ป.ตรีเฟ้อ มหาวิทยาลัยเกร่อเตะฝุ่นกระจาย
ป.ตรีเฟ้อ มหาวิทยาลัยเกร่อเตะฝุ่นกระจาย
...ธเนศน์ นุ่นมัน... ภาพรวมของการเรียนในระดับอุดมศึกษากำลังก้าวเข้าสู่ข้อน่ากังวลครั้งใหม่ในหลายด้าน เพราะแผนการผลิตกำลังคนในระดับปริญญาตรีขึ้นไปขาดความชัดเจนคำสะท้อนจาก สุเมธ แย้มนุ่น อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่มีต่อสถาบันอุดมศึกษาของไทยในปัจจุบัน สุเมธ ระบุว่า เมื่อมองไปที่ตัวเลขการขอจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและหากคำนวณจำนวนการรับนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดรวมกันน่าจะสูงกว่าความต้องการของจำนวนนักเรียนมัธยมปลายที่จบการศึกษาในแต่ละปี ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนประมาณ 170 แห่ง เด็กที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ ปวช. จะมีที่นั่งเรียนได้ทั้งหมด กรณีดังกล่าวจะกระทบโดยตรงต่อการคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ นั่นคือข้อกังวลที่สถาบันอุดมศึกษามุ่งเน้นด้านปริมาณ แต่สวนทางกับการควบคุมคุณภาพการเรียนการสอน สุเมธ อธิบายอีกว่า ปกติจะมีอัตรานักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตัดสินใจเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนประมาณ 30% แต่เมื่อมหาวิทยาลัยต่างๆ โหมโฆษณาเรียกนักศึกษาให้ไปเรียนเพียงเพื่อเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง การขยายตัวเชิงปริมาณก็ทำให้การผลิตคนเบี่ยงเบนไปจากความต้องการที่แท้จริง ตอนนี้เรามีคนที่อยากเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นเป็น 40% ขณะที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้เท่าเดิม คือประมาณปีละ 7-8 หมื่นล้านบาทตัวหารในงบประมาณจึงยิ่งเพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยแก้ปัญหาด้วยการแย่งตัวเด็ก เพิ่มค่าเล่าเรียน หามาตรการรัดเข็มขัดตัวเองให้สามารถอยู่ได้ แต่ไม่สนใจตอบโจทย์ใหญ่ของประเทศ อดีตเลขาธิการ สกอ. กล่าว สุเมธ กล่าวว่า การศึกษาในระดับอุดมศึกษายังขาดระบบการกำกับคุณภาพ ซึ่งมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยหน่วยงานประเมินคุณภาพยังน้อยเกินไป และระบบการประเมินยังไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมคุณภาพให้เกิดขึ้นกับสถาบันอุดมศึกษาได้ ขณะเดียวกัน ความเป็นจริงของสังคมที่ต้องการใบปริญญามากกว่าความรู้ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาคุณภาพนอกจากนี้ ยังมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรโดยเฉพาะอาจารย์ผู้สอนที่มีคุณภาพอย่างรุนแรงอีกด้วย สุเมธ ระบุอีกว่า หลายประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องการผลิตบุคลากรในระดับอุดมศึกษาในเชิงคุณภาพมาก และมีแผนที่ชัดเจนในการควบคุมปริมาณ เช่นคำนวณจากจำนวนประชากร 1 ล้านคนต่อมหาวิทยาลัยใหญ่ 1 แห่ง แต่ตอนนี้ลองนึกดูว่ามีจังหวัดไหนที่ไม่มีมหาวิทยาลัย ซึ่งหาได้ยาก ดังนั้น การผลิตบุคลากรในระดับอุดมศึกษาจึงกำลังเผชิญหน้ากับซัพพลายที่มีมากกว่าดีมานด์ และก็ไม่ได้ควบคุมเรื่องนี้เท่าที่ควร ขณะที่ทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่องคุณภาพจะสะท้อนความหมายที่ซับซ้อนและไม่สามารถจะแก้ไขได้ และสิ่งที่มหาวิทยาลัยทำไปไม่ว่าจะเป็นการประเมินโดย สกอ. หรือหน่วยงานที่ดูเรื่องนี้ อย่างเช่น สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ก็ไม่ได้เป็นการวัดคุณภาพที่แท้จริง เพราะปัญหาที่แท้จริงหรือการควบคุมปริมาณยังไม่ได้รับการแก้ไข น่ากังวลว่าในอนาคตประเทศจะเสี่ยงต่อการมีคนจบปริญญาตรีเฟ้อ และมีปัญหาว่างงานตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้สุเมธ กล่าวในที่สุด
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ |
|
โพสเมื่อ :
31 พ.ค. 55
อ่าน 2075 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |