|
มหาวิทยาลัยเห็นดี กยศ.กำหนดสัดส่วนกู้เรียนวิทย์กับสังคม 50 ต่อ 50 ดี แต่ปฎิบัติยาก วันนี้ 17 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.มัทนา สานติวัตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.)ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)มี มติเห็นชอบกำหนดสัดส่วนการจัดสรรจำนวนรายและวงเงินสำหรับผู้กู้รายใหม่ ประจำปีการศึกษา 2554 ในส่วนของอุดมศึกษาที่กำหนดสัดส่วนระหว่างผู้กู้กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กับ กลุ่มสังคมศาสตร์ เป็น 50:50 ว่า มติดังกล่าวน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เด็กมาเรียนสายวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าการจะเรียนสายวิทยาศาตร์ได้จะต้องมีพื้นฐานและเตรียมความ พร้อมกันมาตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนต้น ไม่ใช่มาเรียนกันในช่วงมหาวิทยาลัย ขณะที่คนที่มีฐานะยากจนและจะกู้กยศ.ส่วนใหญ่จะเลือกเรียนสายสังคมศาสตร์ ส่วนคนที่มีฐานะดีและไม่กู้กยศ. จะเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่จะเปิดสายสังคมศาสตร์ เนื่องจากถ้าเปิดสอนสายวิทยาศาสตร์จะต้องลงทุนเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์การ เรียนการสอนต่าง ๆที่แพงมาก ดร.มัทนา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการเรียนวิทยาศาสตร์น้อย เท่าที่ดูมีโรงเรียนที่เน้นวิทยาศาสตร์จริง ๆในประเทศไทยมีไม่กี่โรง เช่น โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เป็นต้น จึงทำให้นักเรียนไม่ค่อยส่นใจที่จะเรียนสายวิทยาสษสตร์เท่าที่ควร ดังนั้นมติของกยศ.นี้จะกระทบกับการเลือกเรียนของนักเรียนแน่นอน ที่ไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนอะไรดี เพราะถ้าเลือกเรียนวิทยาศาตร์ถึงจะมีสิทธิได้กู้กยศ. แต่อาจจะเรียนไม่ได้ เพราะไม่มีพื้นฐาน แต่ถ้าเลือกสายสังคมอาจจะไม่ได้กู้กยศ. ซึ่งเรื่องนี้ในทางปฎิบัตินั้นตนว่าทำได้ยากมาก รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต (มสด.) อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ แห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าขณะนี้มีนักเรียมาเรียนสายวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยน้อยมาก อย่างของมรภ.สัดส่วนนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ต่อสายวิทยาศาตร์ คือ 70:30 ดังนั้นตนเห็นว่าถ้าจะให้ทุกมหาวิทยาลัยมีการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายวิทยา ศาสตร์ต่อสายสังคมศาสตร์ เป็น 50:50 คงทำไม่ได้ เพราะปรัชญาของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน และถ้ารัฐบาลต้องการจะให้เด็กมาเรียนสายวิทยาศาสตร์มากขึ้นต้องมีการประชา สัมพันธ์กับเด็กตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเป็นการเตรียมตัว ด้านศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุนารี(มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีประเทศไทย(ทปอ.) กล่าวว่า การที่กยศ. กำหนดเช่นนั้นเพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ต้องการให้นักเรียนได้เลือกเรียน สายวิทยาศาสตร์ มากขึ้น และเป็นสายที่ประเทศไทยต้องการอีกมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังมีค่านิยมเพียงแค่ต้องการใบปริญญาเท่า นั้น จึงทำให้เลือกเรียนสายใดก็ได้ให้จบเร็วและได้ปริญญา ทั้งนี้ตนเห็นว่าการที่กยศ.จะกำหนดสัดส่วนให้กู้แต่ละสายจะเป็นเท่าใดนั้น ต้องดูความสมดุลเป็นที่ตั้งด้วย.
ที่มา: http://www.dailynews.co.th |
| โพสเมื่อ : 18 ม.ค. 54 อ่าน 9842 ครั้ง คำค้นหา : |