|
ประธาน ทปอ.ยัน 24 มหาวิทยาลัยเข้าร่วมรับตรงกลาง ยกเว้น 3 มหาวิทยาลัยเปิด เล็งชวน มรภ.และ มทร.เข้าร่วมด้วย "ประธานอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษา 2" เชียร์เดินมาถูกทาง แต่เตือนต้องทำหน้าที่แค่หน่วยประสานข้อมูลการรับสมัคร ห้ามมีอำนาจชี้ขาด แนะนักเรียนเลือกสาขา มองงานที่อยากทำก่อนเลือกสถาบัน นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี ทปอ.มีมติจัดสอบรับตรงกลางร่วมกันของ ทปอ. ว่า มหาวิทยาลัยรัฐทั้ง 24 แห่งพร้อมเข้ารับตรงกลางทั้งหมด จากสมาชิกทั้งหมด 27 แห่ง ยกเว้น 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ หรือนิด้า ม.สุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และ ม.รามคำแหง (มร.) โดยบางมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทุกคณะ/สาขาวิชา แต่บางแห่งอาจเข้าร่วมเป็นบางสาขา เช่น ม.มหาสารคาม (มมส.) เข้าร่วมในคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น ประธาน ทปอ. ยืนยันว่า การเข้าร่วมระบบรับตรงของ 24 มหาวิทยาลัย ยังเป็นแค่การดำเนินการเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่ง ทปอ.จะไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาระบบและกลไกของระบบจัดสอบรับตรงกลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักเรียนและผู้ปกครอง ส่วนการดำเนินการขณะนี้กำลังรอข้อสรุปจากคณะทำงานศึกษาแอดมิชชั่นส์ฟอรั่ม ของ ทปอ.ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม ทปอ.เดือน เม.ย. แต่โดยหลักการ ทปอ.ต้องการให้มีการจัดสอบรับตรงในช่วงต้นเดือน มี.ค.2555 สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 40 แห่ง และ ม.วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่งนั้น นายประสาทกล่าวว่า ตนคงไม่สามารถไปบังคับให้เข้าร่วมได้ แต่หากอยากเข้าร่วม ทปอ.ก็ยินดี ซึ่งตนพร้อมจะไปพูดคุยกับ ทปอ. มรภ. และ ทปอ.มทร. "ในเบื้องต้นผมได้พูดคุยกับ นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำกับดูแล มรภ. และ มทร. ว่า ทปอ.พร้อมที่จะทำงานร่วมกับ สกอ.เพื่อพัฒนาข้อสอบรับตรงให้เป็นข้อสอบกลางที่ทุกแห่งสามารถนำไปใช้เป็น มาตรฐานเดียวกันได้ เพราะเป้าหมายของ ทปอ.ต้องการสร้างเครื่องมือและระบบกลไกที่ยุติธรรม สังคมจะได้เกิดความศรัทธาต่อระบบ เน้นความเสมอภาคและโปร่งใส ดังนั้นหากจะมีบางสถาบันรับตรงเอง แต่ใช้ข้อสอบกลางดังกล่าว ตนก็พอใจแล้ว เพราะเท่ากับเด็กไม่ต้องวิ่งสอบหลายที่" วันเดียวกันที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) โดยมี ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ กรรมการสภาการศึกษา และประธานอนุกรรมการคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (กนป.) ปาฐกถาเรื่อง "ระบบการคัดสรรบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา" ว่า ปัจจุบันระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษามีความยุ่งยาก มากขึ้น เนื่องจากมีสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น รวมทั้งจำนวนนักศึกษาก็เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปัญหาในการคัดเลือกคนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษายังคงเหมือนเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะมีการจัดระบบกันใหม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าควรมีการรวมกลุ่มสาขาที่ใกล้เคียงกันหรือมหาวิทยาลัยที่ อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เพื่อจัดการเรื่องการรับนักศึกษาให้เกิดความสะดวกแก่นักเรียน ตั้งแต่การสมัคร การสอบ และการประกาศผลสอบ เป็นหน่วยประสานงานกลางรับตรง ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานมากกว่าการบังคับ และช่วยจับคู่ระหว่างผู้สมัครกับสถาบันอุดมศึกษาให้เหมาะสม โดยใช้ระบบสารสนเทศในการรวบรวมและให้ข้อมูลทั้งกับผู้สมัครและสถาบันอุดม ศึกษา ศ.ดร.ยงยุทธกล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เองควรจะต้องจัดทำนโยบายเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียน สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สกอ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวมไปถึงท้องถิ่นเพื่อให้เด็กไม่ต้องไปเรียนไกลบ้าน "สำหรับนักเรียนที่ใน ขณะนี้อยู่ในสภาวะที่มีความสับสนในการเลือกศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษานั้น ผมอยากแนะนำให้คิดชัดเจนว่าอยากเรียนสาขาอะไรและทำงานอะไร ก่อนที่จะเลือกสถาบัน ขณะเดียวกันต้องดูศักยภาพของตนเองเทียบกับสภาพการแข่งขัน นอกจากนี้จะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับฐานะของครอบครัวด้วย"
ที่มา: http://www.thaipost.net |
| โพสเมื่อ : 16 ก.พ. 54 อ่าน 11699 ครั้ง คำค้นหา : |