่อนกำหนด โดยปัจจุบันเงินคงคลังอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท หากมีการจัดสรรการเบิกจ่ายคาดว่าเงินคงคลังอาจเพิ่มสูงถึง 6 แสนล้านบาท หรือ 1 ล้านล้านบาท

 

          ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod



โพสเมื่อ : 23 พ.ย. 53   อ่าน 14216 ครั้ง      คำค้นหา :