"ครูอาชีพ" อยู่เพื่ออุดมการณ์ ระวังตัว-ใช้สติ..ไม่คิดย้ายหนี
ครูอาชีพ อยู่เพื่ออุดมการณ์ ระวังตัว-ใช้สติ..ไม่คิดย้ายหนี
ปทิตตา หนูสันทัด/ปกรณ์ พึ่งเนตร
ถามว่าครูเสี่ยงไหม มันก็เสี่ยง ทหารตำรวจก็เสี่ยงไม่ต่างกัน แต่หลายคนก็ไม่ได้ขอย้าย เพราะบางคนอยู่ด้วยอุดมการณ์ ผมว่ามันเป็นบริบทของแต่ละคน อุดมการณ์ครูมันคือตัวบอกว่าเราเป็นครูอาชีพ หรือมีอาชีพเป็นครู ปัญจะ ไชยศร ครูหนุ่มจากโรงเรียนบ้านบางมะนาว ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ตอบคำถาม ทีมข่าวเนชั่น และเหมือนตอบใจตัวเองด้วยว่า เหตุใดเขาจึงยังเลือกรับราชการอยู่ในดินแดนปลายสุดด้ามขวานต่อไป ทั้งที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกสังหารไปแล้วถึง 157 ราย ทำให้ครูขอย้ายออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก ครูปัญจะเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช สอบบรรจุเป็นครูครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านริแง ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่ที่โรงเรียนบ้านบางมะนาวและตัดสินใจตั้งรกรากสร้างครอบครัวอยู่ที่นี่ ปัจจุบันเขาแต่งงานอยู่กินกับครูสาวโรงเรียนอนุบาลนราธิวาส ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน มีความสุขตามอัตภาพในบ้านหลังกะทัดรัดในตัวเมือง เขาบอกว่า ทุกคนในพื้นที่มีความเสี่ยง เขาเข้าใจดีที่ครูหลายคนขอย้าย โดยเฉพาะโครงการ ครูคืนถิ่น ย้านกลับบ้านเกิดซึ่งเขาก็มีสิทธิย้ายได้ เพียงแต่ไม่เลือดเส้นทางนั้นเท่านั้นเอง คนขอย้ายก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีอุดมการณ์แต่เขาอาจต้องกลับภูมิลำเนา ไปดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา ครูปัญจะ ให้ความเคารพในการตัดสินใจของเพื่อนครูเสมอ ทุกวันเขาต้องเดินทางประมาณ 6 กิโลเมตรไปโรงเรียนและแม้จะไม่มีชุดรปภ.คอยคุ้มกัน แต่เขามองว่าไม่ใช่ปัญหาโดยส่วนใหญ่เขาจะเลือดใช้เส้นทางที่มีคนพลุกพล่าน มีคนสัญจรตลอด ประกอบกับระยะทางค่อยข้างสั้น ครูส่วนใหญ่มียานพาหนะ และเลือกที่จะนัดออกเดินทางพร้อมกัน สำหรับภารกิจรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียนเป็นของ สภ.ตันหยง ซึ่งรับผิดชอบโรงเรียนบ้านปูลากาป๊ะอีก 1 โรงเรียน โดยจะมีตำรวจมายืนเฝ้าตรงทางเข้าโรงเรียน และมีทหารดูแลภายในโรงเรียนในช่วงก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียน ครูปัญจะบอกว่า สำหรับเขาถ้ามีชุดรปภ.ก็อุ่นใจ ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ครูผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีทัศนคติว่าไม่มีชุดรปภ.จะปลอดภัยกว่า แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ ต้อง ระวังตัวเอง ไม่เข้าไปในจุดเสี่ยง จุดอับ แม้แต่อยู่ในโรงเรียนก็ต้องไม่ประมาท และอยู่อย่างมีสติ เช่นเดียวกับชีวิตส่วนตัวนอกโรงเรียนก็ต้องไม่ประมาทอย่างผมกลับถึงบ้านก็ไม่ค่อยออกไปไหน สถานบันบันเทิงก็ไม่ได้ไปและไม่ค่อยไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หากจะสังสรรค์กับเพื่อนก็สังสรรค์กันที่บ้าน เท่านี้ก็ลดความเสี่ยงไปได้ ครูปัญจะ ให้ข้อคิดเตือนสติไปยังเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกคน วิชาญ อธิกพันธุ์ อดีตประธานสมาพันธ์ครูภาคใต้คนดัง เป็นครูอาชีพอีกคนที่เลือกที่จะอยู่เพื่ออุดมการณ์ โดยตำแหน่งสุดท้ายของเขาก่อนเกษียณ คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมะนังกาหยี ต.มะนังตายอ อ.เมือง จ.นาธิวาส ซึ่งเป็นตำบลที่เขาเกิด และเคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ด้วย ครูวิชาญบอกว่า ตลอดชีวิตข้าราชการครู 38 ปีเต็มไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษที่ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ที่รอดมาได้ เพราะเขายังไม่ยิงผมเท่านั้นเอง ถ้าเขาจะเอาชีวิตผม เขาเอาเมื่อไรก็ได้ทันที ไม่มีทางรอด เหมือนโจรขโมยควาย เรารู้อยู่ว่าจะมีคนมาขโมย ก็นั่งเฝ้าทั้งเดือน แต่คลาดสายตานิดเดียวควายหายเลย เราระวังโดยสัญชาตญาณแต่มันไม่ตลอด 24 ชั่วโมง ถึงแม้จะมีทหารมา รปภ. แต่วันเสาร์-อาทิตย์ล่ะ เวลาที่เราออกไปทำธุระส่วนตัวล่ะ คนที่จ้องจะทำเขาเฝ้าดูอยู่ เมื่อได้จังหวะก็ทำทันที ครูวิชาญสะท้อนชีวิตจริงของครูในพื้นที่ แต่ถ้าสรุปจากประสบการณ์ในชีวิตครู และแกนนำครูที่ต้องมีบทบาทกระทบกระทั่งกับฝ่ายความมั่นคงอยู่เนืองๆ ครูวิชาญระบุว่าการให้ข้อมูล สถานการณ์ที่แท้จริง จะช่วยปกป้องชีวิตครูได้ เราไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงบอกว่ากดดันกลุ่มก่อความไม่สงบได้ ฝ่ายโน้นกำลังเพลี่ยงพล้ำ กำลังเสียการสนับสนุนทางการเมืองเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ที่บอกว่าต้องเร่งก่อเหตุเพื่อโชว์ศักยภาพ ต้องยิงครูเพราะกำลังดิ้นพล่านเป็นความจริงหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้นะ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะเท่าที่ดู เมื่อใดก็ตามที่เขาอยากทำครู เขาก็ทำได้ทุกครั้ง ครูวิชาญ ย้ำว่า การบอกเล่าสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นการรักษาชีวิตครูไปในตัว เพราะครูจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ แต่หากทำในทางตรงข้าม ผลร้ายก็จะตามมา เช่น คำประกาศว่าจะรปภ.ครู 24 ชั่วโมงของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งในทางปฏิบัติไม่น่าจะทำได้จริง ครูวิชาญ มองว่าเรื่อง รปภ.ครู 24 ชั่วโมงคงทำได้ยาก ด้วยเหตุผลทั้งเรื่องปริมาณทหารตำรวจที่ไม่เพียงพอประกอบกับจำนวนครูและโรงเรียนก็มีมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้แน่ และอยากให้เพิ่มเข้าไป คือมาตรการทางฝั่งครู โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต้องห้ามเรียกประชุมครูนอกเวลา รปภ. และงดกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องออกนอกโรงเรียนจนเกิดความเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัย ครูวิชาญ เสนออีกว่า ผมอยากเสนอให้มีบทลงโทษทั้งทหารตำรวจ และครู คือถ้าครูเสียชีวิตในเวลารปภ. เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ จะตัดเงินเดือนหรือย้ายหรืออื่นๆ ก็ได้ คณะเดียวกันถ้าครูออกจากโรงเรียนหรือเดินทางนอกเวลารปภ.โดยไม่บอกทหาร ตำรวจ ก็ต้องมีมาตรการลงโทษเหมือนกันเช่น ไม่ได้เงินเยียวยา ความเข้มงวดจะได้กระชับเข้ามา ในฐานะอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนที่เคยสูญเสีย ครูวิลาศ เพชรพรหม ครูในโรงเรียนพร้อมภรรยาคือ ครูคมขำ เพชรพรหม ครูโรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง อ.เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 เพราะถูกคนร้ายยิง ครูวิชาณสะท้อนว่า ครูที่เสียชีวิตส่วนมากเป็นคนดี เพราะคนดีมักตกเป็นเป้าหมายอ่อนแอ เนื่องจากคนดีจะไม่ค่อยระวังตัว ไม่คิดว่าใครจะปองร้าย ลูกศิษย์ลูกหาก็เยอะฃ สาเหตุที่ครูโดนทำร้ายมี 2 อย่างเท่านั้น คือ ตกเป็นเป้าหมายอยู่ก่อนเนื่องจากความประมาท เดินทางคนเดียวบ่อยๆ กับอีกสาเหตุคือ การสร้างสถานการณ์ หมายถึงว่าฝ่ายโน้นต้องการจะยิงครูอยู่แล้ว เป็นครูคนไหนก็ได้ เจอใครที่สบโอกาสก็ยิงเลย ไม่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ก่อน เขาจึงไม่ใช่เชื่อว่า สาเหตุการยิงครูจะมาจากเรื่องอื่น เช่น ความขัดแย้งภายในโรงเรียน หรือเรื่องอื่นใดตามที่บางฝ่ายพยายามพูดกัน ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านั้นเป็นข้ออ้างมากกว่า
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
|
โพสเมื่อ :
19 ธ.ค. 55
อ่าน 2360 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |