คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: กศน.ตำบลสะลวง ร่วมมือ อบต. สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: กศน.ตำบลสะลวง ร่วมมือ อบต. สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
จากนโยบายของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลรมว.ศึกษาธิการ ได้มอบให้พนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) ปฏิรูปการศึกษา เพื่อก้าวไปสู่การมีงานทำดูแลเรื่องการพัฒนาอาชีพแก่ประชาชนแบบครบวงจร โดยเน้นการสอนอาชีพตามศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของผู้เรียน ไม่ใช่แค่สอนให้รู้เท่านั้น แต่ต้องสอนจนสามารถประกอบอาชีพได้นั้น นางรัตนาพร ศรีสุข ครู กศน.ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นอกเหนือจากการส่งเสริมการศึกษาในระบบ คือ ส่งเสริมการศึกษาพื้นฐานระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย แล้วเรายังส่งเสริมทักษะอาชีพให้แก่ชาวบ้านด้วย โดยจะมีการสอบถามจากชาวบ้านก่อน ว่าต้องการเรียนรู้อาชีพเสริมอะไร เพื่อจะได้เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ เพื่อชาวบ้านจะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำ หรือไปทำอาชีพเสริม เช่น เรื่องการแกะสลัก ทอผ้านวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งโดยปกติพื้นเพของทางเหนือจะมีการจัดกิจกรรมงานทำบุญตามเทศกาลต่างๆ จะมีการตบแต่งหรือมีการจัดประกวด ก็จะสามารถนำไปโชว์ได้ ขณะเดียวกันการทอผ้านวดแผนไทยก็สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน นอกจากนี้ในเดือน เม.ย.55 กศน.จะมีกิจกรรมร่วมกับ อบต.สะลวง ส่งเสริมให้เยาวชนได้สืบทอดภูมิปัญญาอาชีพในชุมชนที่มีอยู่ทั้งหมด ผ้าปกากะญอเป็นภูมิปัญญาของชนเผ่ากะเหรี่ยงโดยตรงป้าสุรีย์พร คีรีผจญภูมิปัญญาผ้าทอมือปกากะญอ จากบ้านแม่กะเปียง หมู่ 8 ต.สะลวงอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เล่าว่า กศน.เชิญให้มาเป็นวิทยากรสอนทอผ้าปกากะญอ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชนเผ่ากะเหรี่ยง เพราะไม่อยากให้สูญหายจึงรับเป็นวิทยากรให้ตั้งแต่ปี2530 สอนให้ทุกรู้เรื่อง ตั้งแต่เริ่ม ต้นสีที่ใช้ก็เป็นสีธรรมชาติเป็นการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง และยังสามารถเป็นอาชีพเสริมให้ชาวบ้านเอาเวลาว่างหลัง จากทำนามาทอผ้าได้ ซึ่งพอจะเป็นการหารายได้เลี้ยงครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง เพราะจะส่งไปขายที่ศูนย์หัตถกรรมชาวเขา และส่งขายต่างประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเป็นผ้าทอมือทั้งหมดฝ้ายที่ใช้บางอย่างก็ปลูกเอง บางอย่างก็ซื้อ แล้วแต่ทางลูกค้าจะสั่ง ซึ่งแต่ละประเทศจะชอบไม่เหมือนกัน เรียกว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบครบวงจร เช่นเดียวกับลุงสุนดา ดุมเพชร ที่ทำงานจักสานเล่าว่า งานจักสานเป็นงานของผู้สูงอายุ ปกติผู้สูงอายุมักมารวมกลุ่มกันนั่งจักสานไม้กวาด ตะกร้า กระติ๊บข้าวซึ่งเป็นการใช้ในครัวเรือนทำให้ผู้สูงอายุไม่เหงา พอกศน.มาเห็นก็ขอให้มาเป็นวิทยากรให้แก่นักเรียน เพราะเกรงว่าภูมิปัญญาเหล่านี้จะสูญหายไป อีกทั้งวัสดุก็มีปลูกที่บ้านอยู่แล้ว วันหนึ่งๆ มีรายได้ 100 กว่าบาทถือว่าเป็นรายได้เสริม ตื่นขึ้นมาก็ทำเป็นงานอยู่กับบ้านเหนื่อยก็หยุด ถ้าจะให้อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรก็เครียดพอได้ทำงานก็เพลินดีขณะที่นายบรรจง อินทอง ผู้ใหญ่บ้านสะลวงนอกหมู่ 3 บอกว่า อาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและรับจ้างสิ่งที่ผู้นำชุมชนจะเข้าช่วยไปเหลือชุมชนได้คือการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านมีความรู้ โดยการประกาศข่าวตามสายตอนเช้าว่าในหมู่บ้าน มีหน่วยงานไหนทำกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น งานของ กศน.ก็จะช่วยบอกชาว บ้านว่าหากใครไม่มีเงินที่จะส่งลูกหลานเรียนก็ให้ไปเรียน กศน. เพราะ กศน.มีทั้งการเรียนสายสามัญและการฝึกอาชีพให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนโบราณอาชีพเย็บปัก ทำขนม เลี้ยงปลาดุก เป็นต้น ...ก็ถือว่า กศน.ได้มาช่วยชาวบ้านได้มาก เอาอาชีพมาสอนก็สามารถช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ซึ่งเป็นการทำตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลช่วยจัดงบฯเพิ่มและสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นด้วย นโยบายการส่งเสริมให้มีอาชีพ ความจริงเป็นสิ่งที่ดี แต่อยากให้ทำต่อเนื่อง อยากให้มีองค์ความรู้ให้ชาวบ้าน ทำแผ่นซีดี ทุกวันนี้คนที่จบ กศน. 50% จบแล้วมีการงานทำ จึงอยากให้รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนมีพื้นฐานการศึกษาดีกว่านี้ จะพึ่งแต่ กศน.อย่างเดียวก็คงไม่พอนายบรรจง กล่าวทิ้งท้าย
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ |
|
โพสเมื่อ :
21 ก.ย. 54
อ่าน 42555 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |