อาชีวะยกพวก! ’จับมือสามัคคี’




      

อาชีวะยกพวก! 'จับมือสามัคคี'

          โดย...กรวิก อุนะพำนัก
          นักเรียน...นักเลง ยกพวกตีกันไล่ ฟัน แทง ยังคงเป็นข่าวให้เห็นอยู่เนื่องๆ ทั้งในจอทีวี หรือหน้าหนังสือพิมพ์ เพียงแต่ความสนอกสนใจของผู้คนจะมีเป็นห้วงๆ และขาดช่วงไปในระยะเวลาไม่นาน แต่เมื่อเด็กยกพวกตีกันจนบาดเจ็บล้มตาย หรือ โดนคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ผู้คนในสังคมก็จะมาจับกลุ่มนั่งก่นด่า สาปแช่งกันต่อ ไม่มีจุดสิ้นสุด โดยที่ไม่รู้ว่า ต้นสายปลายเหตุจะได้รับการแก้ไขบ้างหรือไม่
          ท่ามกลางแสงริบหรี่ อย่างน้อยโครงการ อาชีวะ สานใจสายใยรัก ซึ่ง กทม.จัดโครงการนำร่องเข้าค่ายอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ และสร้างความสามัคคี ก็ถือเป็นความหวัง โดยนำเด็กนักเรียนจากสถาบันอาชีวะศึกษากลุ่มกรุงเทพฯ ตะวันออก 7 สถาบัน ทั้ง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี, วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร, วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก, โรงเรียนมีนบุรีโปลีคลินิก, โรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ, โรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต และโรงเรียนเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ มาร่วมทำกิจกรรม
          พ.อ.นพ.พงศักดิ์ ตั้งคณา นักพูดชื่อดัง ผู้ดำเนินการอบรม เริ่มต้นพูดด้วยวิธีที่น่าสนใจทำให้เด็กนักเรียนคิดตามได้ด้วยเหตุผล สอนนักเรียนให้รู้จักคุณค่าในตัวเอง ว่าตัวเรามีค่าสามารถสร้างสิ่งดีได้มากมาย ชี้ให้เห็นว่าการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือกระทั่งเล่นยาเสพติดนั้นเป็นอุปสรรคต่อร่างกายและชีวิตเรามากแค่ไหน พร้อมเปิดวีดีโอการผ่าตัดปอดให้เห็นภาพ
          พ.อ.นพ.พงศักดิ์ สอนว่า หากเรารู้ว่าอะไรไม่ดีแล้ว และเรามีโอกาสที่จะเลือกไม่ทำได้ ถ้าปล่อยเลยตามอารมณ์ไปทั้งๆ ที่รู้นั้นน่าเสียดาย ทำให้ค่ำคืนของลมหนาวที่วังตะไคร้ จ.นครนายก วันนั้น เด็กทุกคนนั่งเงียบในแววตาครุ่นคิดตาม
          สำหรับหัวข้อในการบรรยายต่างๆ นั้นไม่พูดถึงเรื่องของการตีกันเลย (แม้หลายคนจะคิด) แต่จะเป็นเรื่องที่เริ่มจากหัวใจตนเองก่อน เช่น การรู้จักให้เกียรติตัวเองและผู้อื่น มองว่าผู้อื่นนั้นก็มีความรู้สึกเหมือนเรา มีพ่อ มีแม่ มีคนที่รักและเป็นห่วงเขาอยู่ เพราะฉะนั้นเราทุกคนจึงต่างมีค่าในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ภาพของเด็กนักเรียนซึ่งต่างที่ ต่างสถาบัน ต่างอารมณ์กัน มารวมตัวแล้วผูกมิตรกันนั้น เชื่อว่าไม่ว่าใครก็อยากให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป
          สมประสงค์ เยี่ยมจัตุรัส หนึ่งในนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ แสดงความคิดเห็นว่า รู้สึกดีนะ ได้เปิดใจคุย เราก็ได้เพื่อนใหม่เข้ามาอีก ก็ควรจะหันหน้ามาจับมือกันดีกว่าครับ ถ้าไม่งั้นก็จะมีแต่ความเสียหาย หรือตายเลย แล้วพ่อแม่เราก็ต้องอยู่คนเดียว
          นอกจากนี้ น้องๆ ที่มาเข้าร่วมกิจกรรม ยังมีส่วนช่วยดูแลสังคม โดยจะนำประสบการณ์ไปบอกต่อเพื่อน ๆและคอยเป็นหูเป็นตาตามโครงการของ กทม.ด้วยความสมัครใจ โดยที่เหล่าอาสาสมัครจะได้คอยเตือนใจตนเอง ไม่ให้หลงผิดความรุนแรง
          ขณะที่ อาจารย์ธาษตรี นาราด หัวหน้างานปกครอง สถาบันเทคโนโลยีบางกะปิ มองว่า โดยพื้นฐานแล้วเด็กพวกนี้เก่งด้วยซ้ำ ทุกคนมือฝีมือ ถ้าอยู่ในโรงเรียนนั้นไม่มีปัญหา เราดูแลไปตามกติกาของเราอยู่แล้ว แต่เวลาเขาออกไปข้างนอกเราก็ไม่สามารถจะดูแลเขาเต็มที่ เพราะอยู่นอกโรงเรียนไปแล้ว นั่นก็ต้องเป็นเรื่องของกติกาบ้านเมือง ซึ่งก็ห่วงกลัวว่าจะไปติดคุก เราต้องพยายามให้เขาเข้าใจกติกาในสังคมด้วยเหตุผล และสิ่งสำคัญคือโอกาสจากสังคม อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาจากภายนอก ให้โอกาสเขาก่อน
          โครงการ อาชีวะ สานใจสายใยรัก คือการปลูกฝังความดีไว้ในจิตใต้สำนึกให้กับเยาวชนเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และทำความเข้าใจกับกติกาสังคม เด็กจะได้รู้สึกถึงการมีคุณค่าในสังคมและครอบครัว มิตรภาพระหว่างเพื่อนต่างศาสนา ต่างสถาบัน ต่างที่ ต่างแดนกันมากมายหลายต่าง แต่ในความต่างนั้น มีความเหมือนกันหนึ่งเดียว คือ ความเป็นไทยด้วยกัน

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

โพสเมื่อ : 19 พ.ย. 53   อ่าน 13681 ครั้ง      คำค้นหา :