ชิงเด็กเก่ง-รับตรงพุ่ง60%ฉุดแอดมิสชั่นส์เหลือ40 ศูนย์สอบตรงคลอดปี'55 คัดเลือก3รอบ-สมัครฟรี
|
อธิการบดี 'ม.พะเยา'ถกเลขาฯ
สกอ. เล็งผุดศูนย์รับตรงปี 2555 คัดเลือก 3
รอบส่งมหาวิทยาลัยสมัครฟรีช่วยคนไร้เงินลดวิ่งรอกเผยสอบตรงทั่ว ปท.พุ่ง
ล่าสุดสูงถึง 60% ทำยอดรับผ่านแอดมิสชั่นส์กลางวูบเหลือ 40%
นายมณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา
และอดีตประธานฟอรั่มแอดมิสชั่นส์ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)
เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มกราคม
ถึงภาพรวมของการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาในระบบรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ
ทั่วประเทศ ว่าเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันรับผ่านระบบรับตรงอยู่ที่60%
ส่วนการรับผ่านระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์กลาง อยู่ที่
40% ทั้งนี้ในปีการศึกษา 2554
มหาวิทยาลัยพะเยารับนิสิตผ่านระบบรับตรงที่เป็นโควต้าในพื้นที่ทั้งหมด60%
และรับตรงทั่วประเทศ 10% รวม 2,800 คน และรับผ่านแอดมิสชั่นส์กลาง
30%ประมาณ 1,200 คน นายมณฑลกล่าวว่า การรับตรงนั้น
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนนจากส่วนกลาง ทั้งคะแนนสอบวัดความถนัดทั่วไป
(GAT) และคะแนนสอบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ(PAT) ประมาณ 60%
จะสอบเพิ่มน้อยมากยกเว้นที่จำเป็นจริงๆ อย่างวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา
ซึ่งกรณีของมหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.)
ในการคัดเลือกนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จะไม่ให้สอบวิทยาศาสตร์เพิ่ม
แต่จะเพิ่มค่าน้ำหนักของ PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น
"ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ หันมารับตรงมากขึ้นเพราะมหาวิทยาลัยมีมากขึ้น
แต่ละแห่งก็อยากได้เด็กเก่ง
และอยากได้ตามจำนวนที่ต้องการรับเพราะถ้ารอรับผ่านแอดมิสชั่นส์กลาง
เด็กจะเลือกมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงก่อน ที่ผ่านมาผมได้คุยกับนายสุเมธ
แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
กรณีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เตรียมจัดตั้งศูนย์รับตรง
ซึ่งได้วางแนวทางคร่าวๆ เกี่ยวกับรูปแบบการรับตรงพร้อมกันทั่วประเทศ"
อดีตประธานฟอรั่มแอดมิสชั่นส์ฯระบุ นายมณฑลกล่าวว่า
ศูนย์รับตรงจะทำหน้าที่ประมวลผล และส่งรายชื่อให้มหาวิทยาลัยที่เด็กเลือก
คาดว่าจะแบ่งเป็น 3 รอบ โดยรอบแรกประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
รอบนี้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงจะได้เด็กไป รอบที่ 2
ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม มหาวิทยาลัยที่รองๆ ลงมาก็จะได้เด็กไป
ส่วนรอบที่ 3 มหาวิทยาลัยต่างคนต่างรับเอง เพราะเหลือเด็กน้อยแล้ว
ซึ่งการสมัครผ่านศูนย์รับตรงจะทำให้คนที่ไม่มีเงินก็มีสิทธิ
เพราะจะไม่เก็บเงินค่าสอบเนื่องจากจะเน้นใช้คะแนน GAT และ PAT จากส่วนกลาง
ทั้งนี้ คาดว่าศูนย์รับตรงจะเริ่มได้ในปีการศึกษา 2555 นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัย
ขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ความจริงแล้วการรับตรงมีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น
โควต้าประเภทต่างๆ ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ผู้ด้อยโอกาสเป็นต้น ซึ่ง
มข.รับมา 30 ปีแล้ว ขณะที่มหาวิทยาลัยในส่วนกลางไม่ได้รับตรง
แต่ที่มหาวิทยาลัยส่วนกลางหันมารับตรง เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
มีนโยบายนำผลการเรียนในโรงเรียนมาใช้ในการคัดเลือกนิสิตนักศึกษา เช่น
คะแนนเฉลี่ยสะสมในชั้นมัธยมปลาย(GPAX) เป็นต้น
แต่มหาวิทยาลัยไม่เชื่อถือคะแนนเหล่านี้ เพราะมองว่าไม่ได้มาตรฐาน
จึงหันมารับตรงกันมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดปัญหาใหม่ตามมา
"ถ้ามีศูนย์รับตรง มหาวิทยาลัยที่เด็กไม่อยากเข้า เด็กก็จะไม่เลือก
ก็จะได้เด็กปลายแถวอยู่ดีและหลายๆ
มหาวิทยาลัยเด็กก็จะสละสิทธิซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่
แต่ถือเป็นเจตนาดีและหากวางระบบได้ดี มข.ก็พร้อมเข้าร่วม"อธิการบดี มข.ระบุ
นายสุมนต์กล่าวว่า ส่วนที่มีผู้เสนอว่าหากปรับองค์ประกอบแอดมิสชั่นส์แล้ว
จะช่วยให้มหาวิทยาลัยลดการรับตรงได้นั้น ก็คงไม่
100%แต่ก็ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เด็กลดการวิ่งรอกสอบ
อยากให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีความรับผิดชอบต่อเด็ก ต่อสังคม
อย่ามองตัวเองเป็นหลักส่วนที่มองกันว่ามหาวิทยาลัยหันมารับตรงมากขึ้นเพราะ
อยากมีรายได้นั้น เป็นการมองในแง่ร้ายเกินไป สำหรับในปีการศึกษา 2554
มข.รับนักศึกษาผ่านระบบโควต้า 60% ในจำนวนนี้เป็นรับตรงทั่วประเทศ 10%
และรับผ่านแอดมิสชั่นส์กลาง 40% ด้านนายวิรุณ ตั้งเจริญ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า
ยืนยันการสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังต้องหลากหลาย
และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีสิทธิที่จะเลือก
แต่ก็เห็นใจที่นักเรียนและผู้ปกครองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
และต้องเดินทางไปสมัครสอบหลายที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ตนเชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยเชื่อว่าการคัดเลือกเอง
จะได้นิสิตนักศึกษาตรงตามปรัชญาของแต่ละมหาวิทยาลัย
นายวิรุณกล่าวว่า เชื่อว่านักเรียนที่มีเป้าหมาย เตรียมตัวในการเรียน
และการสอบ จะเลือกสอบตรงเพียงแต่ 2-3 แห่งเท่านั้น โดยจะเลือกคณะที่ชอบ
ส่วนที่มีข่าวว่าวิ่งรอกสอบ 16 คณะ 10 มหาวิทยาลัยนั้น
เป็นการสอบแบบเหวี่ยงแห เพราะเกรงว่าจะสอบเข้าเรียนที่ไหนไม่ได้
บางคนไม่ตั้งใจเรียนแต่หวังดวง หวังว่าจะสอบได้ที่ไหนสักแห่ง
ซึ่งก็เป็นสิทธิที่ทำได้ "ผมอยากเห็นเด็กไทยมีเป้าหมาย
รู้ว่าตัวเองถนัด และสนใจอยากเรียนที่ไหน มากกว่าจะสอบแบบเหวี่ยงแห
เด็กบางคนสอบ 8-9 มหาวิทยาลัย ย่อมต้องเสียค่าใช้จ่าย เสียเวลามาก
ก็น่าเห็นใจ ซึ่งที่ประชุมอธิการบดี (ทปอ.) ก็คุยเรื่องเหล่านี้กันบ้าง
ทุกมหาวิทยาลัยมองเห็นปัญหา แต่ก็ยังสบายใจที่จะรับเด็กเอง สำหรับมศว
รับนิสิตผ่านระบบรับตรง 50% และรับผ่านแอดมิสชั่นส์กลาง 50%
ซึ่งเป็นสัดส่วนที่คิดว่าเหมาะสมแล้ว". นายวิรุณกล่าว
ที่มา : --มติชน ฉบับวันที่ 17 ม.ค. 2554 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
17 ม.ค. 54
อ่าน 9258 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |