ศธ.เปิดพื้นที่ชวนทุกครอบครัวสุขสันต์สร้างสรรค์สังคมไทย
|
ศธ.เปิดพื้นที่ชวนทุกครอบครัวสุขสันต์สร้างสรรค์สังคมไทย
ครอบครัว ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการร่วมกันสร้างพลังและภูมิคุ้มกันเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่กันและกัน ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่รอช้า เปิดพื้นที่เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสร้างความเข้มแข็ง พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ภายใต้ชื่อกิจกรรม ครอบครัวสุขสันต์ สร้างสรรค์สังคมไทย โดยในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยครอบครัวศิลปินดารา และกลุ่มครอบครัวนำบุตรหลานมาร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างคับคั่ง สำหรับกิจกรรมครอบครัวสุขสันต์ สร้างสรรค์สังคมไทย ได้ใช้ วันอาทิตย์ซึ่งถือเป็นวันแห่งครอบครัวจัดกิจกรรมที่อัดแน่นด้วยความสร้างสรรค์และความสนุกสนาน โดยแบ่งเป็น 6 ฐาน ได้แก่ ฐานรู้ทันสื่อใช้อินเตอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ ฐานคุณธรรมนำชีวิต ฐานสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ฐานครอบครัวเรียนรู้ร่วมกัน ฐานบทบาทของสมาชิกครอบครัว และฐานเศรษฐกิจพอเพียง โดยแต่ละฐานทุกครอบครัวจะได้ร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ ซึ่งจะมีวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ร่วมให้ความรู้ ไปร่วมสอบถามความเห็นของครอบครัวที่มาร่วมงานกัน เริ่มกันที่ครอบครัวแรก น้องมินิท หรือ ด.ญ.พีรชา สกุลสุริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อายุ 11 ขวบ โรงเรียนบ้านบางกะปิ ที่จูงมือคุณแม่เข้าร่วมกิจกรรมที่มากด้วยสาระอย่าง การช่วยชีวิตขั้น พื้นฐาน จากศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยงานนี้ น้องมินิท ได้ร่วมเรียนรู้และฝึกวิธีการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานจากมืออาชีพอย่างแท้จริง โดยมีหลักการดังนี้ 1.ตั้งหลังตรง 2.โน้มตัวไปข้างหน้า 3.ใช้ส้นมือไขว้กันและวางระหว่างราวนม 4.ให้น้ำหนักอยู่ที่ไหล่ และ 5.กดให้เป็นจังหวะ ให้มีความเร็วและแรง 6.ระหว่างที่ช่วยชีวิตอยู่ก็ต้องโทร.แจ้ง 1646 เพื่อให้รถพยาบาลมารับให้ทันท่วงที โดย น้องมินิท ได้ร่วมสาธิตการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอย่างตั้งอกตั้งใจ พร้อมเล่าให้เราฟังว่า หนูชอบกิจกรรมในงานนี้มากค่ะ เพราะมีให้เลือกหลากหลายและมีประโยชน์ อย่างการช่วยชีวิตคนขั้นพื้นฐาน จริงๆ การที่เราได้เรียนรู้และเข้าใจในขั้นตอนที่ถูกต้องมันก็มีประโยชน์ทั้งกับตัวเรา และผู้ที่เราช่วยเหลือนะคะ เพราะเราสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ถูกต้องในกรณีที่เจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพราะถ้าเราไปทำโดยที่ไม่รู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือก็อาจเป็นอันตรายได้ค่ะ น้องมินิท กล่าวพร้อมสาธิตให้เราดู ทางด้าน ครอบครัวยวงแก้ว ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมการผูกเงื่อนเพื่อประโยชน์ในการเอาตัวรอด โดยงานนี้คุณพ่อคุณแม่จูงมือ 2 ลูกสาวแสนซน อย่างน้องกัล หรือ ด.ญ.กัลญกร ยวงแก้ว อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเพ็ญสมิทร และ น้องญาญ่า หรือ ด.ญ.บุญญาพร ยวงแก้ว อายุ 5 ขวบ โรงเรียนเพ็ญสมิทร มาร่วมเรียนรู้การฝึกการผูกเชือกในรูปแบบต่างๆ โดยน้องทั้งสองเล่าว่า ปกติคุณพ่อคุณแม่จะชอบพาพวกหนูไปเข้าร่วมกิจกรรมอยู่บ่อยๆ เลยค่ะ พวกหนูจะชอบมากเวลาได้ออกมาทำกิจกรรมกับ คุณพ่อคุณแม่ข้างนอก เพราะพวกเราได้สนุกและได้ช่วยเหลือกันค่ะ อย่างวันนี้คุณพ่อคุณแม่พาพวกหนูฝึกผูกเชือกหลายแบบเลย บางแบบก็ยากมากเลยค่ะ แต่คุณพ่อกับคุณแม่ก็จะคอยสอนหนูตลอด ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมที่ยาก แต่ก็สนุกมากค่ะ เพราะหนูสามารถเอาการผูกเชือกไปใช้ในตอนเรียนวิชาลูกเสือที่โรงเรียน หรือเวลาทำกิจกรรมที่โรงเรียน ส่วนตอนเล่นหนูก็ยังเอาวิธีการผูกเชือกมาใช้ได้ด้วยค่ะ น้องกัล และน้องญาญ่า กล่าวอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายกับ 2 พี่น้อง อย่าง น้องตัง หรือ น.ส.ภัทรธร อัฐอนันต์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ และ น้องเต้ หรือ น.ส.วราพร อัฐอนันต์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ชวนกันมาร่วมเรียนรู้การต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง จากชมรมต่อสู้ป้องกันตัว อรรถยุทธ์ โดยงานนี้ทั้ง 2 ได้ร่วมเรียนรู้จากผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ได้รับรู้ทั้งข้อมูลที่มากด้วยประโยชน์ พร้อมร่วมสาธิตท่าทางต่างๆ ในการต่อสู้เอาตัวรอด โดยงานนี้ 2 สาวได้เล่าว่า วันนี้พวกเรามาเรียนรู้หลักและวิธีการเอาตัวรอด ซึ่งทางวิทยากรเค้าก็จะสอนหลักในการเอาตัวรอดในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ อย่างเช่น เมื่อโดนล็อกและถูกปืนจี้ หรือโดนจับล็อกแขนด้านหลัง ก็จะมีวิธีในการปัดป้องที่ถูกต้องไม่ให้เราได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีประโยชน์มากทำให้พวกเราได้ความรู้ในการป้องกันตัว เพราะในชีวิตปัจจุบันภัยร้ายจากสังคมมีมากมายเหลือเกิน ถึงแม้เราจะเป็นผู้หญิง เราก็ต้องรู้วิธีในการเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้เป็นเหยื่อของพวกโจรผู้ร้าย เพราะเราไม่สามารถเลือกได้ว่าเราจะไปอยู่ในสถานที่ ที่ปลอดภัย และอันตราย แต่เรามีพื้นฐานไว้บ้างก็ถือเป็นการดี ดีกว่าไม่รู้อะไรเลยค่ะ ทั้ง 2 สาว กล่าวทิ้งท้าย พื้นฐานของมนุษย์ล้วนมาจาก ครอบครัว ซึ่งถือเป็นสังคมที่เล็กและสำคัญมากที่สุด เพราะฉะนั้นการสร้างครอบครัวของเราให้เข้มแข็งและแข็งแรง ก็เปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันภัยที่ดีและมีคุณภาพ แม้จะมีภัยร้ายใดๆ ก็ไม่สามารถทะลุเข้ามาถึงภายในได้
ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง |
|
โพสเมื่อ :
30 ม.ค. 56
อ่าน 1644 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |