เปิดใจ...3 บัณฑิต’ม.อีสาน’’ป.บัณฑิตวิชาชีพครู’นี้ได้... แต่ใดมา??
เปิดใจ...3 บัณฑิต'ม.อีสาน''ป.บัณฑิตวิชาชีพครู'นี้ได้... แต่ใดมา??
หมายเหตุ...จากกรณีที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ให้บัณฑิตประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต) วิชาชีพ รุ่นที่ 3 ของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) จำนวน 531 คน ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปแล้วมารายงานตัวระหว่างวันที่ 29 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม เพื่อตรวจสอบว่าบัณฑิตได้เรียนและฝึกปฏิบัติการสอนอย่างถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มติชน จึงถือโอกาสสัมภาษณ์บัณฑิตที่มารายงานตัวกับทางคุรุสภา นายรงคเทพ ชัยลา เรียนจบระดับปริญญาตรีทางด้านพัฒนาสังคมจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และได้กลับไปทำงานเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในบ้านเกิดที่ อ.ประทาย จ.นครราชสีมาตอนนั้นสอนหนังสือไป และรู้สึกว่าอยากจะเป็นครูมากๆ พอมีการเปิดหลักสูตร ป.บัณฑิต ก็ตัดสินใจจะเรียนเพิ่มอีก เพื่อจะได้มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยได้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรป.บัณฑิตของ มอส.ที่ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งอ.ประทาย จ.นครราชสีมา มาตั้งแต่ปีการศึกษา2551 เสียค่าเล่าเรียนประมาณ 26,000 บาทโดยได้เข้าเรียนวิชาต่างๆ 10 วิชา และฝึกปฏิบัติการสอนที่โรงเรียนบ้านหนองขาม อ.ประทาย เป็นเวลา 2 ภาคเรียน แต่พอเรียนจบ ทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ออกใบรับรองผลการเรียนให้ ซึ่งไม่ทราบว่าเพราะอะไรเนื่องจากผมเรียนจบทุกอย่างตามหลักสูตร แต่พอไปถามเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้คำตอบอะไรและบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนล่าสุดก็มีชื่อจบในปีการศึกษา 2553 และได้นำใบ ป.บัณฑิตมายื่นและได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปแล้ว ข่าวที่ออกมาว่ามหาวิทยาลัยถูกสอบเรื่องการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตนั้น ทำให้รู้สึกว่าไม่มีมาตรฐานอะไรเลย จนเสียความรู้สึกมาก เพราะคนที่ไปเรียนจริงๆ จะต้องตื่นแต่เช้า นั่งรถเข้าไปในเมืองเพื่อเรียน ส่วนคนที่ไม่ได้เรียน แค่เอาเงินไปจ่ายแล้วได้ใบ ป.บัณฑิตมาง่ายๆ ก็ไม่ยุติธรรมกับคนที่เรียน ผมคงไม่เรียกร้องให้ใครมาแก้ปัญหานี้หรอก เพราะเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่อยากฝากเอาไว้คือ ถ้าเราไม่แก้ปัญหาเหล่านี้แล้วการศึกษาไทยก็คงแย่ลงทุกวัน ตอนนี้ได้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยไว้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42 จังหวัดนครสวรรค์แล้ว และได้ไปสอบสัมภาษณ์แล้ว กำลังลุ้นประกาศผลในเดือนพฤษภาคมนี้ว่าจะได้หรือไม่ได้ หากท้ายที่สุดต้องโดนตัดสิทธิ ทำให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็ต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันต่อไป ครูหนิง ดิฉันสอนอยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน เดินทางมาจากจังหวัดน่านกับเพื่อนๆ ที่เป็นครูอัตราจ้าง 5-6 คน หลังจากทราบข่าวจากคุรุสภาว่าให้มารายงานตัว เพราะอยากให้เยียวยาช่วยเหลือคนที่เรียนกันจริงๆ เพราะการที่ถูกตัดสิทธิ ทำให้ทุกคนเสียเวลา เสียทั้งเงินที่เป็นค่าเล่าเรียน รวมเบ็ดเสร็จกว่าจะเรียนจบน่าจะเป็นแสนบาท ไหนจะค่าลงทะเบียน ค่าเดินทางค่าอยู่ค่ากิน และอะไรอีกเบ็ดเตล็ด ทั้งนี้ ตอนแรกไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จ.แพร่ แต่ว่าไกลจากบ้านมาก ก็เลยไม่ไหว และในช่วงนั้นก็มีคนมาติดต่อให้ไปเรียนที่มอส.ที่ จ.น่าน เพราะเดินทางมาแค่ 14 กิจการจากบ้าน เสาร์-อาทิตย์ก็จะขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านไปเรียนตั้งแต่ 08.00-16.00 น. ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครทราบเลยว่าเรียนที่ศูนย์การเรียนนอกที่ตั้งไม่ได้ เพราะทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้แจ้ง แต่พอมาฟังคำชี้แจงจากทางคุรุสภาในวันนี้ ก็เพิ่งรู้ว่าการเปิดสอนในศูนย์การเรียนนอกที่ตั้งของมหาวิทยาลัยทำไม่ได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจาก สกอ. ส่วนคนที่ไปซื้อใบ ป.บัณฑิตนั้นก็ไม่ยุติธรรมกับคนที่เรียนจริง หากคุรุสภายกเลิกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคนที่ได้มาอย่างถูกต้อง ก็จะต้องฟ้องร้องทางมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน แต่หากยกเลิกเฉพาะกลุ่มที่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาไม่ถูกต้อง ก็น่าจะดีกว่า อาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษา ใน จ.หนองคาย คิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย เพราะได้เข้าเรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตจริง มีการลงทะเบียน และฝึกปฏิบัติการสอนจริงในปีการศึกษา 2552 และจบในปีการศึกษา 2553 แต่แจ้งจบช้า และเพิ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปเมื่อต้นปี 2554 จึงไม่แน่ใจว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยหรือไม่ ที่ผ่านมา ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการซื้อขายใบ ป.บัณฑิต ก่อนหน้าที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา ได้เข้าไปสอนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย แล้ว 1 ปี และเมื่อมีใบ ป.บัณฑิต ก็เท่ากับการันตีว่าดิฉันเป็นครูจริงๆไม่ใช่แค่สอนเป็นเหมือนที่ผ่านมา เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว และขณะนี้กำลังรอผลการสอบครูผู้ช่วยจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ เรื่องนี้มีผลกระทบกับดิฉันมาก มันผิดกฎหมายกระทบกับการทำงาน ทำให้ต้นสังกัดที่ดิฉันทำงานอยู่เกิดข้อสงสัยในใบ ป.บัณฑิตที่ถืออยู่ และถ้าสอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ ดิฉันก็ต้องหมดโอกาสอีกครั้ง ทั้งที่ตั้งใจเรียนจริง ฝึกสอนจริงครบทุกอย่าง ไม่รู้ว่าดิฉันผิดตรงไหน ตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีฐานะเป็นครูอยู่หรือไม่ หากคุรุสภาจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของทุกคน มันก็ไม่ยุติธรรมอยากให้พิจารณาเป็นรายๆ ไป เพราะคนที่ปฏิบัติถูกต้องก็น่าจะได้รับความยุติธรรมมากกว่านี้ ส่วน มอส.ก็ควรจะออกมารับผิดชอบกับบัณฑิตที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดด้วย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะปัดความรับผิดชอบ เอาตัวรอดแล้วปล่อยนักศึกษาลอยแพไม่ได้ ตอนนี้อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ก่อน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ดิฉันตั้งใจทำมาทั้งหมดก็คงจะสูญเปล่า
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
02 พ.ค. 54
อ่าน 20873 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |