ผลวิจัยชี้การบ้านเยอะไม่ดี ต่ำกว่า 14 ปี อันตราย - แนะพัฒนาครูรับมือ
ผลวิจัยชี้การบ้านเยอะไม่ดี ต่ำกว่า 14 ปี อันตราย - แนะพัฒนาครูรับมือ
วิจัยการบ้านเยอะไม่ดี ต่ำกว่า 14 อันตรายขณะที่กระแสโลกต่อต้าน ฝรั่งเศสถึงขั้นยกเลิกเหตุนร.-ผู้ปกครองเก็บกดจากภาระการบ้านหนัก แนะศธ.พัฒนาครูรับมือลดการบ้าน น.ส.จุฬาภรณ์ มาเสถียรวงศ์ หัวหน้าสถาบันรามจิตติ เปิดเผยผลการวิจัย ปรับการเรียนเปลี่ยนการบ้าน ประสบการณ์และแนวโน้มจากนานาประเทศ ว่า ผลการวิจัยในต่างประเทศหลายชิ้นชี้ว่า ปริมาณหรือเวลาที่เด็กใช้ทำการบ้านไม่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กอย่างที่เคยเชื่อกันมา ขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่นๆ มากมาย ทั้งลักษณะการสอน ลักษณะการบ้าน ลักษณะเด็ก แม้แต่สภาพครอบครัวของเด็ก การบ้านต้องมีคุณภาพไม่ใช่ดูแค่ปริมาณชั้นประถมต้นทำการบ้านไม่เกิน 20-30 นาที ประถมปลาย 30-45 นาที มัธยมต้นไม่เกิน 45-90 นาที และมัธยมปลายไม่เกิน 90-150 นาที การบ้านที่มากเกินไปไม่ช่วยให้นักเรียนมีคะแนนสอบดีขึ้น แต่ทำให้เด็กทุกข์ เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี จะส่งผลร้ายต่อการเรียนรู้มากกว่าผลดี กระแสต่อต้านการบ้านทั่วโลก ที่ฝรั่งเศสเกิดธุรกิจรับจ้างทำการบ้าน คิดราคา 1 เหรียญสำหรับการบ้าน 1 ชิ้นของชั้นประถม นักเรียนผู้ปกครองจึงออกมาเคลื่อนไหวนำไปสู่การประกาศนโยบายยกเลิกการบ้านเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว พร้อมจัดระบบช่วยเด็กทำการบ้านสิงคโปร์ก็ประกาศไม่เอาการบ้าน เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2555 แต่ทำกิจกรรมการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและบุคลิกภาพเด็ก ขณะที่อเมริกาเพิ่มการบ้านแบบก้าวกระโดดในช่วง 2 ทศวรรษผลการเรียนกลับต่ำกว่าประเทศที่ให้การบ้านน้อย เช่น ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ หรือเดนมาร์ก ส่วนประเทศจีนพบนักเรียนเครียดทำร้ายตัวเองเพราะการบ้านเยอะ กระแสสังคมจีนหนุนให้ลดการบ้าน ส่วนเด็กไทยพบนอน 7.41 ชั่วโมง ส่วนใหญ่เข้านอนหลัง 22.00 น. แต่ไม่มีการยืนยันชัดเจนว่า เด็กนอนน้อยลงจากการทำการบ้าน เล่นเฟซบุ๊ก หรือใช้โทรศัพท์ น.ส.จุฬาภรณ์ กล่าว น.ส.จุฬาภรณ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหลายประเทศกระแสสังคมรวมถึงผู้ปกครองยังคงเห็นว่า การบ้านมีความจำเป็นเพราะช่วยปลูกฝัง ฝึกวินัย และฝึกการคิดวิเคราะห์ได้ถ้าออกแบบการบ้านให้ดีพอ แต่ต้องไม่ให้เด็กทำการบ้านมากเกินไป โดยมีแนวคิดว่าเด็กควรทำการบ้านเพิ่มขึ้นทุก 10 นาทีตามระดับชั้น จนถึงชั้น ม.3 เด็กควรใช้เวลาทำการบ้านไม่เกิน 90 นาที และไม่ควรเกินระดับอีก ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า นโยบายลดการบ้านที่สพฐ.ประกาศนั้น ทุกคนเห็นด้วย แต่อยากเห็นความชัดเจนและน่าจะต้องมีการปรับทั้งกระบวนการโดยเฉพาะการพัฒนาครูให้เข้าใจการให้การบ้านที่เหมาะสม มีระบบให้ครูทำงานร่วมกันมากขึ้นรวมถึงปรับระบบวัดผลด้วย
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
|
โพสเมื่อ :
20 ก.พ. 56
อ่าน 2022 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |