มทร.ธัญบุรีส่งความห่วงใยจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง อธิการบดีเตือนสร้างสติก่อนรับน้องใหม่ห้ามรุนแรง
มทร.ธัญบุรีส่งความห่วงใยจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง อธิการบดีเตือนสร้างสติก่อนรับน้องใหม่ห้ามรุนแรง
รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทุกคนต้องมีนามสกุล มทร.ธัญบุรี ในอนาคตทุกคนต้องเป็นบัณฑิตออกไปทำงานตามสถานประกอบการต่างๆ ในการเข้าศึกษาภาคการเรียนที่ 1 กิจกรรมที่ทุกคนต้องเข้าร่วม นั่นคือกิจกรรมรับน้อง ซึ่งทุกวันนี้กิจกรรมการรับน้องรุ่นพี่สร้างค่านิยมใหม่ขึ้นมา ค่านิยมดังกล่าวรุนแรงและเกิดเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อตัวนักศึกษา ดังนั้น มทร.ธัญบุรีจึงได้จัด โครงการส่งความห่วงใยจากพี่สู่น้อง ขึ้นมาเพื่อเป็นการเตือนสติรุ่นพี่ทุกคน และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการจัดกิจกรรมรับน้อง นำความรู้ที่ได้จากวิทยากรไปใช้ ไตร่ตรองกลั่นกรองก่อนที่จัดกิจกรรม นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 และอุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิทยากรโครงการส่งความห่วงใยจากพี่สู่น้อง เล่าว่า ในการรับน้องมีความรุนแรงจนเกิดเป็นประเด็นขึ้นมา เนื่องจากผู้ปกครองและตัวของนักศึกษาเองไม่สามารถรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างในเรื่องของว้ากเกอร์ ในแง่ของกฎหมายจะเกี่ยวข้องในรูปของกฎหมายอาญา การหมิ่นประมาท มาตรา 326 เมื่อทำผิดต้องระวางโทษไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การดูหมิ่นซึ่งหน้า มาตรา 393 มีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ว้ากเกอร์ เป็นประเพณีที่มีกันมานาน ถ้ารุ่นพี่ไม่อยากจะยกเลิก ควรมีการระมัดระวังในเรื่องของคำพูด ไม่ดุว่าเสียงดัง พูดจาหยาบคาย ไม่ใส่ความและดูหมิ่น หรือมีพฤติกรรมที่ข่มขู่ บังคับให้รุ่นน้องกระทำในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหากกระทบหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก็จะทำให้สามารถฟ้องร้องกันได้ ซึ่งในต่างประเทศประเพณีว้ากเกอร์ยังมีอยู่ นายทศพร แก้วศรีสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม นายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า นักศึกษา 353 คน เป็นตัวแทนรุ่นพี่ที่เข้ามารับฟังในการสร้างความเข้าใจ ในการเสนอข้อคิดเห็น ส่งเสริมการรับน้องที่ถูกต้อง เตรียมความพร้อมในการรับน้อง และที่สำคัญได้รับรู้ถึงกฎหมายและบทลงโทษในการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นความรุนแรงในการรับน้องส่งผลต่อตัวนักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง ทางองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษา มทร.ธัญบุรี ให้ความสำคัญกับกิจกรรมการรับน้อง เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ช่วยสานความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้อง แต่ในความสร้างสรรค์อาจจะมีรุ่นพี่บางคนที่นำความรุนแรงมาใช้ในการรับน้อง ดังนั้นการสร้างความเข้าใจและทำข้อตกลง ทำให้การรับน้องเป็นไปในแนวทางที่สร้างสรรค์ ส่วนนายนพพล สมรูป นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประธานสภานักศึกษา มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า การสร้างความเข้าใจและหาข้อตกลงในการรับน้องในปัจจุบันมีความรุนแรง และมีวิธีการรับน้องที่ผิดแปลกไปจากเดิม โดยบางครั้งรุ่นพี่ไม่คำนึงถึง สิทธิของบุคคล กิจกรรมที่จัดขึ้นอาจจะละเมิดสิทธิของรุ่นน้องโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นปัญหารุ่นแรงจากความคึกคะนอง นำไปสู่การทำผิดกฎหมาย ยกตัวอย่าง บังคับให้รุ่นน้องดื่มสุราการอบรมในครั้งนี้จะสร้างความเข้าใจที่ดีให้กับรุ่นพี่ ถ้ายังมีข้อผิดพลาดจากเหตุการณ์รับน้อง รุ่นพี่ที่ทำผิดจะได้รับโทษตามที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้ ความรู้ทางด้านกฎหมายที่ได้รับจากวิทยากร ทำให้นักศึกษาเข้าใจและระมัดระวังในการสร้างกิจกรรมมากขึ้น น.ส.พรสุพัฒน์ โกศัย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนของนักศึกษาเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ซึ่งตนมีประสบการณ์ผ่านประเพณีการรับน้องมา ในการรับน้องจะต้องมีว้ากเกอร์ หากใช้ความรุนแรง ไม่ได้คำนึงถึงเหตุผล น้องๆ จะไม่ชอบ จากที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง กลายเป็นความแตกแยก ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ สามารถนำความรู้ทางด้านกฎหมายที่ได้ไปวางแผนกิจกรรมในการรับน้อง จัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความถูกต้อง รับรู้ถึงกฎหมายที่ทำผิดและโทษที่ควรได้รับ เพราะว่าการที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย เป้าหมายคือการสำเร็จการศึกษา นำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ ทั้งนี้โครงการส่งความห่วงใยจากพี่สู่น้อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นการเตรียมความพร้อมกิจกรรมการรับน้องที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจให้กับรุ่นพี่ วางแผนกิจกรรมการรับน้อง มีมาตรการในการป้องกัน เพื่อรักษาสิทธิของนักศึกษาที่ได้เข้ามาศึกษา ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถออกไปสู่สังคมต่อไป
ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง |
|
โพสเมื่อ :
04 พ.ค. 55
อ่าน 3312 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |