ใช้สูตรสอบNT-คัดแบบเอ็นทรานซ์-แทนแอดมิสชั่นส์-แก้’รับตรง’พุ่ง-คณบดี’มข.’ชง&r




      

ใช้สูตรสอบNT-คัดแบบเอ็นทรานซ์-แทนแอดมิสชั่นส์-แก้'รับตรง'พุ่ง-คณบดี'มข.'ชง'สภาคณะวิศวะ'

          ความคืบหน้าภายหลังที่ประชุมสภาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ทวท.) มีแนวโน้มอาจจะรวมกลุ่มรับนิสิตนักศึกษาเอง เหมือนกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)โดยอาจจะรับตรงนิสิตนักศึกษาทั้ง 100% ใช้คะแนนสอบแบบเอ็นทรานซ์ 5 วิชา คือวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา จะใช้ผลคะแนนจากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) โดยกำหนดเป็นเพียงคะแนนขั้นต่ำวิชาละ 25-30 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และเพื่อให้เด็กไม่ทิ้งห้องเรียน อาจจะกำหนดให้มีการใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย(GPAX) ร้อยละ 10 ด้วย ซึ่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ใน ทวท.ต่างเห็นด้วยว่า จะเป็นวิธีคัดเลือกนักศึกษาได้ตรงตามความต้องการ และยังช่วยแก้ปัญหาเด็กไม่ต้องวิ่งรอกสอบหลายที่ด้วยนั้น
          นายสมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) กล่าวว่า ในส่วนของสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยยังไม่ได้หยิบยกกรณีปัญหาการรับตรงและระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์มาพูดคุยกัน แต่ก็เห็นปัญหากันอยู่จากที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ปกครองและนักเรียนได้สะท้อนผ่านหนังสือพิมพ์ ฉะนั้น ส่วนตัวคิดว่า เร็วๆ นี้ น่าจะมีการหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการแยกออกมาสอบรับตรงเองในแต่ละกลุ่มคณะวิชาไม่น่าจะใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เพราะถ้าทุกสภาคณบดีแต่ละคณะวิชาหนีไปสอบรับตรงกันหมด ก็จะยังไม่ช่วยแก้ปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบหลายที่อยู่ดี เพราะเด็กแต่ละคนไม่ได้ต้องการสอบเข้าเพียงคณะเดียว เช่น ถ้าสอบคณะแพทยศาสตร์ไม่ได้ ก็อยากเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือคณะบัญชี เป็นต้น
          ดังนั้น ส่วนตัวคิดว่าแนวทางออกน่าจะให้เด็ก ม.6 สอบข้อสอบระดับชาติ หรือNational Test (NT) ที่เป็นข้อสอบเดียวกันทั่วประเทศเหมือนสมัยที่ผู้จบ ม.ศ.5 ต้องสอบข้อสอบกลางทุกคน โดยข้อสอบ NT ดังกล่าวจะสอบตามวิชา/หลักสูตรที่เด็กเรียนในชั้นม.ปลาย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เด็กไม่ทิ้งห้องเรียนด้วย แล้วให้หน่วยงานส่วนกลางทำหน้าที่ประมวลผล เช่น เด็กสมัครไป 5 คณะ/อันดับหน่วยงานส่วนกลางก็ทำหน้าที่ประมวลผลให้คล้ายกับระบบเอ็นทรานซ์เดิม แต่ทั้งนี้ มีข้อดีตรงที่ให้เกณฑ์กติกาในการคัดเลือกนักศึกษาแต่ละคณะ/มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดขึ้นเองว่า จะใช้ผลสอบของวิชาต่างๆ ใน NT เท่าใด เพื่อทำให้ได้เด็กตรงตามความต้องการแต่ถ้าคะแนนสอบของเด็กคนดังกล่าวไม่ถึงก็เปิดโอกาสให้สอบแก้ตัวได้ โดยแต่ละคนอาจจะกำหนดให้สอบ NT ได้ 2-3 ครั้งซึ่งผมจะลองเสนอแนวคิดนี้กับคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่นๆ หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยต่อไป คณบดีคณะวิศวะมข.กล่าว
          นายสมนึกกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)เสนอลดปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบ ด้วยการให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ลดสัดส่วนรับตรงต่อแอดมิสชั่นส์ เป็น 50:50 นั้น ในส่วนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มข.ปัจจุบันรับตรงอยู่ที่ร้อยละ 75 ซึ่งเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ทุกคณะวิชารับตรงร้อยละ 75 และรับระบบแอดมิสชั่นส์ร้อยละ 25 ถ้าจะให้ลดรับตรงลงมาเหลือร้อยละ 50 ก็คงต้องฟังนโยบายจากทางมหาวิทยาลัยด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายให้เปลี่ยนแปลงออกมาอย่างไรก็ตาม ในส่วนของ มข.พบปัญหาเด็กตกวิชาวิทยาศาสตร์ไม่มากเท่ากับมหาวิทยาลัยอื่นๆ โดยตกแค่ร้อยละ 50 ซึ่งอาจเป็นเพราะ มข.รับด้วยระบบสอบตรงถึงร้อยละ 75 จึงไม่เจอปัญหานี้มากนัก

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 28 ม.ค. 54   อ่าน 12478 ครั้ง      คำค้นหา :