|
สอนหนูๆ เรียนรู้วิทย์-คณิต ผ่านโลกจินตนาการในนิทาน คอลัมน์ ไอคิวทะลุฟ้า นิทานสื่อการเรียนรู้ที่หาง่าย ส่วนใหญ่นำเอามาเล่าให้เด็กฟังเพื่อความเพลิดเพลินแล้วก็จบไป แท้จริงแล้วนิทานเป็นสื่อที่ดี ช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ได้หลากหลาย ที่เห็นชัดเจน คือ เรื่องของภาษา คำพูด เสียง ยิ่งนิทานที่มีคำซ้ำๆ เด็กจะฟังและเลียนแบบคำได้ นิทานยังนำไปสู่พัฒนาการของเด็กได้ในหลายแขนง ไม่เพียงเฉพาะด้านภาษา หากผู้เล่านำเนื้อเรื่องมาบูรณาการ โดยเฉพาะกับวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เมื่อไม่นานนี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ผ่านนิทาน ในงานเปิดตัวกรอบมาตรฐานและคู่มือการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ปฐมวัย ของสสวท. ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท เพื่อเป็นตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนให้แก่ครูปฐมวัยที่สนใจ โดยมี ดร.อุไรวาส ปรีดีดิลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย การส่งเสริมพัฒนาการและการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อาจารย์พัชรดา รักยิ่ง ผู้ชำนาญสาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา โครงการบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีปฐมวัย สสวท. เป็นวิทยากร ในการอบรมครั้งนี้ ครูได้พบตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้ เด็กปฐมวัยจะได้รู้จักเชื่อมโยงจินตนาการจากนิทานสู่การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สอดแทรกผ่านวิธีคิดที่เป็นเหตุผล เช่น ในนิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัว ที่วิทยากรยกตัวอย่างในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ได้สอดแทรกเรื่องเกี่ยวกับวิธีการสร้างบ้าน ลำดับ พื้นที่ ทิศทาง ซึ่งคุณครูหรือผู้เล่านิทานจะต้องมาเลือกดูว่าต้องการให้เด็กเรียนรู้ด้านใด แล้วแต่ว่าจะหยิบจับจุดใดมาเล่า แล้วเด็กก็จะได้ประสบการณ์ตรงนี้ ดร.อุไรวาส แนะนำว่าถ้าหากเป็นไปได้ผู้เล่านิทานควรเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อวางแผนการสื่อสารกับเด็กๆ และจะหยิบยกประเด็นใดมาพูด นิทานบางเล่มที่ไม่มีคำบรรยาย มีแต่ภาพอย่างเดียว ภาพจะสื่อให้เข้าใจได้เช่นกัน นิทาน..ต้องเล่าก่อนนอน จริงหรือ การเล่านิทาน จริงๆ แล้วเล่าได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส เป็นกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมได้ แต่เวลาก่อนนอนอาจเป็นเวลาที่สะดวกต่อการเล่านิทาน หลายครอบครัวจึงมักใช้เวลาก่อนนอนเล่านิทานให้บุตรหลานฟัง เทคนิคการเลือกนิทานให้เด็ก ควรเลือกให้เหมาะกับวัย เช่น เด็กเล็กเริ่มจากเรื่องราวสิ่งใกล้ตัวที่เขาชอบ เช่น สัตว์ ธรรมชาติ ภาพน่ารักๆ เลือกสีสัน และเนื้อหาที่ไม่ยาวเกินไป ในการเล่านิทาน จะต้องสร้างอารมณ์ร่วมในขณะเล่า ใช้โทนเสียงเวลาเล่า ปล่อยให้เด็กได้ใช้ความคิดไปกับ ผู้เล่าในขณะที่ฟังนิทาน การใช้เสียงต่างๆ จะทำให้เด็กสังเกตอารมณ์ของการใช้เสียง นอกจากเสียงเล่าแล้ว ยังมีรูปแบบอื่นประกอบ เช่น หุ่นมือ หุ่นนิ้ว วาดไปเล่าไป ถ้ามีการใช้สื่อในบางโอกาสเด็กก็จะชอบ การนำของจริงที่เกี่ยวข้องกับนิทานมาให้เด็กดูประกอบการเล่านิทาน อาจทำให้เด็กอยากเกิดความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องที่เล่า นำไปสู่การเชื่อมโยงต่อยอดประสบการณ์ภายหลังได้ นิทานบางเรื่องถึงเด็กจะอ่านไปแล้ว แต่เด็กปฐมวัยอยู่ในวัยที่ชอบฟังซ้ำๆ ซึ่งเกิดการเรียนรู้ตามมา เด็กคนไหนที่มีโอกาสฟังนิทานเยอะจะเปิดประสบการณ์ได้เยอะ นิทานเรื่องเดียวเล่าได้ซ้ำๆ และเปิดมุมมองในการเรียนรู้ได้หลายแง่มุม เวลาเล่านิทาน ถ้าเด็กมีความคิดใหม่ๆ หรือคำพูดที่ไม่ตรงกับสิ่งที่พ่อแม่ต้องการหรือคาดหวังก็ไม่ควรปฏิเสธ เพราะจะปิดกั้นความคิด อาจทำให้เด็กขาดความมั่นใจ คือ อย่าเพิ่งไปบอกเด็กว่าไม่ใช่ อาจจะเฉยๆ ไปก่อน หรือมีวิธีพูดอย่างอื่น และไม่ควรหยุดเล่ากลางคัน เพื่อผละไปทำอย่างอื่นในขณะที่เด็กสนใจในเรื่องที่เล่า จะทำให้ความใฝ่รู้ของเด็ก ณ ตรงนั้นสะดุด ดร.อุไรวาส ฝากทิ้งท้ายว่า ครูสามารถใช้นิทานเป็นสื่อการเรียนการสอนได้เยอะแยะ แตกแขนงมากมายหลายสาขาวิชา ใช้นิทานนำไปสู่การทำโครงงานเล็กๆ การทดลองเล็กๆ หรือการทำกิจกรรมในชั้นเรียน ทำให้เกิดทักษะหลากหลาย นิทานเรื่องเดียวที่เล่าไปจะไม่จบไปในแค่นั้น แต่จะจุดประกายต่อ ยอดไปสู่การพัฒนาความคิดและทักษะอื่นๆ อีกมากมาย
ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod |
| โพสเมื่อ : 29 มิ.ย. 54 อ่าน 22013 ครั้ง คำค้นหา : |