ก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์คัด ผอ.ร.ร.เปิดโอกาส ’ครู’ ชิงเก้าอี้ ’ผู้บริหาร’ จุฬาฯออก
ก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์คัด ผอ.ร.ร.เปิดโอกาส 'ครู' ชิงเก้าอี้ 'ผู้บริหาร' จุฬาฯออกข้อสอบ-สมัครมี.ค.นี้
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งเป็นร่างใหม่ หลังจากที่ก.ค.ศ.ได้มีมติให้นำไปปรับหลักเกณฑ์ใหม่และให้การจัดสอบคัดเลือกเหลือเพียงการสอบภาค กไม่มีการสอบภาค ข จากเดิมที่มีทั้งภาค ก และภาค ข โดยร่างหลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวได้แบ่งผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ ส่วนกรณีที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติทั้งสองกลุ่ม ให้เลือกสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว ทั้งนี้ จะให้กำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งกลุ่มทั่วไปและกลุ่มประสบการณ์ในสัดส่วนที่เท่ากัน คือ 50:50 และจะให้ผู้สมัครสามารถเลือกสมัครในเขตพื้นที่การศึกษาที่ประสงค์จะบรรจุและแต่งตั้งได้ไม่เกิน 5 เขตพื้นที่ฯ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับหลักสูตรการประเมินนั้น กลุ่มทั่วไปต้องประเมินความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่และสมรรถนะทางการบริหาร โดยการสอบข้อเขียนแบบปรนัย คะแนนรวม 200 คะแนน ส่วนกลุ่มประสบการณ์จะต้องประเมินความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ และสมรรถนะทางการบริหารด้วยการสอบข้อเขียนแบบปรนัยคะแนนรวม 200 คะแนน และให้ประเมินประสบการณ์และผลงานอีก 100 คะแนน โดยเบื้องต้นจะมอบให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ออกข้อสอบให้เพื่อสอบพร้อมกันในส่วนกลาง ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละกลุ่มที่สอบ ซึ่งการขึ้นบัญชีผู้ผ่านเกณฑ์การประเมินนั้น ให้จัดเรียงลำดับคะแนนจากสูงสุดไปน้อยและในกรณีสถานศึกษาของสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้นำรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การประเมินแยกสังกัด และแยกเป็นกลุ่มประสบการณ์และกลุ่มทั่วไป จากนั้นให้นำรายชื่อดังกล่าว มาขึ้นเป็นบัญชีของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาตามที่ผู้สมัครแจ้งความประสงค์ไว้และให้มีอายุการขึ้นบัญชีไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชี อย่างไรก็ตาม ในการเรียกแต่งตั้งและบรรจุให้ดำเนินการในสัดส่วนที่เท่ากัน เช่นกรณีมีตำแหน่งว่าง 1 ตำแหน่ง ให้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีกลุ่มประสบการณ์ก่อนและครั้งต่อไปให้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีกลุ่มทั่วไปสลับกันไปโดยคาดว่าจะดำเนินการรับสมัครได้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ส่วนพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน เพียงแต่การแบ่งกลุ่มการสอบจะแข่งขันกันเองเฉพาะในเขตพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ไม่ได้รวมกับพื้นที่อื่น ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าด้านหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหานั้น มีรายละเอียดดังนี้ 1.กลุ่มทั่วไปตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ก.ค.ศ.กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีสำหรับวุฒิปริญญาตรี และ 2 ปีสำหรับวุฒิปริญญาโทรวมทั้งต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา, ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องเป็นข้าราชการครูฯ มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด เคยดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ได้แก่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สพท. เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศึกษานิเทศก์หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) และมีประสบการณ์บริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มหรือหัวหน้าหน่วย หรือผู้อำนวยการกลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการ รวมทั้งดำรงตำแหน่งอื่นๆ ที่ก.ค.ศ.เทียบเท่า อาทิ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีหรือเคยมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการ เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า 2.กลุ่มประสบการณ์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด เป็นครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีสำหรับวุฒิปริญญาตรี และ 2 ปีสำหรับวุฒิปริญญาโท รวมทั้งต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา, ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด เคยดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ได้แก่ เป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารองผู้อำนวยการชำนาญการ เป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ เป็นรองผู้อำนวยการ สพท. ไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารองผู้อำนวยการ สพท.ชำนาญการพิเศษ เป็นศึกษานิเทศก์วิทยฐานะชำนาญการพิเศษหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น มาตรา 38 ค.(2) ระดับชำนาญการพิเศษและมีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม หรือหัวหน้าหน่วยหรือผู้อำนวยการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เป็นครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีและ2 ปีสำหรับปริญญาโทและมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมทั้งกรณีที่เคยเป็นครูรักษาการหรือปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
14 ก.พ. 55
อ่าน 61732 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |