"มีแทบเล็ต-ขาดปลั๊กไฟ" ปัญหาใหญ่ 5 ร.ร.นำร่อง




      

มีแทบเล็ต-ขาดปลั๊กไฟ ปัญหาใหญ่ 5 ร.ร.นำร่อง

 

          เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์ 

          คณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา หรือ แทบเล็ต กำลังเร่งเครื่องเดินหน้าจัดซื้อแทบเล็ตจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแจกให้แก่เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีกว่า 8.6 แสนคนได้ใช้ทันเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2555 ขณะที่ยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนถึงผลดีผลเสีย
          มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร จึงได้ทำการศึกษาผลกระทบจากแทบเล็ต ในโรงเรียนนำร่อง 5 แห่ง เพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนให้เด็ก ป.1 ได้ใช้แทบเล็ตจริง
          ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวด้วยความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้นภายหลังที่มีการแจกแทบเล็ตให้แก่เด็ก ป.1 เพราะทุกโรงเรียนไม่ได้มีความพร้อมเหมือนกันทั้งหมด ขณะที่ผลของการศึกษาที่ มศว ยังเดินหน้าไม่ถึงครึ่งทาง แต่รัฐบาลก็เร่งที่จะจัดซื้อแทบเล็ตให้ทันเปิดเทอมนี้เพราะนั้นคือนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำตามคำพูดที่เคยหาเสียงไว้
          ผลการศึกษาจะออกมาเป็นบวกหรือลบคงไม่มีความหมาย ว่าจะให้เด็ก ป.1 ใช้หรือไม่ใช้แทบเล็ต เพราะรัฐบาลตัดสินใจที่จะแจกไปแล้ว ก็คงเป็นเรื่องของปัญหาที่พบจากการศึกษาครั้งนี้ ที่กระทรวงศึกษาธิการต้องมีแผนรองรับ เพราะโรงเรียนและครูแต่ละแห่งก็มีความแตกต่างกัน ปัญหาก็จะต่างกันไป ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการควรให้ความสำคัญกับการอบรมครูชั้น ป.1 เรื่องการใช้แทบเล็ต และประยุกต์การเรียนการสอนให้ได้ เพราะแทบเล็ตเป็นเพียงอุปกรณ์หนึ่งในการช่วยเสริมการเรียน ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าว
          ด้าน ผศ.ดร.ศิรินุช เทียนรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้เพิ่งเริ่มเมื่อภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ก็จะไปสิ้นสุดปีการศึกษาที่ 1 ของปีการศึกษา 2555 ก็คือทำการศึกษาให้ครบ 1 ภาคเรียนตามแผนการสอนในระยะแรก มศว เริ่มทำทำโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม และไปจบที่เดือนพฤษภาคม
          ส่วนในระยะ 2 จะเริ่มที่เดือนเมษายนจนถึงกันยายน แต่ยังไม่มั่นใจว่าทาง สพฐ.จะทำการศึกษาต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากคงได้มีการแจกแทบเล็ตให้ชั้นป.1 ไปทั่วแล้ว โดยในระยะแรกการเริ่มต้นค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาอุทกภัยจึงเริ่มแจกไปเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
          การคัดสรรโรงเรียนที่จะนำร่อง สพฐ.เป็นผู้ดำเนินการ โดยการประกาศให้โรงเรียนที่คิดว่าตัวเองมีความพร้อมใช้คอมพิวเตอร์แทบเล็ตผ่านทางเว็บไซต์ แล้วให้โรงเรียนต่างๆ สมัครเข้ามาตามคุณสมบัติคือ ห้องเรียนมีนักเรียนตั้งแต่ 40 คนขึ้นไป มีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ พร้อมซึ่งก็มีโรงเรียนส่งมาขอเข้ารวมโครงการกว่า 1,000 แห่ง
          ทาง สพฐ.จะคัดเลือกมาเป็นตัวแทนภาคละ 1 โรงเรียนจึงเป็นที่มาของ 5 โรงเรียนนำร่อง ได้แก่ โรงเรียนสนามบิน จ.ขอนแก่น โรงเรียนอนุบาลพังงา จ.พังงา โรงเรียนอนุบาลลำปาง จ.ลำปาง โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพฯ และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายประถม) กรุงเทพฯ ส่วนการจัดหาเครื่องแทบเล็ต ดำเนินการให้รูปแบบกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทางบริษัท เลนโนโว (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บริจาคให้ทั้งหมด 600 เครื่อง
          การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแนวทางในการประยุกต์ใช้แทบเล็ตอย่างบูรณาการการสอนของครูว่าจะมีการนำไปใช้ร่วมกันอย่างไร ทาง มศว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำแต่ละโรงเรียนนำร่อง โดยแบ่งเป็นโรงเรียนละ 2 คน คือเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษา ก็จะเป็นทีมที่ไปสังเกตการณ์การเรียนการสอนของครู และช่วยเรื่องการใช้งานแทบเล็ตให้แก่ครูและนักเรียนชั้น ป.1 รวมถึงช่วยดูแลอุปกรณ์แทบเล็ต
          ปัญหาที่พบมาก หากครูต้องรับผิดชอบแทบเล็ตคนเดียว 40  50 เครื่อง ก็จะไม่มีเวลามาเตรียมการสอน เนื่องจากครูต้องเป็นผู้ชาร์จแบตเตอรี่ให้แก่เด็ก ดังนั้น โรงเรียนแต่ละแห่งต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มาเป็นผู้ช่วยครูในการดูแลรักษาแทบเล็ตด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง
          เธอบอกว่าส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยถ้าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ก็ยังมีผู้ปกครองหลายคนมีความกังวลว่าเด็กจะเก็บรักษาแทบเล็ตไว้ไม่ได้นาน ส่วนของเนื้อหาที่จะใส่ลงในแทบเล็ต สพฐ.ได้จัดสื่อที่มีคุณภาพไว้อยู่แล้วประมาณ 300 กว่าสื่อ ครบทั้ง 5 กลุ่มสาระในระดับชั้นป.1 เหลือเพียงระดับชั้นป.4 ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจรับ
          กรอบในการศึกษา ดร.ขนิษฐา รุจิโรจน์ ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ภาคเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มศว. กล่าวว่าในการศึกษาครั้งนี้ เราไม่ได้กำหนดเวลาการใช้แทบเล็ตว่าแต่ละวันต้องใช้กี่ชั่วโมงซึ่งก็ขึ้นอยู่กับครูแต่ละโรงเรียนจะพร้อมใช้กี่วิชา เพราะต้องการทราบผลจากการศึกษาจากสภาพความเป็นจริง แต่ก็มีเงื่อนไขว่าครูต้องมีความรู้ในการใช้งานแทบเล็ต และเด็กนักเรียนก็ต้องใช้เครื่องแทบเล็ตเป็นก่อน
          โรงเรียนนำร่อง ค่อนข้างเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้ผลการศึกษาออกไปในทางบวก แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าควรแจกหรือไม่ควรแจก แต่เราจะดูว่าเมื่อผลกระทบศึกษาออกมาพบปัญหาอะไรบ้าง นี่คือสิ่งที่โรงเรียนต่างๆ ต้องเตรียมตัว เพื่อให้มีความพร้อม
          ส่วนปัญหาที่พบระหว่างการศึกษาครั้งนี้ เธอบอกว่าครูและเด็ก ป.1 มักจะสะท้อนออกมาว่าแทบเล็ตมีขนาดจอภาพเล็กเกินไป ทำให้กดยาก ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานก็ยังไม่พร้อมในบางแห่งเช่น บางโรงเรียนมีปลั๊กไฟไม่พอที่จะชาร์จแบตให้เด็กได้ครบทั้ง 50 เครื่อง นอกจากนี้จากการสอบถามผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ยังมีคำถามมาว่าหากเครื่องตกแตกจะทำอย่างไร
          การศึกษาครั้งนี้มองว่าแทบเล็ตจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่ที่การนำเอาไปใช้มากกว่า ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์แทบเล็ตดีหรือไม่ดี ถ้ามองแบบคนทั่วไปก็อาจจะมองว่าแทบเล็ตจะเหมาะสมหรือไม่ที่จะให้เด็กป.1ใช้งาน หรืออาจจะมองอีกมุมหนึ่งก็อยู่ที่การเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร ถ้าเด็กรู้จักวิธีเอาไปใช้ประโยชน์มันก็จะเป็นประโยชน์
          ในส่วนที่ผู้ปกครองหลายคนกังวลเรื่องของเด็กจะติดเกมจากการมีแทบเล็ตนั้น ดร.ขนิษฐา บอกว่า เกมกับเด็กเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ เพราะว่าเกมก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่ง มศว ก็จะใส่เกมที่ฝึกทักษะให้เด็กได้คิด เกมฝึกสมอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการคัดสรรของครูว่าจะให้เด็กเล่นเกมอะไรที่จะช่วยเสริมการเรียนรู้ส่วนที่กลัวว่าเมื่อเด็กสามารถเข้าถึงโลกอินเทอร์เน็ตได้แล้วจะมีการดาวน์โหลดเกมอื่นๆ นั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะทาง มศว มีการดาวน์โหลดแอพล็อกเอาไว้แล้ว
          แม้ว่า การศึกษาครั้งนี้จะไม่ได้เป็นที่สรุป ว่า การให้แทบเล็ตแก่เด็ก ป.1 ได้ใช้งาน เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่ผลจากการศึกษาที่ผ่านไปเพียง 2 เดือน ก็ยังพบปัญหามากมายตามมาจากความไม่พร้อมของครูและโรงเรียน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทาง สพฐ.จะต้องให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อม เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด
          ปัญหาที่พบโรงเรียนนำร่องใช้แทบเล็ตมีตั้งแต่ครูไม่มีเวลาปลั๊กไฟชาร์จแบตเตอรี่ให้เด็ก

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 29 ก.พ. 55   อ่าน 12174 ครั้ง      คำค้นหา :