ม.เกษตรเลิกหักงด.พนักงาน 0.2 เท่า โยนก.พ.อ.เพิ่ม’เงินตำแหน่ง’ใส่ในพ.ร.บ.




      

ม.เกษตรเลิกหักงด.พนักงาน 0.2 เท่า โยนก.พ.อ.เพิ่ม'เงินตำแหน่ง'ใส่ในพ.ร.บ.

 

          นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กบม.) มีมติเห็นชอบตามที่คณะทำงานปรับปรุงระเบียบการบริหารพนักงานมหาวิทยาลัยเสนอ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม มก.จะไม่หักเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ 0.2 เท่า จากเงินเดือน 1.7 เท่าของเงินเดือนข้าราชการ เพื่อไปจัดสวัสดิการเหมือนที่ผ่านมา ส่งผลให้พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการทุกคนจะได้รับเงินเดือนเต็ม 1.7 เท่า โดยอาจารย์แต่ละคนจะได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงาน และมหาวิทยาลัยจะจัดสวัสดิการให้พนักงานฯ ทุกคนตามเดิม จนกว่าเงินที่หักไว้จะหมดลง ซึ่งตนจะนำมติดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภา มก. ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เชื่อว่าจะ ไม่มีปัญหาแน่นอน
          ส่วนการเพิ่มเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ และการตั้งกองทุนสวัสดิการของ พนักงานฯนั้น คิดว่าในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดม ศึกษา (ก.พ.อ.) วันที่ 17 สิงหาคม ได้บรรจุวาระเกี่ยวกับ พ.ร.บ.พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาเข้าหารือด้วย ดังนั้น ในฐานะกรรมการ ก.พ.อ.จะเสนอที่ประชุมให้นำเรื่อง เงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ และการตั้งกองทุนสวัสดิการต่างๆ ใส่เข้าไปใน พ.ร.บ. ด้วย เพราะขณะนี้บางมหาวิทยาลัยใช้เงินรายได้ของตนเองจ่ายเงินประจำตำแหน่งให้ กับอาจารย์ ซึ่งมหาวิทยาลัยที่มีรายได้คง ไม่ลำบาก แต่มหาวิทยาลัยที่มีรายได้ไม่มากนัก อาจกลายเป็นภาระหนักได้ ดังนั้น หาก จะให้อาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยได้รับเงิน ประจำตำแหน่ง หรือสวัสดิการกองทุนต่างๆ เท่ากันเป็นมาตรฐาน ก็ควรกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และควรจะใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่ให้มหาวิทยาลัยใช้เงินรายได้ของตนเอง นายวุฒิชัยกล่าว
          นายถวิล พึ่งมา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ยอมรับว่าการบริหารจัดการบุคลากรในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส เพราะ สจล.เคยเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ ทำให้มีบุคลากร 2 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าราชการ และกลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งการดำเนินการทั้ง 2 กลุ่มจะไม่เหมือนกัน ข้าราชการจะเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ส่วนพนักงานมหาวิทยาลัย เป็นไปตามที่สภาสถาบันกำหนด ดังนั้น เมื่อระเบียบต่างๆ ไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความไม่เข้าใจระหว่าง 2 กลุ่ม จึงเป็นประเด็นที่ผู้บริหารต้องชัดเจน และต้องยุติธรรม บางอย่างที่เคยไม่ยุติธรรม ต้องปรับเปลี่ยนให้ยุติธรรม ตนในฐานะอธิการบดี จะเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ให้มีความเข้าใจกันชัดเจนมากขึ้น

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 17 ส.ค. 55   อ่าน 2000 ครั้ง      คำค้นหา :