ครูใหญ่'ภูมิซรอล'เปิดใจ'หน้าที่อยู่เหนือความกลัว'
|
ชินวัฒน์ แพทยานนท์
กระสุนปืนใหญ่นับไม่ถ้วนตกใส่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย
อ.กันทรลักษ์จ.ศรีสะเกษ จากเหตุปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ด้านภูมะเขือ
ช่วงวันที่4-6 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้านหลายหลัง
บ้านพักอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารพังยับ
โดยเฉพาะอาคารเรียนโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ถูกถล่มพังราบ
คงเหลือเพียงเสาและโครงเหล็กให้ดูต่างหน้า
การปะทะครั้งนี้ส่งผลให้การเรียนการสอนของครูนักเรียนโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา
ถูกปิดลงพร้อมๆ
กับครูนักเรียนที่แตกฉานซ่านเซ็นหนีตายไปคนละทิศละทางและจนถึงวันนี้ยังไม่
มีกำหนดเปิดการเรียนการสอนด้วยเหตุสถานการณ์แนวชายแดนยังคงตึงเครียดและไม่
น่าไว้วางใจ! แต่ถึงกระนั้น นายประมูล
แสวงผลผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ยังคงเดินทางมาที่โรงเรียนทุกวัน
เพื่อตรวจสอบความเสียหาย คอยดูแลทรัพย์สิน
และจัดเตรียมห้องเรียนทดแทนให้นักเรียน
โดยนายประมูลเปิดใจท่ามกลางซากปรักหักพังว่า โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา
มีครูทั้งหมด 28 คน และนักเรียน 567 คน ในวันเกิดเหตุวันที่ 4 กุมภาพันธ์
ทางโรงเรียนจัดการแข่งขันกีฬา อบต.เสาธงชัย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่4-8
กุมภาพันธ์ มีชาวบ้านจากทุกหมู่บ้านเข้าร่วมการแข่งขัน
ในช่วงเช้ามีพิธีเปิดและมีการแข่งกีฬาหลากหลายชนิด ต่อมาเวลาประมาณ 15.00
น. ขณะกำลังจัดแข่งขันกีฬาอยู่ได้ยินเสียงปืนเล็กยิงปะทะกัน
และมีเสียงระเบิดคาดว่าน่าจะเป็นเอ็ม 79 ดังมาจากแนวชายแดนตลอดเวลา
จากนั้นมีชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้ๆ
วิ่งมาบอกว่าทหารออกวิทยุบอกว่าจะเกิดปะทะกันรุนแรง
ให้รีบเข้าหลุมหลบภัยโดยด่วน "วินาทีนั้นทั้งครู นักเรียน
ผู้ปกครองและชาวบ้าน ต่างวิ่งหลบหนีออกไปนอกโรงเรียนกันอย่างชุลมุน
ส่วนใหญ่จะหลบออกไปนอกโรงเรียนและออกไปนอกพื้นที่แต่ตอนนั้นผมไม่คิดหนี
เพราะเป็นห่วงโรงเรียนจึงวิ่งไปซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัย
ซึ่งภายในโรงเรียนมีอยู่ประมาณ 19 หลุม โดยซ่อนอยู่ร่วมกับครู
นักการภารโรงบางส่วนและเจ้าของเครื่องเสียงที่นำมาใช้จัดงานกีฬา
ที่หลบหนีออกไปไม่ทัน
เนื่องจากต้องคอยช่วยเหลือนักเรียนและเป็นห่วงเครื่องเสียง
โดยการอพยพคนใช้เวลาประมาณ30 นาที จึงสามารถหลบหนีออกไปได้หมดจนเย็นเวลา
17.30 น. ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นเกิดขึ้นบริเวณโดยรอบโรงเรียนนับไม่ถ้วน
มองไปรอบๆ โรงเรียนเห็นเศษดินฝุ่นฟุ้งกระจาย
หลังจากเสียงปืนและระเบิดสงบลง
จึงรีบออกไปจากบริเวณนั้นทันที"ครูใหญ่ชายแดนเล่านาทีระทึกในการปะทะระลอก
แรก พร้อมบรรยายถึงสภาพความเสียหายภายในโรงเรียนว่า
"ด้วยความเป็นห่วงโรงเรียน วันถัดมาผมจึงย้อนกลับเข้ามาดูในโรงเรียน
พบว่าหลังคาอาคารเรียน 3 ชั้น ถูกระเบิดพังเสียหาย
ห้องเรียนเล็กและห้องสมุดด้านหลังอาคารถูกระเบิดลงพังพินาศ
และบริเวณโดยรอบโรงเรียนได้รับความเสียหาย
ตอนแรกแจ้งปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 5 วัน คือวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์
แต่เหตุปะทะยังไม่สงบจึงเลื่อนเปิดเรียนอย่างไม่มีกำหนด"
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา บอกว่า
หลังเกิดเหตุได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากครูและเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ
อย่างดี ในการเคลียร์พื้นที่ภายในโรงเรียนให้เรียบร้อย
เพื่อเตรียมเปิดสอนหนังสือให้นักเรียน
โดยเบื้องต้นตรวจสอบว่าห้องเรียนไหนยังคงใช้ได้บ้าง
ส่วนอุปกรณ์การเรียนที่ยังสามารถใช้การได้ก็จะนำมาสร้างเป็นห้องเสริมให้นัก
เรียน โดยต่อเติมเป็นห้องเรียนสำรอง ใช้พื้นที่บริเวณใต้อาคารเรียน 3 ชั้น
หอประชุม หรือกางเต๊นท์ที่สนามหญ้า
ซึ่งครูส่วนใหญ่ยืนยันจะกลับมาสอนหนังสือเด็กๆ
อีกครั้งและไม่มีใครขอย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่น
ส่วนนักเรียนก็ยังไม่มีผู้ปกครองมาทำเรื่องขอย้ายโรงเรียนแต่อย่างใด
พอถูกถามว่า
กลัวหรือไม่ที่ต้องมาเป็นครูโรงเรียนชายแดนที่ยังมีเหตุปะทะสู้รบกับประเทศ
เพื่อนบ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา เปิดใจว่า
"เหตุการณ์แบบนี้ใครๆ ก็กลัวทั้งนั้น ผมก็กลัวเหมือนกัน
แต่ก็ต้องมีความกล้า ด้วยหน้าที่ของความเป็นครูที่ต้องสอนหนังสือให้เด็กๆ
โดยเฉพาะในฐานะครูใหญ่ย่อมเป็นห่วงโรงเรียนและนักเรียน
ซึ่งเวลาผ่านไปหลายวันผมก็เริ่มชินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
ส่วนครูทุกคนก็ยันยืนยันว่าจะกลับมาสอนหนังสือเด็กๆต่อไป"
ส่วนกำหนดเปิดการเรียนการสอนนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอล เผยว่า
ขณะนี้นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงหลบภัยอยู่ภายในศูนย์อพยพชั่วคราว
ทางโรงเรียนจึงต้องวางแผนและประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะเปิดเรียนภายใน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ได้หรือไม่
พร้อมทั้งเตรียมแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่าโรงเรียนจะเริ่มเปิดการเรียนการสอน
ในวันดังกล่าว
แต่ทั้งนี้ต้องดูท่าทีจากทางฝ่ายปกครองด้วยว่าจะอนุญาตให้ชาวบ้านอพยพกลับมา
ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้หรือยังอนุญาตให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนได้เหมือน
เดิมหรือไม่
เพราะหากเจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตทางโรงเรียนก็คงยังไม่สามารถเปิดการเรียน
การสอนได้ หนึ่งเสียงแม่พิมพ์ของชาติ จากชายแดนในวันที่สถานการณ์ระส่ำ!
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
11 ก.พ. 54
อ่าน 13102 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |