คอลัมน์: เลาะรั้วสถาบัน: ทัวร์...ห้องกลางทุ่ง ’ร.ร.ไทรงาม’ผุด’ชาวนารุ่นเยาว์&rsquo




      

คอลัมน์: เลาะรั้วสถาบัน: ทัวร์...ห้องกลางทุ่ง 'ร.ร.ไทรงาม'ผุด'ชาวนารุ่นเยาว์'

 

          จิรศักดิ์ จาตุพรพิพัฒน์
           
[email protected]
          โรงเรียนไทรงาม ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านใสเดือย ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา (สพป.) ตรัง เขต 1 จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน จำนวน 95 คน
          เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในถิ่นฐานย่านชนบท ทำให้การจัดการด้านการศึกษามีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทั้งบุคลากรครู วิชาการ วัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งอาคารสถานที่ยังขาดโอกาส แต่โชคดีที่โรงเรียนแห่งนี้ ตั้งอยู่ในสังคมชนบทที่ชาวบ้านมีวิถีชีวิตรักใคร่สามัคคี ผูกพัน เอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกันอย่างแนบแน่นทั้ง บ้าน วัด และโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนภายในรั้วเล็กๆ โรงเรียนไทรงาม มีความสุขกับการได้รับการศึกษา อบรมบ่มเพาะจากครู ชาวบ้าน และพระภิกษุสงฆ์ และพร้อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ควบคู่กับการมีคุณธรรมศีลธรรม เป็นคนดีของสังคม
          ด้วยสภาพของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทำให้นักเรียนประสบปัญหาการเขียนการอ่าน ทางโรงเรียนจึงหาแนวทางที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนมีคุณภาพมากขึ้น และนี่จึงเป็นที่มาของการจัดการเรียนการสอน เปิดการเรียนรู้ สู่ทุ่งนา ขึ้นนางระเบียบ คงฉาง ครูวิทยฐานะชำนาญการ โรงเรียนไทรงาม บอกว่า ด้วยสภาพปัญหาของนักเรียนในโรงเรียนขาดทักษะทั้งการเขียนและอ่าน ทำให้ครูเป็นห่วง จึงคิดหาวิธีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กได้อ่านหนังสือออก เขียนหนังสือเป็น โดยเฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จะต้องมีความพร้อมทั้งอ่านและเขียน และเมื่อเรียนในห้องเรียน เด็กยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทางโรงเรียนจึงมีแนวคิดว่าน่าจะเปิดโอกาสให้นักเรียนอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นนอกห้องเรียน มาเป็นครูและเป็นบทเรียน เพื่อเสริมทักษะในการเรียนรู้
          ในปี 2552 ขณะนั้น นายปริญญา สุพรรณรัตน์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนไทรงาม ได้จุดประกายจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ได้มีโอกาสเรียนรู้นอกโรงเรียน เพื่อให้เด็กที่ประสบปัญหาการเขียน ไม่มีข้อมูล สามารถเขียนและเล่าเรื่องราวต่างๆ จากวิถีชีวิตในชุมชนท้องถิ่นของตนได้เป็นอย่างดี จึงจัดให้มีการเรียนการสอน เปิดการเรียนรู้ สู่ทุ่งนา โดยดิฉันมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเด็กๆ ลงสู่ท้องนา ให้รู้จักตัวตน ชุมชน สังคมรอบข้าง และขั้นตอนการปลูกข้าว ผ่านการเรียนรู้มาจนถึงปัจจุบัน นางระเบียบกล่าวนางณกมล รอดคืน ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรงาม บอกว่า การจัดการเรียนการสอนนอกห้องเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 54 คน ลงพื้นที่ทำนาข้าว ได้รับการสนับสนุนแปลงนาลึกสาธิต จากนางมาลี เชยชื่นจิต อายุ 53 ปี จำนวน 1 ไร่ และแปลงนาดอน จากนายถนอม เยาว์ดำ อายุ 73 ปี จำนวน 2 แปลง เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิธีการทำนาจากครูภูมิปัญญาใกล้ตัว เพื่อนบ้าน พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย จากนั้นให้มีการนำเสนอครูโดยผ่านเรื่องราวผ่านขั้นตอน อาทิ เตรียมดิน หว่านกล้า ไถแปร หว่านกล้า ปักดำ ดูแลรักษา โดยที่นักเรียนจะลงมือปฏิบัติด้วยตนเองทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ยังเรียนรู้ถึงวิธีการกำจัดวัชพืชไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้วัฏจักรชีวิตสัตว์ต่างๆ ในทุ่งนา มีความรู้รอบตัว สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตรอบตัว เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ศัตรูพืช หนูนา หอยเชอรี่
          เป็นการเรียนรู้ที่ครบทุกสาระวิชาของการเรียนการสอนกันจริงๆ นักเรียนจะต้องบันทึกและนำเสนอครูในชั้นเรียนทุกวันอังคาร ซึ่งจะทำให้นักเรียนสามารถเขียนบอกเล่าเรื่องราวได้ และมีทักษะในการสื่อสารได้ดีมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญนักเรียนจะเกิดความรู้สึกรู้ถึงคุณค่าของข้าวทุกเมล็ด ได้กินข้าวสารจากฝีมือของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ หลังเก็บเกี่ยวเสร็จ ผลผลิตที่ได้ปีละประมาณ 300 กิโลกรัม จะมีการแบ่งปันข้าวสารไปให้พ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย และนำข้าวสารใหม่ไปเยี่ยมผู้มีพระคุณถึงบ้าน เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันอย่างมีความสุขตลอดมา นางณกมลเล่า
          เด็กหญิงสุกัลยา เกียรติสุข นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เล่าว่า ได้ลงพื้นที่ทำนาจริงๆ จากที่เรียนในตำรา ทำให้ได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนและความสำคัญของชาวนาไทยอย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เริ่มจากเตรียมที่นา หว่านกล้า ปักดำ ดูแลรักษา และเกี่ยวข้าว ถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งหาไม่ได้ในชั้นเรียน และเป็นประสบการณ์จริง ที่นักเรียนได้ร่วมปลูกข้าวและเกี่ยวข้าวที่จะต้องได้รับการสืบทอดอาชีพกันต่อไป หากเรียนแต่ในตำรา ไม่ลงมือปฏิบัติจริง ก็จะไม่รู้คุณค่าของคำว่า ชาวนาและเมล็ดข้าว ที่กินทิ้งกินขว้างกันในขณะนี้
          ด้านนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนไทรงาม ที่ให้เด็กๆ สำนึกถึงความเป็นไทยที่บรรพบุรุษสืบทอดวิถีชีวิตการทำนามายาวนาน จะได้รับรู้ว่าชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติมีความสำคัญมากแค่ไหน ข้าวทุกเมล็ดล้วนผ่านหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจกว่าจะได้กินกัน เมื่อเด็กๆ ได้เรียนรู้การทำนา จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถนำไปเป็นทักษะการดำรงชีวิต การออกมาศึกษานอกห้องเรียน ที่เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งตำบลนาหมื่นศรี อ.นาโยง ยังมีการปลูกนาข้าวกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้กิจกรรมสร้างเสริมอาชีพในทุ่งนา จึงมีคุณค่า และเด็กๆ จะได้ร่วมกันอนุรักษ์การทำนาที่นับวันจะจางลงเรื่อยๆ ผลผลิตที่ได้รับจึงเป็นภูมิปัญญาที่เกิดจากฝีมือนักเรียนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
          การจัดการเรียนการสอน เปิดการเรียนสู่ทุ่งนา ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีการขยายผลไปยังนักเรียนชั้นอนุบาลตามโครงการ กินผักเขียว เดี๋ยวเดียวก็โตเนื่องจาก เด็กชั้นอนุบาลไม่ชอบกินผัก และในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จะมีการจัดการเรียนการสอน ทำไร่ ได้ปัญญาโดยจะมีการลงพื้นที่ปฏิบัติกันจริงๆ
          เปิดการเรียนรู้สู่ทุ่งนา นับเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ชาวนาตัวน้อย ให้เติบโตไปเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง ให้สามารถสืบทอดวิถีชีวิตของชาวนาไทย ที่นับวันจะจางหายไปจากท้องทุ่ง ให้คงอยู่กับชุมชนท้องถิ่นอย่างเขียวขจี พร้อมรวงข้าวที่เหลืองอร่ามตลอดไป

 

          --มติชน ฉบับวันที่ 1 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 28 ก.พ. 56   อ่าน 1820 ครั้ง      คำค้นหา :