เล็งแก้ข้อจำกัดพัฒนาอาชีวะทวิภาคี สอศ.ยึดแบบทางเลือก5สาขา-ดึงเอกชนร่วม



นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ตนเข้าร่วมประชุมวิชาการเนื่องในโอกาส 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมัน โดยมีนายศักดา คงเพชร รมช.ศธ. และนางคอร์เนเลีย ปีเปอร์ รมว.ต่างประเทศ เยอรมัน เข้าร่วม โดยการประชุมเพื่อกำหนดรูปแบบการนำระบบการศึกษาแบบทวิภาคี (Dual Education) มาปรับใช้ให้มีประสิทธิผลตามแบบประเทศเยอรมนี โดยเยอรมันชี้ให้เห็นว่าการจัดอาชีวศึกษาสำเร็จได้เพราะระบบทวิภาคี หมายถึงโรงเรียนกับสถานศึกษาเป็นระบบเดียวกัน ซึ่งไทยแสดงความคิดเห็นว่า อาชีวะเยอรมันเป็นรูปแบบการทำงานและทฤษฎี ส่วนไทยจะเป็นแบบฝึกงาน หากฝึกงานอย่างเดียวจะได้แค่สมรรถนะและวิธีการ แต่หากไปทำงานด้วยจะได้ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ทักษะ และการวางแผน

นายชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่า ปัญหาของไทยคือบริษัทหรือสถานประกอบการส่วนใหญ่เป็นแบบขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) อาจไม่มีงบประมาณในการทำทวิภาคี เพราะต้องดูแลเด็กด้วย ขณะที่เยอรมันก็มีสถานประกอบการขนาดเล็ก แต่จะใช้วิธีรวมเป็นเครือข่ายสมาคมจึงสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้ ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าหากจะนำระบบนี้มาปรับใช้ในไทยต้องเปลี่ยนค่านิยมเรียนเพื่อปริญญา และเด็กไทยบางคนก็ไม่อยากมือเปื้อน จึงกลายเป็นข้อจำกัด นอกจากนี้ เยอรมันยังเป็นห่วงการประเมินของไทยที่ทำโดยครูและวิทยาลัยเอง ส่วนเยอรมันจะมีหน่วยงานภายนอกเป็นผู้ประเมิน ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นด้วยกับการใช้ระบบทวิภาคี เพราะที่ผ่านมา สอศ. ดำเนินการแล้ว แต่อาจไม่เข้มข้นเท่าเยอรมัน ซึ่งไทยจะร่วมมือกับเยอรมันในบางสาขาที่ดูแล้วมีโอกาสสำเร็จ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องกล อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทน และอีเลิร์นนิ่ง แต่คิดว่าไทยอาจจะเป็นทวิภาคีแบบทางเลือกก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการหารือกับ 5 สาขา โดยแบ่งวิทยาลัยของไทยเป็น 5 กลุ่ม และจะหารือในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะในไทยมีบริษัทสัญชาติเยอรมันหลายร้อยบริษัท ซึ่งหากเอกชนไม่พร้อม สอศ. ก็ไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับได้ 

โพสเมื่อ : 05 ต.ค. 55   อ่าน 1918 ครั้ง      คำค้นหา :