สกศ.จัดการศึกษาผู้หนีภัยสู้รบ อิงเกณฑ์เด็กไทย-ลดขัดแย้งอยู่ร่วมชุมชน
|
น.ส.ประภาพรรณ วงศาโรจน์
หัวหน้ากลุ่มนโยบายเพิ่มโอกาสทางการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
(สกศ.)
กล่าวว่าแนวทางการจัดการศึกษาในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบ
ซึ่งปัจจุบันไทยมีศูนย์พักพิง 9 แห่ง มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 41,700 คน
ซึ่งจะได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเช่นเดียวกับเด็กไทยตามระเบียบและมติครม.วัน
ที่ 5 ก.ค.48
สภาความมั่นคงแห่งชาติเห็นควรให้กลุ่มผู้หนีภัยการสู้รบในพื้นที่พักพิงมี
ความรู้ภาษาไทย เพื่อจะได้สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
โดยให้กระทรวงมหาดไทย ประสานศธ. ทำโครงการหลักสูตรภาษาไทยในพื้นที่พักพิง
สอดคล้องกับนโยบายผู้ลี้ภัยการสู้รบจากพม่า ในระยะแรกของการสอนภาษาไทย
องค์กรพัฒนาเอกชน ได้แก่ZOA Refugee Care, World Education และองค์กร TOP
ให้การสนับสนุนงบพื้นที่พักพิงฯบ้านแม่หละ ต่อมา สพท.ตาก เขต 2
เข้ามาร่วมพัฒนาหลักสูตรภาษาไทยเพื่อการไปสอนในโรงเรียนในพื้นที่พักพิง
น.ส.ประภาพรรณ กล่าวว่า สำหรับการฝึกอาชีพ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ให้วิทยาลัยการอาชีพแม่สอด
ร่วมมือกับ ZOA ฝึกอาชีพให้แก่ผู้หนีภัยฯ 4 จังหวัดได้แก่ ราชบุรี ตาก
แม่ฮ่องสอน และกาญจนบุรี โดยอบรมผู้สอนเพื่อถ่ายทอดให้แก่คนของตนในพื้นที่
วิชาชีพที่สอนจะพิจารณาจากความต้องการของผู้เรียนและประเมินผล
มีผู้เรียน450 คน ซึ่งจะได้วุฒิบัตรหลักสูตรระยะสั้น
น.ส.ประภาพรรณ กล่าวว่า
การสอนเน้นแนวทางที่จะลดความขัดแย้งระหว่างคนที่อยู่รอบพื้นที่พักพิงกับคน
ที่อยู่ในพื้นที่ให้มากที่สุดมีแนวทางพัฒนาและดูแลชุมชนรอบข้างพื้นที่พัก
พิงควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา อย่างไรก็ตาม
จะต้องพิจารณาองค์รวมประสานข้อมูล และการดำเนินงานด้วยกัน
ซึ่งยังเป็นประเด็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข
เช่นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
ยกระดับคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาที่อยู่รอบศูนย์พักพิง สพฐ. สอศ. กศน.
พัฒนาหลักสูตรที่หลากหลายสอดคล้องกับบริบท
และความต้องการของผู้เรียนในพื้นที่ การเทียบโอนการได้รับวุฒิทางการศึกษา
ระบบการส่งต่อเป็นต้น
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
20 ม.ค. 54
อ่าน 10201 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |