’ไออุ่นจากครอบครัว’สิ่งที่ ’เด็ก ป.1’ ต้องการ...มากกว่า แท็บเล็ต
'ไออุ่นจากครอบครัว'สิ่งที่ 'เด็ก ป.1' ต้องการ...มากกว่า แท็บเล็ต
จารยา บุญมาก เป็นเด็กยุคไฮเทค แน่นอนว่าเรื่องเทคโนโลยี อาจกลายเป็นเรื่องสำคัญในการเรียนรู้สารพัดข้อมูล ข่าวสาร เพื่อสนองความต้องการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่รอช้าเร่งเข็นนโยบายแจกแท็บเล็ตแก่เด็กชั้นประถมและมัธยมแม้ที่ผ่านมาจะถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างหนัก ในเวทีเสวนา เรื่อง มองรอบด้าน เด็กไทยกับไอทีรศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี จิตแพทย์เด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พยายามชี้ให้เห็นถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่ชัดเจน เพื่อจะได้ปลุกรัฐบาลให้ตื่นจากความคลั่งในกระแสนิยมเสียทีว่า เทคโนโลยีอาจเหมาะสมต่อการเรียนรู้สำหรับบางช่วงวัยเท่านั้น ซึ่งวัยที่ว่านี้ไม่ใช่เด็กประถมศึกษาปีที่ 1 แน่นอน เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่พัฒนาการค่อนข้างเปราะบาง มักตัดสินใจอะไรแบบขาดการวิเคราะห์ กล่าวง่ายๆ คือ เลียนแบบ หรือเพิ่งหัดเรียนรู้เรื่องง่ายๆ เท่านั้น เพราะเป็นธรรมชาติทางพัฒนาการของเด็กวัยดังกล่าว ดังนั้น เชื่อว่าย่อมแยกแยะไม่ออกแน่ๆว่าสื่อใดส่งผลดีผลเสียได้มากหรือน้อย เว้นแต่พ่อแม่ต้องดูแลใกล้ชิดจริงๆ ซึ่งครอบครัวก็ยากที่จะทำได้ เด็กประถมต้นนั้น เป็นเด็กที่อยู่ระหว่างวัยซึ่งต้องการความอบอุ่น และครอบครัวสามารถใช้โอกาสนี้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดีด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันซึ่งหากปล่อยให้เด็กอยู่กับคอมพิวเตอร์ โอกาสในการสร้างสัมพันธ์ของครอบครัวยุคใหม่ที่มีน้อยแล้วก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก รศ.นพ.ศิริไชยกล่าวย้ำ ที่สำคัญ ในวงสัมมนาไม่เชื่อว่าจะควบคุมอันตรายจากการใช้ไอทีของเด็กได้ อนึ่ง จากการศึกษาปัญหาเด็กติดเกม กับการส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และพัฒนาการในด้านต่างๆ ในเด็กนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเกือบ 5,000 รายในโรงเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา 5 แห่ง พื้นที่กทม.เมื่อปี 2550 พบว่าเด็กไทยมีอัตราการเล่นเกมเฉลี่ย2 ชม.ต่อวัน หรือราว 18 ชม.ต่อสัปดาห์ โดยเด็กผู้ชายจะใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าเด็กผู้หญิงถึง 2 เท่า ส่วนเรื่องของการเล่นเกมที่นิยมสำหรับวัยรุ่นส่วนใหญ่เป็นประเภทการแข่งขันความรุนแรง ด้านเพศ อาการติดเกมจะรุนแรงมากและมีลักษณะคล้ายคนติดยาเสพติดและการพนันไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อเวลาไม่เล่นก็จะไม่สบายใจหงุดหงิดในประเทศไทยตัวเลขชี้เด็กติดเกมในชั้นประถม 18.5%มัธยม 13.9% รศ.นพ.ศิริไชยบอกอีกว่า จากการใช้เวลากับการท่องโลกออนไลน์ที่เด็กและวัยรุ่นใช้ไปกับการเล่นเกมนั้นค่อนข้างมาก ซึ่งต่างจากการใช้เพื่อการศึกษา ส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาในการเล่นเกมตามร้าน หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊กเท่านั้น หากมีคอมพิวเตอร์พกพาคง จะเพิ่มความสะดวกได้มากกว่าเดิม ทั้งจากการศึกษาผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวทั้งด้านความคิด การตัดสินใจ และการแสดงออกทางพฤติกรรมด้านต่างๆ นั้นพบว่ามีหลายอย่างด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ผลกระทบทางด้านร่างกาย คือเด็กติดเกมส่วนใหญ่มักกินง่ายๆ ด้วยอาหารแบบเร่งด่วนและกินขนมขบเคี้ยวแทนอาหารอื่นๆ เพื่อความเพลิดเพลินและความสะดวกในการเล่นเกมแบบต่อเนื่อง ต่อเนื่องถึงผลกระทบทางด้านจิตใจและอารมณ์ คือ เด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กที่มีภาวะทางอารมณ์แตกต่างจากกลุ่มอื่น เหตุเพราะใช้เวลาส่วนใหญ่เพียงลำพังอยู่กับคอมพิวเตอร์ บางครั้งก็เครียดไปกับเกม และมักกังวลหรือเครียดกับเรื่องง่ายๆ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า หรือเกิดโรคขี้เหงาได้ง่าย รวมทั้งการมีอารมณ์รุนแรงตามลักษณะของเกมที่เล่นด้วย ส่งผลต่อการเกิดพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ซึ่งทำให้สังคมภายนอกไม่ยอมรับหรือมักออกมาประณามความผิดพลาดของเด็กซึ่งในอนาคตอาจก่อให้เด็กมีปัญหาสุขภาพจิตได้สูง สำหรับมุมมองของจิตแพทย์นั้น เป็นที่ประจักษ์ว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการสืบค้นข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิตอล แต่ขณะเดียวกันเด็กวัยประถมก็ยังเป็นวัยบริสุทธิ์ที่อาจตกเป็นเหยื่อของผลกระทบแห่งนโยบายประชานิยมโดยไม่รู้ตัว จึงได้ฝากไว้ว่า หากจะแจกคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือแท็บเล็ตจริงๆ คงต้องศึกษาความเหมาะสมให้ละเอียดมากกว่านี้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน |
|
โพสเมื่อ :
24 ส.ค. 54
อ่าน 15352 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |