กฎหมายข้าราชการหัวงูแค่ขู่หรือเอาจริง
กฎหมายข้าราชการหัวงูแค่ขู่หรือเอาจริง
ชลวิทย์ เจียรจิตต์ ภาควิชาสังคมวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มศว
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ออกแถลงถึงข้อบังคับข้าราชการพลเรือนแบบตรงไปตรงมา ถือเป็นกฎสกัดคุกคามทางเพศเพื่อปราบข้าราชการประเภทงูบนหัว มั่วไม่เลือกหน้า บ้ากามตัณหาราคะแบบมีจริยธรรมเป็นเส้นขนาน กิเลสตัณหาของมนุษย์ไม่เข้าใครออกใคร ไม่กำหนดเพศทั้งบทบาทหน้าที่ อยู่ที่จิตสำนึก ยามหน้ามืดไม่มีการประเมินความเสียหาย ชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่ หากมีข้อบังคับนี้ราคจริตอาจติดเบรกบ้าง เคยมีตัวอย่างให้เห็นมากมายกับข้าราชการหลายระดับกระทั่งคนระดับรองวุฒิสมาชิกรัฐสภา มีอดีตตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ยังพ่ายแพ้กิเลสมั่วเซ็กซ์กับเด็กต่ำกว่า 18 ขึ้นโรงขึ้นศาลไม่จบสิ้น ยามแก่ชราต้องปิดหน้าเดินในสังคมและจบชีวิตด้วยตำนานอัปยศ ผู้เขียนเห็นด้วยกับ ก.พ. ในการคลอดข้อบังคับสกัดคุกคามทางเพศ โดยท่านเลขาธิการ ก.พ.เป็นสุภาพสตรีแกร่งกล้า ออกข้อบังคับก้าวหน้าที่เน้นถึงข้าราชการไทยทุกระดับที่พึงละเมิดเพศแม่ ด้วยกาย วาจา สายตาคิดลามก ถึงเวลาได้มีที่พึ่งทางกติกากฎหมาย สิ่งที่ต้องเสริมมุมมองคือ สร้างมาตรฐานทางจิตสำนึก การรู้ชอบชั่วดีคิดไตร่ตรองก่อนทำ ย้ำถึงความเสียหาย อยากระบายราคจริต ไปหาทางออกกำลังกาย เข้าสมาธิ หางานที่รักทำ อย่าจมอยู่กับวิถีกิเลสขั้นหยาบ การออกกฎกติกาเป็นเรื่องถูกต้อง ขอชื่นชม ก.พ.แต่สำคัญยิ่งคือจะปลูกฝังมาตรฐานนี้โดยไม่ต้องพึ่งกฎข้อบังคับได้อย่างไร จะสร้างมาตรฐานให้ยั่งยืนด้วยวิธีการใด แม้บทลงโทษอาจจะยังอ่อนแค่ผิดวินัยไม่ร้ายแรงแต่ก็พอกำราบไม่ให้ข้าราชการหัวงูแผ่แม่เบี้ยได้อย่างอหังการ มาตรฐานการลงโทษ อาจไม่ถึงใจ แต่มาตรการทางสังคมที่จะสร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงเกียรติยศ เกียรติคุณที่สั่งสม การมีระเบียบเช่นนี้น่าจะเป็นเบรกใจชั้นดีให้การกระทำคุกคามทางเพศของหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ได้ตระหนักคิดไตร่ตรองให้มากยิ่งขึ้น ผู้เขียนรับราชการอาจารย์ มศว ครั้งแรก 13 ปีที่ผ่านมา บูรพอาจารย์ได้สอนถึงจรรยาบรรณข้าราชการไทย ของ ก.พ. มีหลักสำคัญ 5 ข้อและเรียงสอดคล้องจนจำขึ้นใจจนปัจจุบันนี้ว่า ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต จิตมุ่งบริการ งานสัมฤทธิผลพัฒนาตน ทุกคนตรวจสอบได้ จนประทับใจว่าสิ่งที่ข้าราชการไทยสายใดไม่ต้องมีอะไรพิเศษ แค่เริ่มข้อแรกซื่อสัตย์สุจริต ก็ถือครอบคลุมด้านมืดของมนุษย์พันธุ์กิเลสหนาขาดปัญญาแล้ว หากเราในฐานะข้าราชการภายใต้พระบรมโพธิสมภารรักษาเกียรติ ชื่อเสียง ข่มกิเลส ข้อบังคับนี้ไม่ต้องใช้ ผู้เขียนเห็นใจ เข้าใจข้าราชการสาวตามกระทรวงทบวง กรม ที่อยู่ภายใต้วัฒนธรรมเชิงอำนาจ ความก้าวหน้าอยู่ภายใต้อำนาจผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะหากพบเจอหัวหน้าบ้ากาม ใช้อำนาจข่มขู่กดดันให้เกิดความขมขื่นขื่นขม ถอยไปจบชีวิตข้าราชการ หรือยอมๆ เป็นตราบาปชีวิต ข้อบังคับนี้จะเป็นช่องทางที่จะช่วยได้ไม่มากก็น้อย สำคัญต้องมีฝ่ายคุ้มครองผู้ฟ้องกรมคุ้มครองสิทธิต้องมีมาตรการเข้มแข็งทั้งก่อน หลังฟ้องร้อง ทางออกสำคัญคงต้องถึงเวลามาทบทวนกรอบแนวคิดด้านจริยธรรมสัมมาวิชาชีพจรรยาบรรณในการครองเรือน ครองตน ครองงาน รัฐบาลคงขอกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯเป็นเจ้าภาพ ขับเคลื่อนให้ข้อบังคับนี้เป็นกฎหมายใช้กับองค์กรทุกแห่งในสยามประเทศนี้ ถึงเวลาสร้างปลุกจิตสำนึกข้าราชการไทยให้เข้มแข็งเชิงจริย บุคลากรทุกระดับที่อยู่ในองค์กร ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ เอกชนอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ สำคัญคือคนใหญ่คับกระทรวงทั้งหัวดำหัวขาวทั้งหลายอย่าเป็นเสียเอง มีข่าวข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ขี้หลีรมต.หัวงู ส.ส.บ้ากาม มีบ้านเล็กบ้านน้อย เท่านี้ก็จริยธรรมบกพร่องแล้วจะขับเคลื่อนนโยบายหลักแบบก.พ.ได้อย่างไร แต่ขอชื่นชม ครม. ที่ผ่านข้อบังคับนี้อย่างเรียบร้อยฝากถึงท่านนายกฯ จะตั้งผู้มาเป็นเสนาบดี นอกจากทำงานเก่งแล้ว สำคัญต้องไม่มี รมต.หัวงู ข่มขู่ข้าราชการสาวๆ หรือระดับปลัด อธิบดี หัวหน้า หน่วย กรมกอง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีเข้มแข็ง อย่าทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด บางทีนึกว่าปิดได้ แต่ปิดกันให้แซดทั้งหน่วยงานเป็นความร้าวฉานในการปกครอง เพียงแต่ขออย่าให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเสือกระดาษแค่ขู่มาตรการลงโทษต้องชัดเกิดขึ้นจริงไม่มีใครกล้าหรือร้องเรียนแล้ว ต้องทุกข์ระทม โดนกลั่นแกล้ง ขอให้เป็นกฎหมายที่ช่วยกำราบปราบข้าราชการพันธุ์ลามกจกเปรต อยากให้ข้อบังคับนี้ใช้กับข้าราชการทุกหน่วยงาน เลยไปคลุมถึงข้าราชการการเมือง เอกชน ผู้คนสรรเสริญ ข้าราชการไทยใจสะอาดปราศจากหัวงู และจะเฝ้าลองดูว่ามีรายแรกเมื่อใด
--มติชน ฉบับวันที่ 6 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
06 ก.ย. 53
อ่าน 13747 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |