อธิการ มอ.ชี้รวมวิทยาเขตสุราษฎร์-มรส. ตอบโจทย์ผลิตบัณฑิตตรงความหลากหลายสังคม




      

อธิการ มอ.ชี้รวมวิทยาเขตสุราษฎร์-มรส. ตอบโจทย์ผลิตบัณฑิตตรงความหลากหลายสังคม

 

รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่อง คนสุราษฎร์ฯ ได้อะไรจากการหลอมรวมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี(มรส.) ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดขึ้น ภายหลังจากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2554 เห็นชอบหลักการร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม ยุบรวมสถาบันอุดมศึกษา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยหนึ่งในนั้นมีการเสนอให้ยุบรวมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยไม่เพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัย ว่า ขณะนี้มอ.พยายามตั้งหลักเพื่อมองว่าชาวสุราษฎร์ฯ จะได้อะไรจากมติครม. ในครั้งนี้ เริ่มที่การทำความเข้าใจมติของครม. ปัจจุบันทั่วประเทศมีมหาวิทยาลัยอยู่กว่า 200 แห่ง อันเป็นผลพวงจากยุคยูนิเวอร์ซิตี้บูม ทำให้ทุกวันนี้เรามีเยาวชนในวัยอุดมศึกษาประมาณ600,000 คน ในขณะที่มีที่นั่งในสถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากถึง 800,000 ที่นั่ง ครม.จึงมองว่าควรยุติการสร้างมหาวิทยาลัยได้แล้ว
          อธิการบดี มอ. กล่าวว่า แต่ในกรณีที่จะมีการยุบรวมหรือหลอมรวมมหาวิทยาลัย จะต้องดำเนินการใน 5 ขั้นตอน คือ1.ศึกษาความเป็นไปได้ 2.ต้องได้รับการยอมรับจากสถาบันที่จะยุบรวมหรือหลอมรวม 3.มีระบบการบริหารแผนแม่บทที่มีธรรมาภิบาล 4.มีระบบในการบริหารเป้าหมายในการรับนักศึกษา เพื่อให้จำนวนรับสอดคล้องกับนโยบายของท้องถิ่นและของประเทศ และ 5.อาจใช้การสร้างเป็นวิทยาเขตที่สามารถพัฒนาให้เกิดคุณภาพขึ้น
          การศึกษาก็เหมือนกับธรรมชาติที่ต้องมีความหลากหลาย เช่น ป่าดงดิบจะเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์ได้ ต้องมีพันธุ์ไม้นานา มีสิงสาราสัตว์ที่หลากหลาย ในวันนี้ราชภัฏคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของเยาวชนไทยในชนบท และคือประตูแห่งความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา ในขณะที่มอ. ก็ผลิตบัณฑิตเพื่อสู่ความเป็นนานาชาติ ดังนั้น ทั้งสองมหาวิทยาลัยจึงต่างก็ทำหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสังคมไทยด้วยกันทั้งคู่ รศ.ดร.บุญสมกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 23 ม.ค. 55   อ่าน 24964 ครั้ง      คำค้นหา :